
พลังงานรับแท็กซี่เอ็นจีวีพลาดเป้า
พลังงานเศร้าแท็กซี่ติดเอ็นจีวีฟรีแค่ 2,937 คัน หลุดเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.5 หมื่นคัน เซ็งหาทางเคลียร์ถังเอ็นจีวีเหลือ ส่งผลให้มีถังก๊าซฯเหลือ 192 ใบจากยอดที่ทยอยสั่งนำเข
พลังงานเศร้าแท็กซี่ติดเอ็นจีวีฟรีแค่ 2,937 คัน หลุดเป้าหมายที่ตั้งไว้ 1.5 หมื่นคัน เซ็งหาทางเคลียร์ถังเอ็นจีวีเหลือ ส่งผลให้มีถังก๊าซฯเหลือ 192 ใบจากยอดที่ทยอยสั่งนำเข
นายคุรุจิต นาครทรรพ รองปลัดกระทรวงพลังงาน ในฐานะประธานคณะทำงานโครงการเปลี่ยนรถแท็กซี่ที่ใช้แอลพีจีเป็นเอ็นจีวีฟรี ว่า หลังปิดโครงการมีแท็กซี่เข้ามาติดตั้งเอ็นจีวีฟรีเพียง 2,937 คัน จากจำนวนที่มาลงทะเบียนไว้ 4,983 คัน ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่กระทรวงพลังงานกำหนดไว้ จะมีแท็กซี่เข้าโครงการ 1.5 หมื่นคัน
ทั้งนี้ ส่งผลให้มีจำนวนถังก๊าซเหลือค้างกว่า 192 ใบ ซึ่งเป็นการทยอยสั่งนำเข้าจากจำนวนแท็กซี่ที่มาลงทะเบียนไว้ โดยล็อตแรกสั่งนำเข้ามาก่อน 3,129 ชุด พร้อมอุปกรณ์และถัง โดยหลังจากนี้จะสรุปรายละเอียดของโครงการนำเสนอต่อ นายณอคุณ สิทธิพงศ์ ปลัดกระทรวงพลังงาน เพื่อพิจารณาหาแนวทางในการดำเนินการกับถังก๊าซที่เหลือต่อไป
สำหรับสาเหตุที่ทำให้แท็กซี่เข้าโครงการดังกล่าวน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ เป็นเพราะใช้เวลาในการดำเนินโครงการนานเกินไป และมีปัญหาติดขัดในเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างอุปกรณ์และถังก๊าซ โดยโครงการนี้เริ่มมากว่า 23 ปีแล้ว มีการเปิดประมูลหาผู้นำเข้าอุปกรณ์ถึง 3 ครั้ง ทำให้มีรถแท็กซี่จำนวนมากหันไปติดตั้งเอ็นจีวีกันเอง โดยไม่รอโครงการของภาครัฐ
นอกจากนี้ รถแท็กซี่ส่วนหนึ่งยังใช้แอลพีจี เพราะมีความสะดวกในเรื่องการบริการที่ปั๊มมากกว่า เนื่องจากการเติมเอ็นจีวีใช้เวลานานและปั๊มบางแห่งก็หมดเร็ว ส่งผลให้เสียโอกาสในการหารายได้ในแต่ละวัน
“เมื่อช่วงปิดโครงการนี้แรกๆ มีแท็กซี่ที่เคยลงทะเบียนไว้แต่ไม่ได้มาตามกำหนด โดยอ้างว่าไม่ทราบว่าโครงการปิดเมื่อใด โดยต้องการที่จะเข้าร่วมโครงการอีก แต่ทางกระทรวงต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ ส่วนจะมีการเปิดโครงการนี้ใหม่หรือไม่ ต้องหารือกันอีกครั้ง แต่คาดว่าคงเป็นไปได้ยากเพราะตอนนี้รถแท็กซี่ใหม่ก็ติดเอ็นจีวีกันหมด ในขณะที่รถแท็กซี่เก่าบางคันก็เกินอายุที่กำหนดไว้ไม่สามารถเข้าโครงการได้” นายคุรุจิต กล่าว
สำหรับวัตถุประสงค์ของโครงการติดตั้งเอ็นจีวีฟรี เพื่อต้องการส่งเสริมให้รถแท็กซี่ที่ใช้แอลพีจีหันมาใช้เอ็นจีวีมากขึ้นเพื่อลดปริมาณแอลพีจีภาคขนส่ง ที่ภาครัฐยังต้องมีการอุดหนุนราคาและยังต้องใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในการนำเข้าจากต่างประเทศเดือนละ 1.3 แสนตัน/เดือน สร้างภาระให้กับกองทุนน้ำมันฯ เพราะถือเป็นรายจ่ายหลักในแต่ละเดือนตลอดหลายปีที่ผ่านมา







