posttoday
ใกล้จุดเสี่ยงกลุ่มพลังงานกลับมานำตลาด

ใกล้จุดเสี่ยงกลุ่มพลังงานกลับมานำตลาด

20 ธันวาคม 2555

ทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หนุนโดยแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ ประเด็นเรื่องการแก้ไขปัญหา Fiscal cliff เริ่มมีทางออกมากขึ้น หลังจากผู้นำสภาล่าง จอห์น โบห์เนอร์ และประธานาธิบดีโอบามา เห็นด้วยกับข้อเสนอในการขึ้นภาษีคนที่มีรายได้มากกว่า 4 แสนเหรียญสหรัฐ จากเดิมที่ 2.5 แสนเหรียญสหรัฐ รวมถึงข้อเสนออื่นๆ ส่งผลให้ตลาดคาดว่าการตกลงกันของคองเกรสจะทันสิ้นปี และผลกระทบต่อประเด็นเรื่อง Fiscal cliff จะไม่มากเท่าที่ตลาดเคยกังวล

ทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง หนุนโดยแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติ ประเด็นเรื่องการแก้ไขปัญหา Fiscal cliff เริ่มมีทางออกมากขึ้น หลังจากผู้นำสภาล่าง จอห์น โบห์เนอร์ และประธานาธิบดีโอบามา เห็นด้วยกับข้อเสนอในการขึ้นภาษีคนที่มีรายได้มากกว่า 4 แสนเหรียญสหรัฐ จากเดิมที่ 2.5 แสนเหรียญสหรัฐ รวมถึงข้อเสนออื่นๆ ส่งผลให้ตลาดคาดว่าการตกลงกันของคองเกรสจะทันสิ้นปี และผลกระทบต่อประเด็นเรื่อง Fiscal cliff จะไม่มากเท่าที่ตลาดเคยกังวล

ภาพรวม ตลาดหุ้นทั่วโลกมีช่วงปรับตัวขึ้นแรงก่อนที่จะรู้ผลกระทบของ Fiscal cliff อย่างเป็นทางการ ทิศทางในสัปดาห์นี้ประเมินว่า ตลาดจะยังเป็นลักษณะของการแกว่งตัวขึ้นไปจนถึงปลายสัปดาห์นี้หรือต้นสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นจุดที่มีความเสี่ยงสูงต่อแรงขายทำกำไร เนื่องจากตลาดเริ่มทยอยรับรู้ปัจจัยบวกจากการตกลงกันของคองเกรสที่คาดว่าในที่สุดจะได้ข้อสรุปปัญหา Fiscal cliff สหรัฐ ซึ่งต้องติดตามว่าในที่สุดแล้วผลกระทบต่อ GDP จะอยู่ที่เท่าใด

นอกจากนี้ คาดว่าระดับการปรับตัวขึ้นของตลาดจะขึ้นอยู่กับแรงซื้อของหุ้นในกลุ่มพลังงาน หากมีการเวียนกลุ่มเข้ามาซื้อหุ้นในกลุ่มนี้ จะส่งผลให้ตลาดมีช่วงปรับตัวขึ้นมากกว่าในปัจจุบัน

หุ้นในกลุ่มพลังงานยังถือว่าปรับตัวขึ้นน้อยเมื่อเทียบกับ SET Index นับตั้งแต่ไตรมาส 4 ที่ผ่านมา ตลาดปรับตัวขึ้น 6.1% ในขณะที่หุ้นในกลุ่มพลังงานปรับตัวแย่กว่า ปรับตัวขึ้นเพียง 2.8% เท่านั้น ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากแรงกดของทั้ง BANPU และ PTTEP

ประเด็นของ BANPU ราคาถ่านหินที่กลับมาปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจะลดความกังวลต่อผลประกอบการ ส่วนเรื่องคดีหงสาฯ ทางบริษัทยื่นอุทธรณ์ซึ่งเป็นโดยรวมเป็นปัจจัยบวกที่ดีขึ้นกว่าในอดีต ส่วน PTTEP จบประเด็นเรื่องการเพิ่มทุนที่กดดันราคามาตลอด ทำให้ต่อจากนี้จะเป็นการเก็งกำไรเรื่องมอนทาราที่จะกลับมาดำเนินการในไตรมาสแรก ภาพรวมปัจจัยลบที่ฉุดหุ้นในกลุ่มนี้ลดลงไป และราคามีโอกาสปรับตัวขึ้น

ในมุมมองราคาสินค้าโภคภัณฑ์รวมถึงน้ำมันต่อจากนี้ยังคงเป็นบวก หลังจากเฟดทำการซื้อพันธบัตรแทนการทำ Operation Twist ทำให้ดอลลาร์มีโอกาสอ่อนตัวลงและหนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ นอกจากนี้ประเด็นเรื่องที่ BOJ จะออกมาตรการผ่อนคลายอย่างไม่จำกัดปริมาณในการประชุมวันพุธและพฤหัสบดีนี้ ถือว่าเป็นประจักษ์พยานที่สำคัญชิ้นหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าธนาคารกลางต่างๆ มีนโยบายผ่อนคลาย ส่วนหนึ่งเพื่อลดผลกระทบของค่าเงินแข็ง ซึ่งจะส่งผลบวกทางอ้อมต่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ให้ปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะหากมีธนาคารกลางแห่งอื่นๆ ใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงินเพิ่ม

ด้านทองคำ จะเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงจากแรงขาย เราประเมินว่าทองคำจะเผชิญกับแรงกดดัน จากความเสี่ยงของตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐที่จะปรับตัวลงต่อเนื่องไปตลอดจนถึงกลางปีหน้า ทำให้ความต้องการถือทองคำในฐานะสินทรัพย์ที่ปกป้องเงินเฟ้อลดลง นอกจากนี้ในปลายปีทองคำมักจะมีแรงเทขายเพื่อรับรู้ผลกำไร ก่อนที่จะกลับมาซื้ออีกครั้งในช่วงต้นปี

ทิศทางเทคนิคของ SET Index คาดว่าการปรับตัวขึ้นของตลาดมีโอกาสสูงที่จะชะลอตัวลงที่แนวต้าน 1,390-1,400 และ 1,430 จุด ตามลำดับ

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้เปลี่ยนกลุ่มเล่น ซื้อหุ้นกลุ่มพลังงานหรือกลุ่มที่เกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์และขายกลุ่มธนาคาร โดยนักลงทุนจะเริ่มหาหุ้นที่ขึ้นช้ากว่าตลาดและมีแนวโน้มดีในอนาคต ทำให้เชื่อว่าจะมีแรงซื้อหุ้นในกลุ่มนี้เข้ามาและหุ้นกลุ่มนี้จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อระดับการขึ้นของดัชนี

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน