posttoday
ถก3ชาติยางหนุนตั้งสภา กลุ่มอาเซียน

ถก3ชาติยางหนุนตั้งสภา กลุ่มอาเซียน

07 ธันวาคม 2555

ไทยเตรียมเสนอตั้งสภายางอาเซียนหวังใช้เป็นกลไกคุมราคาปริมาณผลิตยางโลก

ไทยเตรียมเสนอตั้งสภายางอาเซียนหวังใช้เป็นกลไกคุมราคาปริมาณผลิตยางโลก

นายอำนวย ปะติเส ที่ปรึกษานายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รมช.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ในการประชุมสภาความร่วมมือยางพาราระหว่างประเทศที่มี 3 ประเทศ คือ ไทย มาเลเซีย และเวียดนาม วันที่ 12 ธ.ค.นี้ จะหารือเพื่อยกระดับความร่วมมือสภายางจาก 3 ประเทศ เป็นสภายางอาเซียน

ทั้งนี้ เพื่อขยายความร่วมมือไปยังกลุ่มประเทศผู้ปลูกยางในภูมิภาคนี้ ทั้งหมดซึ่งจะทำให้มีอำนาจในการกำหนดปริมาณผลผลิตและราคายาง ทำให้ราคามีเสถียรภาพมากขึ้น

สำหรับการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการพัฒนาศักยภาพสถาบันเกษตรกรเพื่อรักษาเสถียรภาพราคายางพาราในวันที่ 7 ธ.ค.นี้ คาดว่าจะไม่มีการพิจารณาขยายระยะเวลาของโครงการออกไปอีก 1 ปี จากเดิมที่จะสิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 2556 เนื่องจากยังมีเวลาเหลือกว่า 3 เดือน หากที่ประชุมมีการขยายโครงการตามที่เสนอและนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ(กนย.) ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิจารณา โดยที่โครงการยังไม่จบ ก็คงไม่ได้รับการพิจารณา

จะเอาเหตุผลอะไรไปเสนอ กนย. อาจจะโดนตำหนิด้วย เพราะเวลายังเหลือที่จะต้องพยายามบริหารให้โครงการไปสู่เป้าหมายให้ได้ อย่างไรก็ตามผมยังมองว่าราคายางน่าจะมีการขยับขึ้นจากสถานการณ์ความต้องการใช้ยางพาราที่เพิ่มขึ้นจากกรณีที่สต๊อกยางพาราของโลกเริ่มลดลงและยอดการผลิตรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น “นายอำนวยกล่าว

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้นายชนะชัย เปล่งศิริวัธน์ ผู้อำนวยการองค์การสวนยาง (อ.ส.ย.) ระบุว่า จะเสนอให้มีการขยายโครงการรักษาเสถียรภาพราคายางออกไปอีก 1 ปี ด้วยเหตุผลว่าราคายางยังไม่ถึงเป้าหมาย 120 บาท/กิโลกรัม

ทั้งนี้ ราคายางพาราปัจจุบันราคายางแผ่นดิบรมควันชั้น 3 อยู่ที่ 83.19 บาท/กิโลกรัม

ที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ระบุว่า มีความเสี่ยงและมีแนวโน้มไม่บรรลุวัตถุประสงค์ โดยพบว่าเป็นการให้สถาบันเกษตรกรกู้ยืมเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ไปซื้อยางมาขายต่อให้กับโครงการ เพื่อให้ได้ราคาตามที่โครงการตั้งเท่านั้นนั้น แต่ยังไม่พบว่ามีการจัดทำแผนการบริหารจัดการผลผลิตยางที่ได้รับซื้อไว้อย่างเป็นธรรมรูปแต่อย่างใด 2. รายางแม้จะรับซื้อตั้งแต่ม.ค.-ต.ค. 2555 ราคายังไม่ขยับไปตามเป้าหมายแต่อย่างใด 3. อสย.ไม่มีความสามารถในการบริหารดังเก็บยางโดยพบว่า เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 2555 ยังมียางของดรงงานอัดก้อนยางเพียรประดิษฐ์ จ.สุราษฎานี จำนวน 254 ตันวางกองอยู่นอกโกดัง โดยในโกดังเก็บยางของโรงงานเอง การดำเนินการดังกล่าวทำให้ยางเสี่ยงต่อการเกิดราและทำให้ยางราคาตก 4. การดำเนินโครงการเสี่ยงต่อการสวมสิทธิ์เช่นเกษตรกรรายย่อยไม่สามารถขายยางให้อสย.ได้โดยตรงจำเป็นต้องขายให้พ่อค้าราคาต่ำ และสถาบันเกษตรกรบางแห่งใช้เป็นช่องในการซื้อยางที่ไม่ใช่สมาชิก 5.จุดรับซื้อไม่ครอบคลุม ทำให้เกษตรกรแบกภาระในการขนส่ง


ทั้งนี้สตง.ระบุว่า มีความเป็นห่วงโครงการดังกล่าว การดำเนินการโครงการดังกล่าวในระยะที่เหลือต้องรอบครอบให้มากขึ้น เพื่อป้องกันความเสียหายและใช้เงินอย่างคุ้มค่า

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน