posttoday
‘ประภาส’ฟันธงปี’56เงินเข้าหุ้น1แสนล้าน

‘ประภาส’ฟันธงปี’56เงินเข้าหุ้น1แสนล้าน

13 ธันวาคม 2555

“ประภาส” มองทุนต่างชาติยังไหลเข้าไทย ฟันธงปีหน้าเข้าตลาดตราสารหนี้ 1 ล้านล้านบาท เข้าหุ้น 1 แสนล้านบาท พร้อมลงทุนในระยะยาวมากขึ้น

“ประภาส” มองทุนต่างชาติยังไหลเข้าไทย ฟันธงปีหน้าเข้าตลาดตราสารหนี้ 1 ล้านล้านบาท เข้าหุ้น 1 แสนล้านบาท พร้อมลงทุนในระยะยาวมากขึ้น

นายประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน (บลจ.) กรุงศรี กล่าวในงานสัมมนา “การ บริหารเครดิตและเงินลงทุน” ว่า ประเมินแนวโน้มการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในปี 2556 น่าจะยังเข้าลงทุนในไทย โดยคาดว่าจะมียอดซื้อตราสารหนี้ไทยประมาณ 1 ล้านล้านบาท เพิ่มจากปีนี้ 8.5 แสนล้านบาท และประเมินว่าจะไหลเข้าซื้อหุ้นไทย 1 แสนล้านบาท จากปีนี้ 5-6 หมื่นล้านบาท น่าจะมีส่วนผลักดันให้ดัชนีหุ้นไทยปีหน้าเพิ่มขึ้นได้ 30% หรือขึ้นไปถึง 1,650 จุด

“เริ่มเห็นสัญญาว่ามีนักลงทุนระยะยาว เช่น กองทุนบำเหน็จบำนาญ เข้ามาลงทุนในเอเชียมากขึ้น โดยจะเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ รองลงมาเป็นตลาดหุ้น สะท้อนว่าสภาพเศรษฐกิจในเอเชียมีการเติบโต และประเทศไทยเป็น 1 ใน 3 ของประเทศที่มีความน่าสนใจลงทุน” นายประภาส กล่าว

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเงินที่ไหลเข้ามาอาจมีเงินลงทุนระยะสั้น (Hot money) เข้ามาด้วย และอาจอ่อนไหวไปกับสภาพเศรษฐกิจโลก ซึ่งพร้อมจะไหลกลับไปลงทุนในสหรัฐอเมริกาได้ทุกเมื่อ แต่หากพิจารณาดัชนีค่าความผันผวนของตลาดหุ้นไทยในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมาของปีนี้ระดับ 14% ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 18-20% และค่าเฉลี่ยย้อนหลังค่าความผันผวนของดัชนีหุ้นไทยอยู่ที่ 18% 10 ปีย้อนหลัง อยู่ที่ 40% เรียกได้ว่าความผันผวนต่ำจนกลายเป็นที่สนใจลงทุนของเงินทุนต่าง ชาติระยะยาวมากขึ้น

นอกจากนี้ นายประภาส กล่าวว่า มุมมองของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อตลาดเอเชียไม่ใช่เป็นการลงทุนระยะสั้นเพียง 1 ปี แต่เริ่มมองเป็นการลงทุนระยะยาว และให้ความสนใจลงทุนในบริษัทขนาดกลางและเล็ก พร้อมเข้าถือลงทุนระยะ 3-5 ปี

นายประภาส กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยในปีนี้มีปรับตัวเพิ่มขึ้น 30% เมื่อรวมกับผลตอบแทนจากเงินปันผล 35% ทำให้ตลาดหุ้นไทยมีผลตอบแทนเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากตุรกี และเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย แต่อัตราการเติบโตดังกล่าวถือว่าสูงกว่าผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ปีนี้ที่คาดว่าจะมีการเติบโตในอัตรา 15% อีกทั้งเป็นระดับที่ ได้สะท้อนปัจจัยพื้นฐานในปี 2556 ไปเรียบร้อยแล้ว

อย่างไรก็ตาม หากเปรียบเทียบกับพื้นฐานในอนาคต 57 ปีข้างหน้า บจ. มีการเติบโตเฉลี่ยที่ระดับ 12% ต่อปี เมื่อรวมกับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล 3% เท่ากับ15% ต่อปี เชื่อว่าดัชนีหุ้นมีโอกาสจะปรับตัวเพิ่มขึ้นไปที่ระดับ 3,000-4,000 ในระยะ 57 ปีข้างหน้า

สำหรับข้อกังวลที่ว่าตลาดหุ้นไทยเข้าสู่สภาวะฟองสบู่หรือไม่นั้น นายประภาส กล่าวว่า ให้สังเกตอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าหุ้นทางบัญชี (P/BV) หากแตะระดับ 3 เท่า จะเข้าสู่ภาวะฟองสบู่ แต่ขณะนี้อยู่ที่ระดับ 2 เท่าและสูงกว่าระดับค่าเฉลี่ยควรจะอยู่ที่ 1.5 เท่า โดยยอมรับว่าเกิดฟองสบู่ขนาดเล็กไม่ใช่ขนาดใหญ่ และยังไม่ถึงระดับที่น่ากังวลเพราะหากผลประกอบการบจ.มีการเติบโตทันกับราคา จะทำให้ P/BV ทรงตัว ที่สำคัญให้ติดตามกรณีราคาหุ้นเติบโตสูงกว่าผลกำไรบจ. ติดต่อกันเป็นเวลา 34 ปี จะเริ่มเป็นอาการสุดท้ายก่อนฟองสบู่จะแตก

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร