posttoday
ออปชั่นกับวอร์แรนต์คู่เหมือนที่แตกต่างตอนที่2

ออปชั่นกับวอร์แรนต์คู่เหมือนที่แตกต่างตอนที่2

21 ธันวาคม 2555

ในสัปดาห์นี้ คอลัมน์ “นัดพบอนุพันธ์” ได้นำเรื่องราวของออปชัน และวอร์แรนต์มาเล่าให้ฟังต่อจากครั้งที่แล้ว ที่ได้ชี้ถึงความเหมือนหลักระหว่างสองสินค้านี้ และเกริ่นความต่างที่เห็นได้ชัดของทั้งคู่

ในสัปดาห์นี้ คอลัมน์ “นัดพบอนุพันธ์” ได้นำเรื่องราวของออปชัน และวอร์แรนต์มาเล่าให้ฟังต่อจากครั้งที่แล้ว ที่ได้ชี้ถึงความเหมือนหลักระหว่างสองสินค้านี้ และเกริ่นความต่างที่เห็นได้ชัดของทั้งคู่

ครั้งก่อน (เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.) นัดพบฯ ได้นำเสนอไปว่า วอร์แรนต์กับออปชันมีความเหมือนที่ถือเป็นคู่แฝดในแง่ที่เป็นสินค้าทางการเงินที่มูลค่าขึ้นอยู่กับสินค้าที่ไปอ้างอิงถึง และทั้งสองสินค้าเป็นการให้สิทธิบนสินค้าอ้างอิงแก่ผู้ถือ แต่วอร์แรนต์และออปชันก็ยังเป็นแฝดคนละฝาเนื่องจากมีความแตกต่างในหลายเรื่อง เช่น ประเภทของสิทธิที่วอร์แรนต์มีเฉพาะสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุน ส่วนออปชันมีทั้งสิทธิซื้อและขายหุ้นที่มีอยู่ในปัจจุบัน หรือขยายสิทธิไปยังสินค้าอื่นๆ ได้หลากหลายประเภท ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า ผู้ที่ออกวอร์แรนต์จึงเป็นีเพียงบริษัทจำกัดมหาชนที่สามารถออกหุ้นเพิ่มทุนได้ ในขณะที่ผู้ออกออปชันก็คือผู้ขายออปชันให้กับผู้ซื้อออปชัน

เพื่อให้เห็นภาพความแตกต่างระหว่างสองสินค้านี้ชัดเจนขึ้น ขอยกตัวอย่างจากวอร์แรนต์ที่มีการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยและออปชันที่มีอยู่ใน TFEX นะครับ โดยหากมาดูกันเกี่ยวกับเรื่องรูปแบบการซื้อขาย วอร์แรนต์ที่อยู่ในตลาดหุ้นก็ซื้อขายเช่นเดียวกับหุ้น คือ ผู้ซื้อต้องจ่ายเงินตามราคาและมูลค่าของวอร์แรนต์ ในวันทำการที่ 3 นับจากวันที่การซื้อขายเกิดขึ้น โดยสำหรับผู้ที่ต้องการขายวอร์แรนต์ในตลาดจะต้องถือวอร์แรนต์อยู่ก่อน จึงจะสามารถขายได้ หรือพูดง่ายๆ ก็คือห้าม Short Sell วอร์แรนต์

ในส่วนของผู้ที่ต้องการขายออปชันใน TFEX นั้น ไม่จำเป็นต้องมีออปชันในมือก่อนส่งคำสั่งขาย แต่สามารถส่งคำสั่งขายเพื่อมาจับคู่กับคนที่ต้องการซื้อออปชันที่มีลักษณะตกลงได้ทันที เมื่อราคาซื้อและราคาขายจับคู่กันได้ถึงจะเกิดเป็นสัญญาออปชันที่ให้สิทธิแต่ผู้ซื้อหรือผู้ถือ และเป็นภาระผูกพันกับผู้ขาย

โดยผู้ซื้อออปชันนั้นมีเงื่อนไขว่าจะต้องจ่ายเงินตามราคาและจำนวนสัญญาที่ตกลงซื้อในวันทำการถัดไป ในขณะที่ผู้ขายออปชันจะได้รับเงินค่าขายออปชันในวันทำการถัดไปเช่นเดียวกัน แต่เนื่องจากผู้ขายจะต้องมีภาระผูกพันเกิดขึ้น เพราะอาจต้องปฏิบัติตามการตัดสินใจของผู้ซื้อออปชันในอนาคตว่าจะใช้สิทธิหรือไม่ ดังนั้น ผู้ขายออปชันจึงจำเป็นต้องวางหลักประกันเพื่อรองรับเหตุการณ์ในอนาคตดังกล่าว ซึ่งหากมูลค่าของเงินหลักประกันที่ต้องจ่ายมีค่าสูงกว่าราคาออปชันที่จะได้รับจากผู้ซื้อ ก็จะทำให้ผู้ขายต้องจ่ายเงินออกไปแทน

ประการสุดท้ายที่เป็นความแตกต่างที่เห็นได้ชัดคือ วอร์แรนต์ที่มีให้ซื้อขายจะมีการกำหนดราคาใช้สิทธิตายตัวและมีจำนวนจำกัดในช่วงเวลาหนึ่ง ผู้ลงทุนต้องศึกษาข้อมูลว่าพอใจราคาใช้สิทธิดังกล่าวหรือไม่ โดยหากคิดว่าราคาใช้สิทธิสูงหรือต่ำเกินไปไม่เหมาะกับราคาของสินค้าอ้างอิงที่ผู้ซื้อคาดการณ์ในอนาคต ทางเลือกในการตัดสินใจก็จะมีแค่ไม่ซื้อวอร์แรนต์ดังกล่าว และรอจนกว่าบริษัทเจ้าของหุ้นอ้างอิงจะออกวอร์แรนต์รุ่นใหม่ ที่มีราคาใช้สิทธิที่อาจจะน่าสนใจกว่าต่อไป ในขณะที่หากเป็นกรณีของผู้ซื้อออปชัน จะถือว่ามีทางเลือกมากกว่าเนื่องจากออปชันในตลาดจะมีการกำหนดลักษณะมาตรฐานไว้ว่ามีราคาใช้สิทธิในระดับใดเปิดให้ผู้ซื้อและผู้ขายเสนอซื้อ/ขายเข้ามา โดยจะมีหลายระดับราคาใช้สิทธิซึ่งจะปรับเพิ่มให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าอ้างอิงอยู่ตลอดเวลา นอกจากนี้ผู้ลงทุนสามารถเลือกได้เลยว่าราคาใช้สิทธิใดเหมาะสมกับการสถานการณ์ราคาของสินค้าและการคาดการณ์ในอนาคต โดยจำนวนออปชันที่ซื้อขายนี้ไม่มีจำนวนจำกัด เนื่องจากออปชันจะเกิดในขั้นตอนที่ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงราคากันได้พอดี การจับคู่คำสั่งที่เกิดขึ้นจะมีผลทำให้เกิดออปชันขึ้นมาได้ตลอดระยะเวลาที่ยังไม่ถึงวันหมดอายุของออปชันรุ่นนั้นๆ

เรื่องออปชันยังไม่จบแค่นี้นะครับ จริงๆ แล้วยังมีอีกรายละเอียดหลายเรื่องที่น่าสนใจ โดยในครั้งต่อๆ ไป ผมจะนำรายละเอียดของออปชันมาเล่าให้ฟังกันต่อนะครับ

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน