
กสิกรเชื่อมั่นเอฟทีเอ‘อียู’ออกแรงหนุน
แบงก์หนุนรัฐเร่งผลักดันเอฟทีเอไทยอียู ทดแทนสิทธิจีเอสพี
แบงก์หนุนรัฐเร่งผลักดันเอฟทีเอไทยอียู ทดแทนสิทธิจีเอสพี
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า พื้นฐานเศรษฐกิจไทยขณะนี้ยังมีความจำเป็นต้องพึ่งพาการส่งออกเพื่อขยายตัวสูงขึ้น ทำให้การเจรจาข้อตกลงเสรีทางการค้าถือเป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีไทยสหภาพยุโรป (อียู) เนื่องจากไทยกำลังจะเสียสิทธิพิเศษทางภาษี (จีเอสพี) ในการส่งออกไปยังยุโรปในปี 2558 ซึ่งจะทำให้ผู้ส่งออกมีต้นทุนสูงขึ้นและแข่งขันได้ยาก
“ไทยจะมัวรอโอกาสนี้อีกไม่ได้แล้ว เพราะเศรษฐกิจอียูมีขนาดใหญ่เท่ากับสหรัฐ มีผลประโยชน์ทางการค้ามหาศาล แม้ว่าตอนนี้เขาจะมีปัญหา แต่เชื่อว่าภายใน 12 ปีจะเริ่มฟื้นตัวได้ เมื่อฟื้นแล้ววินัยการเงินการคลังเขาจะแข็งแกร่งขึ้น และตลาดจะใหญ่ขึ้น” นายเชาว์ กล่าว
นายเชาว์ กล่าวว่า ปัจจุบันไทยส่งออกสินค้าไปยังอียู 78% ของการส่งออกทั้งหมด แม้ว่าจะลดลงจากอดีต แต่อียูยังถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญ ด้วยเหตุนี้ไทยจึงต้องเร่งรักษาความสามารถในการแข่งขันของผู้ส่งออก โดยเฉพาะธุรกิจกลุ่มอาหารทะเลสดและแช่แข็ง ผลไม้กระป๋องและผลิตภัณฑ์ยางแปรรูปที่กำลังจะถูกตัดสิทธิจีเอสพี
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ต้องระมัดระวังในการเจรจา คือ สิทธิบัตรยาและทรัพย์สินทางปัญญาที่ไทยคงต้องขอต่อรอง หรือขอสงวนสิทธิยืดเวลาไปก่อน ภาครัฐต้องเข้ามามีบทบาทกำหนดกติกาในเรื่องที่ไทยยังไม่พร้อม







