
ปั้นค้าชายแดน
ตั้งเป้าปี
’55ทะลุล้านล้านบาท ชูยุทธศาสตร์ขยาย5ศูนย์ใหม่โพสต์ทูเดย์ — เปิด 5 ศูนย์การค้าชายแดนไทยเพื่อนบ้าน หวังขยายการค้าชายแดนพุ่ง 1 ล้านล้านบาท ในปี 2555
นายวิจักร วิเศษน้อย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมได้จัดตั้งศูนย์ส่งเสริมการค้าชายแดนไทยประเทศเพื่อนบ้าน 5 แห่ง ในจังหวัดที่มีศักยภาพในการทำการค้าชายแดนแล้ว คือ ด้านกัมพูชา ที่ จ.สระแก้ว และศรีสะเกษ ด้านลาว ที่หนองคาย ด้านพม่า ที่ตาก และด้านมาเลเซีย ที่สงขลา
ทั้งนี้ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการในจังหวัดที่มีพื้นที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านได้ใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรีทางการค้าภายใต้เขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟตา) ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการค้าการลงทุนให้กับไทย
นอกจากนี้ กรมตั้งเป้าหมายว่ามูลค่าการค้าชายแดนกับประเทศเพื่อนบ้านจะเพิ่มเป็น 1 ล้านล้านบาท ได้ในปี 2555 จากปี 2552 ที่มีมูลค่า 6.4 แสนล้านบาท
สำหรับหน้าที่ของศูนย์จะมีข้อมูลการค้าการลงทุนชายแดน โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการเปิดเสรีอาฟตา และการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยผู้ประกอบการที่สนใจสามารถเข้ามาศึกษาและค้นหาข้อมูลได้ ทั้งข้อมูลการเปิดเสรีการค้า การค้าบริการ และการลงทุน
นอกจากนี้ ยังเป็นหน่วยงานประสานกับภาครัฐและเอกชนในจังหวัดที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์การค้าชายแดนร่วมกัน ซึ่งจะมีการดำเนินกิจกรรมในการส่งเสริมการค้าการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่น การนัดหมายธุรกิจ ตลอดจนการจัดคณะผู้แทนการค้าไปเยือนจังหวัดท้องถิ่นของประเทศเพื่อนบ้าน การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าชายแดน เป็นต้น
นายวิจักร กล่าวว่า ศูนย์ยังจะทำหน้าที่อำนวยความสะดวกและสนับสนุนผู้ประกอบการท้องถิ่น ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับผู้ประกอบการ รวมทั้งคอยติดตามความเคลื่อนไหวทางการค้าการลงทุนด้านชายแดนไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน และรายงานให้กระทรวงพาณิชย์ทราบเป็นระยะๆ ในสถานการณ์ที่มีความอ่อนไหวที่สำคัญ จะมีการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจเคลื่อนที่ (โมบาย ยูนิต) ออกเดินทางไปให้คำปรึกษาด้านการค้าชายแดน รวมทั้งรับเรื่องร้องเรียนแก้ไขปัญหาการค้าชายแดนแก่ผู้ประกอบการด้วย
สำหรับการจัดตั้งศูนย์เป็นยุทธศาสตร์ของกรมที่ต้องการให้ผู้ประกอบการไทยในภูมิภาคได้ใช้ประโยชน์จากการเปิดเสรีอาฟตาอย่างกว้างขวางเพื่อรักษาประโยชน์ โดยการสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางการค้า เพิ่มช่องทางการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านให้มากขึ้น เช่น การนำเข้าสินค้าเกษตรเพื่ออุตสาหกรรมการเกษตรของไทย การขยายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อลดต้นทุนการผลิตลง เป็นต้น
สรุปตัวเลขการค้าชายแดนในเดือนม.ค.ที่ผ่านมา รายงานจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ปรับตัวเพิ่มขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัวตามเศรษฐกิจโลก โดยการค้าชายแดนไทยลาวมีมูลค่า 6,499.6 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 29.4% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลมาจากการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง สินค้าอุปโภคบริโภคในครัวเรือน เครื่องจักรอุปกรณ์ วัสดุก่อสร้างและเหล็ก เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์อิเล็ก ทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์พลาสติก รวมถึงเคมีภัณฑ์ ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 1,780.5 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 59.3%สำหรับสินค้าที่นำเข้า เช่น เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายจากจีน และเครื่องจักร
ด้านการค้าชายแดนไทยกัมพูชานั้นมีมูลค่า 4,452.4 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 45.2% ส่วนใหญ่เป็นสินค้ายานพาหนะ เช่น อะไหล่รถจักรยานยนต์ น้ำมันเชื้อเพลิง ผ้า ผลิตภัณฑ์พลาสติก และเครื่องจักรกลการเกษตร ประเภทรถไถ และเก็บเกี่ยว ส่วนสินค้าที่ส่งออกลดลง เช่น น้ำตาลทรายสุกรมีชีวิต และอาหารสัตว์ ส่วนการนำเข้ามีมูลค่า 353 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 121.3% ซึ่งสินค้าที่นำเข้าคือมันสำปะหลัง เศษเหล็กทองแดง และอะลูมิเนียม รวมถึงสินค้าทุนประเภทเครื่องจักรที่ใช้ในโครงการก่อสร้างอุตสาหกรรม และการเกษตร







