
อาหารแช่แข็งพุ่งแรง รับอานิสวงส์ม็อบ-ปิดเทอม
นับแต่ม็อบเสื้อแดงเริ่มชุมนุมและเคลื่อนไหวด้วยกระบวนการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการเทเลือด การเดินขบวน ต้องยอมรับว่าส่งผลกระทบไปยังธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า
แต่กลับมีธุรกิจหนึ่งที่กลับเติบโตสวนกระแสอย่างสดใสในภาวะที่บ้านเมืองมืดมน นั่นคือตลาดอาหารแช่แข็ง และอาหารพร้อมปรุง ซึ่งในช่วง 23 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการที่ฐานตลาดยังไม่ใหญ่มากนัก และที่สำคัญคือ เป็นสินค้าที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ในปัจจุบัน ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็ว
จากความสะดวกในการรับประทานที่เพียงแค่แกะใส่ไมโครเวฟ เทน้ำร้อน อุ่นเพียง 23 นาที การที่ผู้ขายต่างๆ พยายามพัฒนาคุณภาพและสินค้าให้ถูกใจผู้บริโภค จนวันนี้กลุ่มเป้าหมายหลักอย่างคนรุ่นใหม่ ครอบครัวยุคใหม่ รวมไปถึงคนทำงานที่อยู่อาศัยตามคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ มักมีอาหารแช่แข็งตุนไว้รับประทาน ทำให้ตลาดดังกล่าวเติบโตอย่างมากมายในช่วงนี้
แต่ที่สำคัญคือ ในภาวะปัจจุบันที่การเมืองดุเดือด ม็อบยังส่อเค้าชุมนุมยืดเยื้อ ประกอบกับเป็นช่วงปิดเทอมใหญ่ยาวถึง 3 เดือน กลับยิ่งเป็นอานิสงส์ส่งให้ตลาดอาหารแช่แข็งพร้อมรับประทานเติบโตชนิดพุ่งพรวดกว่า 30% ทีเดียว
นายอนุรัตน์ โค้วคาสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท พรานทะเล มาร์เก็ตติ้ง ผู้ผลิตและทำตลาดอาหารทะเลแช่แข็งภายใต้แบรนด์พรานทะเล เปิดเผยว่า ในช่วงที่มีม็อบและโรงเรียนปิดเทอมที่ผ่านมา เกือบครึ่งเดือน เห็นได้ชัดว่าตลาดอาหารแช่แข็งมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 510% ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยสำคัญคือ เรื่องความปลอดภัยในการดำเนินชีวิต ทำให้ผู้บริโภคอยู่บ้านมากขึ้น ออกไปรับประทานอาหารนอกบ้านน้อยลง และส่งผลให้อาหารแช่แข็ง หรืออาหารพร้อมรับประทานได้รับความสนใจเป็นพิเศษ
ประกอบกับในช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมที่เด็กๆ จะอยู่บ้าน และอาหารพร้อมรับประทาน หรืออาหารพร้อมปรุงจะช่วยผู้ปกครองไม่ให้เสียเวลาในการเตรียมอาหารให้กับลูกๆ ในช่วงที่ผู้ปกครองไม่อยู่บ้าน เด็กๆ สามารถทำรับประทานเองได้เพียงใส่ไมโครเวฟเท่านั้น ซึ่งถือเป็นส่วนเสริมที่ทำให้ตลาดอาหารแช่แข็งเติบโตขึ้นมากกว่าช่วงปกติทั่วไป
ทั้งนี้ หากหมดช่วงม็อบและช่วงปิดเทอมไปแล้วคาดว่าตลาดอาหารแช่แข็งก็จะกลับสู่ภาวะปกติ แต่บริษัทก็มีแผนเดินหน้ากระตุ้นตลาดอย่างต่อเนื่อง ผ่านการจัดโปรโมชัน แคมเปญต่างๆ เช่น ซื้อ 3 แถม 1 สลับสับเปลี่ยนเมนูไปในแต่ละอาทิตย์ โดยเท่าที่ผ่านมาผู้บริโภคให้การตอบรับเป็นอย่างดี
