posttoday
จับกระแสตลาดแฟชั่นปี'56ฟาสต์แฟชั่นฮอตหนุนรายย่อย

จับกระแสตลาดแฟชั่นปี'56ฟาสต์แฟชั่นฮอตหนุนรายย่อย

26 ธันวาคม 2555

ธุรกิจแฟชั่นในเมืองไทยปี 2556 คาดยังร้อนแรงไม่แพ้ปีก่อน และยังมีสีสันเข้ามาเติมแต้มให้ธุรกิจดูโดดเด่นกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเข้ามาของแฟชั่นแบรนด์เนมทั้งระดับพรีเมียม และที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษคือ “ฟาสต์แฟชั่น” ที่สร้างกระแสตื่นตัวให้คนไทย เพราะจุดเด่นราคาคุ้มค่ามีแบบให้เลือกหลากหลาย ตอบสนองผู้บริโภคได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย ทำให้ฟาสต์แฟชั่นแบรนด์ดังได้รับความสนใจไม่ว่าจะเป็นซาร่า ฟอร์เอเวอร์ 21 ท็อปช็อป รวมไปถึง 2 แบรนด์ดังอย่าง ยูนิโคลและเอชแอนด์เอ็ม

ธุรกิจแฟชั่นในเมืองไทยปี 2556 คาดยังร้อนแรงไม่แพ้ปีก่อน และยังมีสีสันเข้ามาเติมแต้มให้ธุรกิจดูโดดเด่นกว่าที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเข้ามาของแฟชั่นแบรนด์เนมทั้งระดับพรีเมียม และที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษคือ “ฟาสต์แฟชั่น” ที่สร้างกระแสตื่นตัวให้คนไทย เพราะจุดเด่นราคาคุ้มค่ามีแบบให้เลือกหลากหลาย ตอบสนองผู้บริโภคได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย ทำให้ฟาสต์แฟชั่นแบรนด์ดังได้รับความสนใจไม่ว่าจะเป็นซาร่า ฟอร์เอเวอร์ 21 ท็อปช็อป รวมไปถึง 2 แบรนด์ดังอย่าง ยูนิโคลและเอชแอนด์เอ็ม

กระแสฮอตดังกล่าวส่งอานิสงส์ให้แบรนด์ฟาสต์แฟชั่นไทย ซึ่งได้แก่ ร้านเสื้อผ้าอิสระ รวมไปถึงไพรเวทแบรนด์ เกาะติดลมบนไปด้วย

สำหรับจุดแข็งของฟาสต์แฟชั่นไทยคือ มีร้านเสื้อผ้าอิสระกระจายอยู่ตามจุดต่างๆ จำนวนมาก ซึ่งร้านแฟชั่นรายย่อยเหล่านี้เป็นช่องทางจำหน่ายที่ดีในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง ซึ่งพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยต่างเชื่อว่าผู้หญิงยุคนี้ดูดีได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ของแพง กล้าที่จะแตกต่างด้วยการมิกซ์แอนด์แมตช์ให้เข้ากับสไตล์ของตัวเอง ทำให้ร้านค้าแฟชั่นรายย่อยได้รับความนิยมตามไปด้วย

ภัทริน ซอโสตถิกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท รีโนวา กรุ๊ป ผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการแฟชั่นรายย่อยมากว่า 10 ปี และเป็นผู้บริหารศูนย์แฟชั่นรายย่อย ซีซัน แฟชั่นมอลล์ @ ซีคอนสแควร์, ซีซัน แฟชั่นมอลล์ @ ไชน่าเวิลด์, ซีซัน มาร์เก็ต @ เชียงใหม่ และซีซัน แฟชั่นมอลล์ @ บางแค แสดงความเห็นว่าในปี 2555 ธุรกิจค้าปลีกแฟชั่นรายย่อยมีอัตราการเติบโต 30% โดยผลสำรวจความนิยมในการซื้อเสื้อผ้าจากร้านเสื้อผ้าอิสระเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนปัจจุบันอยู่ที่เกือบ 50% หรือเกือบครึ่งหนึ่งของผู้บริโภค

จากปัจจัยบวกของกระแสฟาสต์แฟชั่น ประกอบกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากหันมาจับจ่ายซื้อแฟชั่นที่ราคาย่อมเยากว่าแฟชั่นแบรนด์เนม นับเป็นโอกาสของร้านค้าแฟชั่นรายย่อย

