
เลือกรูปแบบกองทุนLTF และ RMFให้เหมาะกับตัวคุณ
ซึ่งการบริหารกองทุนแบบ Absolute นั้น ผู้จัดการกองทุนจะมีแนวคิดแตกต่างไปจากการบริหารแบบ Active กล่าวคือผู้จัดการกองทุนที่บริหารกองทุนแบบ Absolute มุ่งที่จะหาการลงทุนในตราสารที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวก โดยไม่สนใจว่าดัชนีจะขึ้นหรือลง ในขณะที่กองทุนที่บริหารแบบ Active จะมุ่งหาการลงทุนที่ให้ได้ผลตอบแทนมากกว่าเกณฑ์ชี้วัด เช่น ต้องเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มขึ้นมากกว่าดัชนีหากดัชนีปรับตัวขึ้น หรือมีแนวโน้มลดลงน้อยกว่าดัชนีหากดัชนีปรับตัวลดลง
ซึ่งการบริหารกองทุนแบบ Absolute นั้น ผู้จัดการกองทุนจะมีแนวคิดแตกต่างไปจากการบริหารแบบ Active กล่าวคือผู้จัดการกองทุนที่บริหารกองทุนแบบ Absolute มุ่งที่จะหาการลงทุนในตราสารที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวก โดยไม่สนใจว่าดัชนีจะขึ้นหรือลง ในขณะที่กองทุนที่บริหารแบบ Active จะมุ่งหาการลงทุนที่ให้ได้ผลตอบแทนมากกว่าเกณฑ์ชี้วัด เช่น ต้องเลือกหุ้นที่มีแนวโน้มขึ้นมากกว่าดัชนีหากดัชนีปรับตัวขึ้น หรือมีแนวโน้มลดลงน้อยกว่าดัชนีหากดัชนีปรับตัวลดลง
นอกจากนั้น ในกรณีที่ผู้จัดการกองทุนไม่มั่นใจสถานการณ์ของการลงทุน เช่น ตลาดมีความผันผวนสูงหรือจะมีการประกาศมาตรการสำคัญ ซึ่งอาจจะส่งผลทั้งในด้านบวกหรือลบอย่างรุนแรง กองทุนที่มีนโยบายการลงทุนแบบ Absolute ผู้จัดการกองทุนอาจจะเลือกที่จะถือเงินสดแทน เนื่องจากเป้าหมายคือการไม่ขาดทุน
แต่สำหรับการบริหารกองทุนหุ้นแบบ Active โดยมีเกณฑ์ชี้วัดเป็นดัชนี SET ผู้จัดการกองทุนจะต้องทำให้สัดส่วนการลงทุนให้ใกล้เคียงกับเกณฑ์ชี้วัดระดับหนึ่ง แต่ไม่จำเป็นต้องทำให้เท่ากับเกณฑ์ชี้วัดเหมือนสไตล์ Passive เพราะการลงทุนแบบ Active เน้นผลตอบชนะเกณฑ์ชี้วัดให้มากๆ จึงยังคงต้องมีสัดส่วนของการลงทุนใกล้เคียงกับเกณฑ์ชี้วัดระดับหนึ่ง เพราะไม่ว่าหุ้นขึ้นมากๆ หรือลงมากๆ ผลการดำเนินงานของกองทุน หรือ Performance ของกองทุนจะยังคงเป็นไปตามเกณฑ์ชี้วัด
หากเลือกที่จะถือเงินสดมากๆ และพบว่ามีความเป็นไปได้ระดับหนึ่งที่หุ้นจะมีโอกาสมากที่จะขึ้นต่อเนื่อง ผลคืออัตราผลตอบแทนของกองทุนจะแพ้เกณฑ์ชี้วัดมาก ดังนั้นถ้าผู้จัดการกองทุนคาดว่า หุ้นยังเป็นขาขึ้น แม้ว่าในตอนนั้นตลาดหุ้นจะปรับลง แต่ผู้จัดการกองทุนจะหลีกเลี่ยงที่จะลดน้ำหนักหุ้นลง ต่างจากกองทุนแบบ Absolute ที่ผู้จัดการกองทุนเมื่อได้ผลตอบแทนเป็นบวกตามเป้าหมายแล้ว ในที่นี่ สมมติที่ 5% เมื่อเห็นหุ้นมีแนวโน้มปรับลงแต่ไม่มั่นใจ 100% ว่าหลังจากหุ้นปรับลงแล้ว จะขึ้นต่อหรือไม่ ผู้จัดการกองทุนแบบ Absolute จะทำการขายหุ้นและถือเป็นเงินสดไว้ก่อน เพราะเก็บผลตอบแทนเป็นบวกไว้กับตัว
ดังนั้น การเลือกแนวทางการลงทุนระหว่าง Absolute และแบบ Active ก็จะขึ้นกับนักลงทุนว่านักลงทุนต้องการเลือกการลงทุนแบบใดโดยกองทุน Absolute ควรจะให้ความเสี่ยงที่ต่ำกว่าแต่ก็แลกมาด้วยอัตราผลตอบแทนที่มีแนวโน้มต่ำกว่า ในขณะที่แบบ Passive & Enhance หรือแบบ Active จะให้อัตราผลตอบแทนมากกว่าในระยะยาวถ้านักลงทุนสามารถรับความเสี่ยงได้ โดย บลจ.ฟินันซ่า มีให้เลือกลงทุนในหลายรูปแบบสำหรับการลงทุนระยะยาว เช่น กองทุน RMF โดยกองทุนเปิดฟินันซ่า SET 100 เพื่อการเลี้ยงชีพ (FAM SET 100 RMF) มีการบริหารการลงทุนแบบ Passive
ในขณะที่กองทุนรวมหน่วยลงทุนฟินันซ่า เพื่อการเลี้ยงชีพ (FAM RMF) มีบริหารกองทุนแบบ Active และกองทุนเปิดฟินันซ่ารีไทร์เมนท์โซลูชั่นเพื่อการเลี้ยงชีพ (FAM RSRMF) มีการบริหารแบบ Absolute โดยนักลงทุนจะต้องศึกษาหนังสือชี้ชวนและพิจารณาว่ากองทุนประเภทใด และการบริหารแบบใดเหมาะสมกับตัวนักลงทุนเอง หรือจะประเมินตนเองโดยใช้แบบสอบถามประเมินความเสี่ยงของผู้ลงทุนว่าจะสามารถรับความเสี่ยงได้มากน้อยแค่ไหน
ทั้งนี้ คำเตือนประจำของการลงทุน คือ การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลจากหนังสือชี้ชวนและคู่มือภาษีก่อนการตัดสินใจลงทุน ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุนรวมมิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนอาจจะขาดทุนหรือได้รับผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจเกิดขึ้นจากการลงทุนในกองทุนรวมที่ลงทุนในต่างประเทศ หรือได้รับเงินคืนต่ำกว่าเงินลงทุนเริ่มแรกได้