นอกจากนี้ ยังใช้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท ธงชัย ธาวนพงษ์ และนักแสดงชาย นิรุตติ์ ศิริจรรยา มาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ เพื่อสื่อสารไปยังผู้บริโภค และสร้างการรับรู้ตราสินค้า ให้เกิดการทดลอง และเพิ่มยอดขายกับลูกค้าเก่า โดยปัจจุบันผู้บริโภคทั่วไปรู้จักสินค้าประเภทอาหารแช่แข็งแล้ว 70%
นอกจากปัจจัยเรื่องม็อบและปิดเทอมที่เอื้อให้ตลาดนี้เติบโตแล้ว อีกปัจจัยหนุนสำคัญคือ การที่ผู้ประกอบการห้างค้าปลีกขนาดใหญ่เข้ามาผลิตสินค้าอาหารแช่แข็งเฮาส์แบรนด์จำหน่าย ไม่ว่าจะเป็น เทสโก้ โลตัส บิ๊กซี คาร์ฟูร์ ซึ่งมีส่วนช่วยให้ตลาดเติบโตเร็วขึ้น
ดังนั้น บริษัทจึงคาดหมายได้ว่าปีนี้ตลาดอาหารแช่แข็งน่าจะสามารถเติบโตได้ราว 30% จากปกติที่จะเติบโตอยู่ในระดับ 1020% จากมูลค่าตลาดที่บริษัทคาดว่าน่าจะมีประมาณ 3,000 ล้านบาท
ด้าน น.ส.เมตตา ปราบสุธา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท พี.เอฟ.พี. เทรดดิ้ง ผู้ดำเนินธุรกิจอาหารแปรรูปสัตว์น้ำ และอาหารแปรรูปแช่แข็งแบรนด์ พี.เอฟ.พี. กล่าวในทิศทางเดียวกันว่า แนวโน้มที่ผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมมาปรุงอาหารรับประทานเองที่บ้านมากขึ้นมีมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ทำให้อาหารแช่แข็งหรือสินค้าประเภทพร้อมปรุงในปีนี้มีทิศทางที่ดี และในช่วงนี้ที่มีความไม่สงบภายในประเทศ โรงเรียนปิดเทอม ก็ยิ่งทำให้คนทั่วไปอยู่บ้านมากขึ้นเพราะห่วงเรื่องความปลอดภัย
“
จะเห็นได้ว่าในช่วงที่มีม็อบคนเดินในห้างสรรพสินค้าลดลง หรือจะเดินในระยะเวลาสั้นๆ แล้วรีบกลับบ้าน ซึ่งช่วงเวลาไพรม์ไทม์ของห้างในวันธรรมดาจะอยู่ที่ 6 โมงเย็น2 ทุ่ม แต่กลับมีคนเดินลดลง แสดงว่าผู้บริโภคทั่วไปซื้อของ หรือทำธุระจำเป็นแล้วรีบกลับ ไปรับประทานอาหารที่บ้านแทนที่จะรับประทานนอกบ้าน จึงเป็นสาเหตุให้ตลาดอาหารแช่แข็ง และอาหารพร้อมปรุงเติบโตขึ้น” น.ส.เมตตา กล่าวในส่วนของ พี.เอฟ.พี. ก็จับกระแสดังกล่าวด้วยการตั้งงบกระตุ้นยอดขายตลอดปีนี้ถึง 100 ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นการจัดรถเคลื่อนที่ไปแจกสินค้าในต่างจังหวัดเพื่อให้ผู้บริโภคได้ทดลอง การจัดโปรโมชันส่งเสริมการขายผ่านการสอนปรุงอาหารที่จะทำร่วมกับ วิลล่า มาร์เก็ต โดยมีเซเลบริตีเป็นตัวแทน เป็นต้น เพื่อสร้างการรับรู้ในตราสินค้า และสอนการปรุง เพื่อให้ผู้บริโภคทั่วไปเกิดการทดลอง และกลายมาเป็นลูกค้าของบริษัทในที่สุด
สำหรับภาพรวมตลาดอาหารแช่แข็ง อาหารพร้อมปรุงนั้นคาดว่า ที่มีมูลค่าราว 5,000 ล้านบาท แบ่งเป็นตลาดสด 4,000 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราการเติบโตเป็นปกติอยู่แล้วอันเนื่องมาจากราคาที่ถูก และผู้บริโภคส่วนใหญ่ในประเทศยังซื้อสินค้าผ่านตลาดสดอยู่ ส่วนตลาดโมเดิร์นเทรดมีมูลค่า 1,000 ล้านบาท แม้ในปีที่ผ่านมาจะไม่เติบโตและติดลบราว 2% อันเนื่องมาจากเศรษฐกิจแต่ราคาสินค้ามีราคาสูงขึ้นจึงทำให้ตลาดรวมไม่ติดลบมากนัก แต่ในปีนี้จากแนวโน้มต่างๆ ประกอบกับการรับรู้ของผู้บริโภคทำให้บริษัทคาดหมายว่าตลาดดังกล่าวจะเติบโตได้ราว 10%
ทางด้านบริษัทในปีนี้ตั้งเป้าเติบโตทางด้านรายได้ 10% หรือจาก 1,100 ล้านบาท เป็น 1,200 ล้านบาท ซึ่งบริษัทไม่ได้ตั้งเป้าเติบโตหวือหวา แม้ว่าในปีนี้บริษัทจะเพิ่มลงทุนเพิ่มเครื่องจักร เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตภายในประเทศจากเดือนละ 1,700 ตันต่อเดือน เป็น 2,000 ตันต่อเดือนก็ตาม
นายสุพัฒน์ ศรีธนาธร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านการตลาด บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ตลาดอาหารแช่แข็งในประเทศไทยมีแนวโน้มเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับตลาดอาหารแช่แข็งในประเทศสหรัฐอเมริกา หรือประเทศในทวีปยุโรปที่ในพื้นที่ขายอาหารอย่างน้อย 50% จะเป็นพื้นที่จำหน่ายอาหารแช่แข็ง และในขณะนี้พื้นที่ขายอาหารแช่แข็งในซูเปอร์มาร์เก็ตในประเทศไทยก็เริ่มมีพื้นที่จำหน่ายอาหารแช่แข็งเพิ่มขึ้น
เช่นเดียวกับ นายจักร์ชัย นุชประยูร รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพีเอฟ เทรดดิ้ง ผู้บริการร้านซีพี เฟรชมาร์ท ที่เห็นตรงกันว่า ปัจจุบันผู้บริโภคทั่วไปซื้ออาหารแช่แข็ง หรืออาหารพร้อมรับประทานไปปรุงเองที่บ้านราว 2535% จากเมื่อ 3 ปีก่อนมีสัดส่วนแค่ 5% คาดว่าในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าสัดส่วนดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นเป็น 70% อย่างแน่นอน
ขณะที่ผู้ประกอบการธุรกิจอาหารแปรรูปรายใหญ่ อย่าง บริษัท อุตสาห กรรมอาหาร ส.ขอนแก่น ก็เป็นอีกรายที่ขยับขยายธุรกิจมาสู่ตลาดมูลค่า 5,000 ล้านบาทนี้เช่นกัน โดย นายเจริญ รุจิราโสภณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อุตสาหกรรมอาหาร ส.ขอนแก่น กล่าวว่า บริษัทได้ลงทุนเป็นเงิน 48 ล้านบาท เข้าซื้อโรงงานผลิตอาหารแช่แข็งของบริษัท นารายณ์ อินเตอร์ฟู้ด และบริษัท นารายณ์โฮเต็ล เมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยจะเปิดตัวอาหารแช่แข็งพร้อมรับประทานในเดือน พ.ค. นี้ ภายใต้แบรนด์ ส.ขอนแก่น 2 รูปแบบ คือ ข้าวกล่อง และกับข้าว คาดว่าในปีแรกจะมียอดขายอยู่ที่ 50 ล้านบาท และในปีหน้ายอดขายจะเติบโตมากกว่า 25%
จะเห็นได้ว่าการเติบโตของอาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน นอกจากจะเป็นผลจากไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปแล้ว ยังมีปัจจัยหนุนมาเป็นระยะ แต่สำหรับผู้ประกอบการที่ทำตลาดอย่างจริงจังแล้ว ต้องบอกว่า สมรภูมิรบนี้ต้องสู้กันยาว ไม่ใช่แค่เพียงโดดเข้ามากอบโกยตลาดในช่วงเติบโตเท่านั้น เพราะตลาดจะอยู่ได้อย่างยั่งยืนและเติบโตต่อเนื่องส่วนหนึ่งย่อมมาจากการแข่งขันนั่นเอง