ขณะที่แนวโน้มในปีหน้าจากนโยบายปรับขึ้นค่าแรง 300 บาททั่วประเทศ ราคาน้ำมันและวัตถุดิบที่สูงต่อเนื่อง อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกแฟชั่นรายย่อยมีต้นทุนสินค้าและค่าดำเนินการที่สูงขึ้น ผู้ประกอบการจึงต้องมองหาแนวทางการลดต้นทุนและการทำการตลาดใหม่ๆ เช่น การทำกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า หรือซีอาร์เอ็ม เพื่อรักษาฐานลูกค้าเดิม การทำโปรโมชันและเพิ่มช่องทางการขายออนไลน์เสริมการขายหน้าร้าน

อีกปัจจัยที่เชื่อว่าจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจแฟชั่นรายย่อยในเมืองไทย คือการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ที่นับเป็นโอกาสดีสำหรับตลาดเสื้อผ้าส่งออกของไทย เนื่องจากสินค้าแฟชั่นไทยได้เปรียบด้านคุณภาพ และการออกแบบเป็นที่ยอมรับของประเทศกลุ่มอาเซียน รวมทั้งแฟชั่นรายย่อยของไทยยังสามารถเสริมช่องทางออนไลน์ เพื่อขายให้ประเทศเพื่อนบ้านด้วย

เมื่อแฟชั่นรายย่อยได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการร้านแฟชั่นรายย่อยเองจำเป็นต้องเร่งพัฒนาแบบรอบด้านทั้ง งานดีไซน์ คัตติง ช่องทางการจำหน่ายทั้งผ่านหน้าร้านและออนไลน์ ซึ่งจะช่วยให้สามารถสื่อสารกับลูกค้าได้โดยตรง ซึ่งความนิยมฟาสต์แฟชั่นที่ส่งผลในเชิงบวกต่อร้านค้าแฟชั่นรายย่อย ทำให้ปัจจุบันร้านค้าแฟชั่นรายย่อยเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย โดยแต่ละปีมีร้านค้าแฟชั่นรายย่อยเกิดขึ้นจำนวนมาก

อย่างไรก็ดี บริษัทเชื่อว่าธุรกิจแฟชั่นรายย่อยยังสามารถเติบโตได้อีกมาก เห็นได้จากที่บริษัทเพิ่งเปิดตัวโครงการใหม่คือ ซีซัน แฟชั่นมอลล์ @ บางแค ที่ประกอบด้วยร้านค้าแฟชั่นที่ตกแต่งในสไตล์เฉพาะตัวกว่า 600 ร้าน บนเนื้อที่ 8,000 ตารางเมตร นำเสนอสินค้าแฟชั่นอินเทรนด์หลากหลายครบทุกประเภทด้วยแนวคิด “Onestop Shopping for Fashionista” อาทิ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เครื่องประดับ แว่นตา เครื่องสำอาง กิฟต์ช็อป และงานดีไซน์

โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการตกแต่งบรรยากาศที่โดดเด่น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ โดยเน้นให้ทุกจุดสามารถเป็นมุมถ่ายรูป ตอบโจทย์กระแส Social Network ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้บริหาร 4 โครงการได้แก่ ซีซัน แฟชั่นมอลล์ @ ซีคอนสแควร์, ซีซัน แฟชั่นมอลล์ @ ไชน่าเวิลด์, ซีซัน มาร์เก็ต @ เชียงใหม่, ซีซัน แฟชั่นมอลล์ @ บางแค บนพื้นที่รวม 33,000 ตรม. และมีร้านค้าในโครงการรวม 1,400 ร้านค้า

นอกจากนี้ ในปีหน้า โครงการซีซัน แฟชั่นมอลล์ @ บางแค จะเพิ่มแผนการตลาดด้านอีเวนต์โปรโมชันเพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย และส่งเสริมการขายร่วมกับร้านค้าในโครงการเพื่อกระตุ้นกำลังซื้อต่อเนื่อง โครงการซีซัน มาร์เก็ต @ เชียงใหม่ ซึ่งมี ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต เป็นแม่เหล็กสำคัญได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ส่วนโครงการซีซัน แฟชั่นมอลล์ @ ซีคอนสแควร์ จะรีโนเวตโครงการเพื่อปรับปรุงบรรยากาศสร้างสีสันใหม่ให้นักช็อป

นอกจากนี้ ภายใน 12 ปีข้างหน้า บริษัทมีแผนที่จะพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายที่จะขยายพื้นที่โครงการรวม 4 หมื่น ตร.ม. และมีร้านค้ารวมมากกว่า 2,000 ร้าน เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดศูนย์แฟชั่นรายย่อย (Fashion Retail Mall) ของเมืองไทยอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน