
ธกส.ดีใจรัฐเพิ่มทุนให้หมื่นล.
ธ.ก.ส. ครื้มใจได้เพิ่มทุนเป็น 6 หมื่นล้านบาท หวังปล่อยกู้อุ้มภาคเกษตรแตะ 1.2 ล้านล้านบาท
ธ.ก.ส. ครื้มใจได้เพิ่มทุนเป็น 6 หมื่นล้านบาท หวังปล่อยกู้อุ้มภาคเกษตรแตะ 1.2 ล้านล้านบาท
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติขยายเพดานทุนเรือนหุ้นจดทะเบียนตามกฎหมายของ ธ.ก.ส. จากเดิม 5 หมื่นล้านบาท เป็น 6 หมื่นล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1 หมื่นล้านบาทนั้น ถือเป็นการเพิ่มทุนรองรับการขยายสินเชื่อตามแผนการดำเนินงานปกติ ในช่วงระยะเวลา 5 ปี ของ ธ.ก.ส. คือตั้งแต่ปี 2555–2559 โดยในปีบัญชี 2555 (1 เม.ย. 2555-31 มี.ค. 2556) กระทรวงการคลังได้จัดหาเงินทุนเพื่อซื้อหุ้น (ชำระค่าหุ้น) เพื่อเพิ่มทุน ธ.ก.ส. เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 2,592 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินปันผลที่ ธ.ก.ส.จ่ายให้กระทรวงการคลังตามผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา (ปีบัญชี 2554) จำนวน 1,842 ล้านบาท และใช้เงินงบประมาณแผ่นดินที่ ธ.ก.ส.ได้รับการจัดสรรในปีงบประมาณ 2556 จำนวน 750 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกับทุนเรือนหุ้นที่ชำระไว้แล้ว 4.92 หมื่นล้านบาท ทำให้ทุนเรือนหุ้นที่ชำระแล้วของ ธ.ก.ส. เพิ่มขึ้นเป็น 5.18 หมื่นล้านบาท และเมื่อรวมกับกำไรสะสม เงินทุนสำรองตามกฎหมาย และเงินกองทุนอื่นๆ อีกจำนวน 3.54 หมื่นล้านบาท จะทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 8.72 หมื่นล้านบาท
นอกจากนี้ ครม. ยังได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังศึกษาแนวทางการจัดหาเงินทุนซื้อหุ้น (ชำระค่าหุ้น) เพื่อเพิ่มทุนให้แก่ ธ.ก.ส.ในส่วนที่เหลืออีก 8,165 ล้านบาท เพื่อให้ครบจำนวนทุนเรือนหุ้นจดทะเบียนตามกฎหมายใหม่ 6 หมื่นล้านบาท โดยทยอยดำเนินการตามความเหมาะสมและจำเป็น เพื่อรองรับการขยายสินเชื่อของ ธ.ก.ส. ในช่วงปี 2555-2559 ซึ่งจะขยายสินเชื่อเพิ่มจาก 8.84 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 1.26 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ยประมาณปีละ 1 แสนล้านบาท
“การเพิ่มทุนครั้งนี้สอดคล้องกับการขยายสินเชื่อของ ธ.ก.ส.ในปีบัญชี 2555 ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 7.95 แสนล้านบาท เป็น 8.88 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 11.2% โดยคาดว่าจะมีกำไรสุทธิประมาณ 7,500 ล้านบาท และทำให้ ธ.ก.ส. มีสัดส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่ 10%” นายลักษณ์ กล่าว
นายลักษณ์ กล่าวอีกว่า การขยายสินเชื่อของ ธ.ก.ส.จะเน้นการเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินให้เพียงพอกับความต้องการใช้สินเชื่อของเกษตรกรตามภาวะราคาปัจจัยการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น การสนับสนุนสินเชื่อตามห่วงโซ่มูลค่าสินค้าเกษตรผ่านกลุ่มวิสาหกิจชุมชน สหกรณ์การเกษตรและผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร และการสนับสนุนสินเชื่อตามนโยบายรัฐบาล เช่น กองทุนหมู่บ้าน สถาบันการเงินชุมชน ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ที่ได้รับการสนับสนุนจากการดำเนินงานของกองทุนตั้งตัวได้







