
พ่อเมืองระยองยัน ไม่ขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค
ผู้ว่าฯจ.ระยอง ยืนยันภาคตะวันออกไม่ขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค การเกษตร และอุตสาหกรรมแน่นอน เพราะมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำสูงถึง 70% สามารถใช้ได้นานอีก 6 เดือน แม้ฝนจะไม่ตก
ผู้ว่าฯจ.ระยอง ยืนยันภาคตะวันออกไม่ขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค การเกษตร และอุตสาหกรรมแน่นอน เพราะมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำสูงถึง 70% สามารถใช้ได้นานอีก 6 เดือน แม้ฝนจะไม่ตก
นายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่ภาคตะวันออกอยู่ในระดับเบาบาง และปานกลาง โดยในจังหวัดระยองได้ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้วจำนวน 5 อำเภอ 16 ตำบล 110 หมู่บ้าน ซึ่งมีประชากรได้รับผลกระทบจำนวน 1.5 หมื่นครัวเรือน 3.98 หมื่นคน มีพื้นที่การเกษตรที่จะได้รับความเสียหายจำนวน 2,240 ไร่ ซึ่งถือว่าไม่รุนแรงมากเมื่อเทียบกับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง รวมทั้งขณะนี้ปริมาณน้ำต้นทุนที่อยู่ในอ่างเก็บน้ำหลัก 5 แห่งมีปริมาณมากพอ สามารถใช้ได้อีกประมาณ 6 เดือน แม้ว่าจะไม่มีฝนตก
“เหตุผลที่ต้องประกาศเป็นพื้นที่ภัยแล้งเพราะจะได้เข้าไปช่วยเหลือได้อย่างทั่วถึง และมีงบประมาณช่วยเหลืออย่างเพียงพอ หากไม่ประกาศก็จะเข้าไปชาวยเหลือไม่ได้” นายสยุมพร กล่าว
สำหรับปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำหลักจำนวน 5 อ่าง มีปริมาณความจุทั้งหมด 542.90 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ปริมาณน้ำในปัจจุบัน 393.145 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 72.42% ของปริมาณความจุ ซึ่งถือเป็นปริมาณสูงสุดที่เคยมี นับตั้งแต่ปี 2548 ที่มีวิกฤตภัยแล้ง แบ่งเป็นอ่างเก็บน้ำระโอกมี ปริมาณน้ำ 10.1 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 51.4% อ่างเก็บน้ำประแสร์มีปริมาณน้ำ 188 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 76.09% อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล มีปริมาณ 119 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 72.79% อ่างเก็บน้ำดอกกราย มีปริมาณน้ำ 46.8 ล้านลบ.ม. และอ่างเก็บน้ำคลองใหญ่ มีปริมาณน้ำ 28.3 ล้านลบ.ม.คิดเป็น 70.80%
ดังนั้น จึงไม่น่าเป็นกังวลว่าจะเกิดวิกฤตภัยแล้ง เนื่องจากมีปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ระดับสูง เกินกว่า 70% โดยแนวทางการจัดสรรน้ำในปีนี้จะแบ่งเป็นการจัดสรรน้ำสำหรับภาคเกษตรกรรม 221 ล้านลบ.ม. คิดเป็นสัดส่วน 42% รองลงมาเป็นภาคอุตสาหกรรม 154 ล้านลบ.ม. สัดส่วน 30% การอุปโภคบริโภคหรือน้ำเพื่อผลิตเป็นน้ำประปา 91 ล้านลบ.ม. สัดส่วน 18% และการจัดสรรสำหรับระบบนิเวศน์ 54ล้านลบ.ม. คิดเป็น 10%
ขณะเดียวกันปริมาณการใช้น้ำต่อวันมีจำนวนทั้งสิ้น 2 ล้าน ลบ.ม. ประกอบด้วยการใช้น้ำเพื่ออุปโภคบริโภคประมาณ วันละ 7 หมื่นลบ.ม. น้ำเพื่อการเกษตรและรักษาระบบนิเวศน์วันละ 1.22 ล้านลบ.ม. และน้ำเพื่ออุตสาหกรรมประมาณวันละ 7.1 แสนลบ.ม.
นายสยุมพร กล่าวว่า คาดการณ์ว่าในปีหน้าสถานการณ์แล้งน่าจะรุนแรงกว่านี้ ซึ่งทางจังหวัดระยองได้วางแผนที่จะหาพื้นที่สำหรับเก็บน้ำให้ได้มากกว่านี้ โดยจะจัดทำพื้นที่เก็บน้ำเล็กๆ ในลักษณะแก้มลิงให้กระจายอยู่ในจุดต่างๆ เพื่อผันน้ำจากอ่างใหญ่ลงสู่แก้มลิงเวลาที่มีปริมาณน้ำในอ่างมากเกินจนต้องปล่อยน้ำทิ้ง ซึ่งจะทำให้มีน้ำต้นทุนมากขึ้น และจะขุดรอกคูคลองธรรมชาติให้สามารถรับน้ำได้มากขึ้น
นายประพันธ์ อัศวอารี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก (อีสวอเตอร์) กล่าวว่า ในปีนี้มีปริมาณน้ำต้นทุนอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี ต่างจากภาคเหนือและภาคอีสานที่มีน้ำต้นทุนเหลือเพียงแต่ 20% เท่านั้น แต่ทางอีสวอเตอร์ก็จะติดตามสถานการณ์น้ำอยู่ตลอดเวลา โดยหากน้ำในอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล และดอกกรายมีปริมาณน้ำในช่วงปลายปีลดลงน้อยกว่า 190ล้านลบ.ม. อีสวอเตอร์จะต้องเตรียมสำรองน้ำ โดยจะลดการผันน้ำและลดปริมาณการสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหลไปจ.ชลบุรี ซึ่งจะให้ใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำบางพระแทน แต่ถ้าสถานการณ์ไม่ดีขึ้นจะขอผันน้ำจากอ่างประแสร์มาสู่หนองปลาไหล และสูบน้ำจากแม่น้ำระยองมาที่มาบตาพุด เพื่อรักษาระดับน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม รองรับภัยแล้งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า
“สำหรับภาคอุตสาหกรรมก็มั่นใจได้ว่าจะมีน้ำใช้เพียงพอ ซึ่งเราก็ได้ชี้แจงกับลูกค้าอยู่ตลอดเวลา และมีมาตรการรองรับสำรองน้ำเพิ่มเติมอย่างใกล้ชิด ซึ่งรับรองว่าจะไม่เกิดวิกฤตขาดแคลนน้ำเหมือนในช่วงปี 2548 อย่างแน่นอน” นายประพันธ์ กล่าว







