posttoday
ธุรกิจไทยต้องฮึด

ธุรกิจไทยต้องฮึด

26 ธันวาคม 2555

กสิกรไทยพบมีแค่53%กำไรดีแนะ‘สร้างแบรนด์เพิ่มมูลค่า’

กสิกรไทยพบมีแค่53%กำไรดีแนะ‘สร้างแบรนด์เพิ่มมูลค่า’

กสิกรไทยส่งสัญญาณ 1 ใน 3 ธุรกิจขนาดใหญ่ไทยต้องเร่งปรับตัวรับการแข่งขันในภูมิภาค พบ 53% มีกำไรเกิน 20%

นายวศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า จากการศึกษาดัชนีทางการเงินของผู้ประกอบการไทย พบว่าขณะนี้มีธุรกิจขนาดใหญ่ของไทยราว 1 ใน 3 ที่จำเป็นต้องเร่งปรับตัวเพื่อรับมือกับการแข่งขันในระดับภูมิภาคที่กำลังจะมาถึงในเร็วๆ นี้

ผู้บริหารธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจของไทยถึง 30% ยังมียอดขายเติบโตได้ต่ำกว่าปีละ 10-20% และมีธุรกิจในสัดส่วนสูงถึง 47% ที่มีอัตราการทำกำไรขั้นต้นต่ำกว่า 10%

มีธุรกิจไทย 70% ที่มีกำไรขยายตัวอย่างต่อเนื่อง 10-20% ตลอด 3 ปีที่ผ่านมา มีธุรกิจประมาณ 53% ที่มีกำไรขั้นต้นสูงกว่า 20%

อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาพบว่าข้อดีของธุรกิจไทยในขณะนี้คือ 65% ยังมีสัดส่วนหนี้ต่อทุนอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่า 2 เท่า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพื้นฐานทางการเงินที่ดี ด้านเงินทุนและการทำกำไรก็พร้อมรองรับการขยายตัวเพิ่มขึ้นผ่านการลงทุนและการกู้ยืม

นายวศิน กล่าวว่า จากการคำนวณพบว่าหากอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในปีหน้าเติบโตได้ 5% เงินเฟ้ออยู่ที่ 3% ธุรกิจที่เติบโตได้ดี ควรจะมียอดขายเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 810% หากต่ำกว่านี้จะเติบโตช้า แข่งขันได้ยากซึ่งจำเป็นต้องเพิ่มเสริมศักยภาพด้านการผลิตและบริหารจัดการ การวางระบบบริหารการเงินและการตลาดให้เป็นระดับภูมิภาค

ประเด็นที่สำคัญคือ จะต้องมีการลงทุนสร้างแบรนด์และการวิจัยเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่สินค้าและบริการ ขณะเดียวกันต้องบริหารความเสี่ยง ทั้งในด้านอัตราแลกเปลี่ยนและการค้า เพื่อลดความเสี่ยงที่กำไรจะลดลงไปอีก

นายวศิน กล่าวว่า นอกจากแรงบีบให้ธุรกิจต้องปรับตัวเองเข้าสู่ระดับภูมิภาคแล้ว ในปีหน้าธุรกิจไทยยังต้องเผชิญกับความท้าทายจากภายนอกประเทศ ได้แก่ 1.ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายอัดฉีดเงินเข้าระบบของสหรัฐและยุโรป 2.ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระที่เพิ่มขึ้นในตลาดเกิดใหม่

ขณะเดียวกันยังมีความท้าทายภายในประเทศที่ต้องรับมือ ได้แก่ การขึ้นค่าแรง 300 บาท การขยายตัวของชุมชนเมืองและการขยายโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับเออีซี

นายวศิน กล่าวว่า จากภาวะที่เกิดขึ้นธนาคารจึงได้กำหนดกลยุทธ์สายงานบรรษัทธุรกิจในปีหน้าให้เป็นธนาคารผู้ให้บริการหลัก (Main Operating Bank) ของธุรกิจไทย ทั้งในด้านตลาดทุนและการให้คำปรึกษาทางการเงิน การจับคู่ธุรกิจกับพันธมิตร การจัดการทางการเงิน เพื่อรองรับการขยายตัวและการปรับตัวของธุรกิจ ผ่าน 3 บริการหลัก คือ การให้คำปรึกษาทางด้านการระดมทุน การเป็นที่ปรึกษาทางการเงินในเรื่องของการปรับโครงสร้างองค์กร และการบริหารจัดการทางการเงินทางด้านการระดมทุน

สำหรับการดำเนินงานนั้น ธนาคารวางเป้าการเติบโตสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ในปีหน้าไว้ที่ 46% จากฐานคงค้างในสิ้นปีนี้ที่ 3.8-3.88 แสนล้านบาทซึ่งคาดว่าหลักๆจะมาจากธุกรรมด้านเทรดไฟแนนซ์ รวมทั้งการปล่อยกู้ร่วมราว 110 รายการมูลค่ารวมราว 4 แสนล้านบาท

ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมในปีหน้าตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 17% จากดีลงานที่ปรึกษาทางการเงินที่ค้างอยู่ในท่อกว่า 16 รายการ แบ่งเป็น การเสนอขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ครั้งแรกของธุรกิจ (ไอพีโอ) จำนวน 7 รายการ การออกหุ้นกู้ กองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองทุนโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจ จำนวน 9 รายการ มูลค่ารวม 2.5 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน