posttoday
จับทิศเงินทุนเคลื่นย้าย

จับทิศเงินทุนเคลื่นย้าย

07 ธันวาคม 2555

ในขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทไทยในช่วงนี้ค่อนข้างมีเสถียรภาพและมีความสมดุลระหว่างเงินไหลเข้าและออก แต่อาจมีประเด็นที่ต้องติดตามเรื่องหน้าผาการคลังของสหรัฐ เนื่องจากยังมีความไม่ชัดเจน อาจทำให้ค่าเงินบาทผันผวนได้ในระยะสั้น

ในขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประเมินว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทไทยในช่วงนี้ค่อนข้างมีเสถียรภาพและมีความสมดุลระหว่างเงินไหลเข้าและออก แต่อาจมีประเด็นที่ต้องติดตามเรื่องหน้าผาการคลังของสหรัฐ เนื่องจากยังมีความไม่ชัดเจน อาจทำให้ค่าเงินบาทผันผวนได้ในระยะสั้น

สถานการณ์เศรษฐกิจโลกช่วงที่ผ่านมาปรับตัวดีขึ้น ทำให้ค่าเงินบาทเริ่มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่กลางปี 2555 โดยล่าสุดระหว่างวันที่ 123 พ.ย.ที่ผ่านมา ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาแล้วประมาณ 2.66% เมื่อเทียบกับช่วงสิ้นปี 2554

คำถามที่ตามมา คือ สถานการณ์ดุลบัญชีเงินทุนเป็นอย่างไร

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ประมวลผลเงินทุนเคลื่อนย้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า ในไตรมาสแรกปี 2554 (ม.ค.มี.ค. 2555) ดุลบัญชีเงินทุนเกินดุล 1,715 ล้านเหรียญสหรัฐ และดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 551 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ดุลการชำระเงินเกินดุล 2,688 ล้านเหรียญสหรัฐ

สาเหตุสำคัญหลักของการที่เกินดุลบัญชีเงินทุนมาจากการลงทุนในหลักทรัพย์จากต่างประเทศเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการเข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ เช่นเดียวกันกับการลงทุนอื่นๆ จากต่างประเทศที่ปรับตัวสูงขึ้น

ด้านการลงทุนโดยตรงสุทธิมีเงินทุนไหลออก 726 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 82.5% การลงทุนในหลักทรัพย์สุทธิมีเงินทุนไหลเข้า 1,738 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 47.4% สำหรับการลงทุนอื่นๆ สุทธิมีเงินทุนไหลเข้า 704 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 60%

สถานการณ์การลงทุนโดยตรง ไตรมาสแรกปี 2555 มีเงินทุนไหลออกมูลค่า 726 ล้านเหรียญสหรัฐ

การลงทุนโดยตรงในต่างประเทศมีมูลค่า 2,975 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมีเงินทุนไหลออกลดลง 41.2% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า สำหรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศมีมูลค่า 2,184 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 140.8%

การลงทุนในหลักทรัพย์ไตรมาสแรกปี 2555 มีเงินทุนไหลเข้ามูลค่า 1,738 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 47.4%

การลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศมีเงินทุนไหลออก (การซื้อหลักทรัพย์ที่ลงทุนในต่างประเทศของนักลงทุนไทย) มูลค่า 5,073 ล้านเหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีเงินทุนไหลเข้า 451 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับการลงทุนในหลักทรัพย์จากต่างประเทศมีเงินทุนไหลเข้ามูลค่า 6,811 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 139%

ด้านการลงทุนในตราสารทุนจากต่างประเทศมีเงินทุนไหลเข้ามูลค่า 2,550 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 817%

ขณะที่การลงทุนในตราสารหนี้จากต่างประเทศนั้น มีเงินทุนไหลเข้า 4,261 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน 65.3%

จากข้อมูลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่า การซื้อขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในไตรมาสแรกปี 2555 มีมูลค่าการซื้อสุทธิ 82,770 ล้านบาท ซึ่งมูลค่าการซื้อสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า

สาเหตุที่มีการซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติเพิ่มขึ้นนั้นเป็นผลมาจากการเพิ่มการลงทุนและการซื้ออย่างต่อเนื่องของเงินทุนเคลื่อนย้ายในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงตลาดยุโรปและสหรัฐ ซึ่งยังคงเผชิญกับความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและการเงิน

ขณะเดียวกัน การลงทุนในตราสารทุนจากต่างประเทศจากข้อมูลของ ธปท. มีการไหลเข้าของเงินทุน 79,055 ล้านบาท

สถานการณ์การลงทุนอื่นๆ ไตรมาสแรกปี 2555 มีเงินทุนไหลเข้า 704 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 60%

ทั้งนี้ เนื่องจากผู้นำเข้าไทยได้รับสินเชื่อการค้าจากคู่ค้าในต่างประเทศมูลค่า 9,824 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่สินเชื่อการค้าที่ผู้ส่งออกไทยให้กับคู่ค้าต่างประเทศมีมูลค่า 9,120 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับแนวโน้มการเคลื่อนย้ายเงินทุนไตรมาส 2 ปี 2555 คาดว่าในไตรมาส 2 ดุลการชำระเงินขาดดุล 5,200 ล้านเหรียญสหรัฐ และดุลบัญชีเงินทุนขาดดุล 2,800 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เป็นเงินทุนไหลเข้า 166 ล้านเหรียญสหรัฐ

สาเหตุสำคัญมาจากการลงทุนโดยตรงของไทยในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ขณะที่การลงทุนในหลักทรัพย์ในตราสารทุนของต่างประเทศลดลง มีการไหลออกของเงินทุน เนื่องจากผลกระทบจากเศรษฐกิจในกลุ่มสภาพยุโรป ทำให้นักลงทุนต่างชาติส่งเงินกลับ

ขณะที่มีการไหลออกของสินเชื่อการค้าที่ผู้ส่งออกไทยให้กับคู่ค้าต่างประเทศและผู้นำเข้าไทยมีการชำระคืนสินเชื่อการค้าให้กับคู่ค้าต่างประเทศ

ด้านการลงทุนโดยตรงสุทธิมีเงินทุนไหลออก 500 ล้านเหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีเงินทุนไหลเข้า 1,591 ล้านเหรียญสหรัฐ การลงทุนในหลักทรัพย์สุทธิมีเงินทุนไหลเข้า 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีเงินทุนไหลออก 1,750 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับการลงทุนอื่นๆ สุทธิมีเงินทุนไหลออกสูงถึง 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ เปลี่ยนแปลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีเงินทุนไหลเข้า 340 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าการลงทุนโดยตรงสุทธิไตรมาส 2 ปี 2555 มีการไหลออกของเงินทุนมูลค่า 500 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเปลี่ยนแปลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีการไหลเข้าของเงินทุน 1,591 ล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่มูลค่าการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 1,730 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ปรับตัวลดลงจากไตรมาสแรกปี 2555

คาดว่าการลงทุนในตราสารทุนของชาวต่างชาติในไตรมาส 2 ปี 2555 มีมูลค่าเงินทุนไหลออก 500 ล้านเหรียญสหรัฐ และการขายสุทธิของนักลงทุนต่างชาติมีมูลค่า 605 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับการลงทุนอื่นๆ คาดว่ามีการไหลออกของเงินทุน 3,500 ล้านเหรียญสหรัฐ

คำทำนายของ สศค.ไม่ได้ผิดพลาดแม้แต่น้อย เมื่อข้อมูลของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย พบว่า นักลงทุนต่างชาติยังคงเข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไทยต่อเนื่อง โดยมียอดซื้อสุทธิเดือน ต.ค. 8.5 หมื่นล้านบาท และในงวดครึ่งเดือน พ.ย. อีก 1.67 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติมียอดถือครองตราสารหนี้สุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 7.04 แสนล้านบาทแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาระยะเวลาในการถือครอง พบว่า นักลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาว 67% และตราสารหนี้ระยะสั้น 33%

ถ้าพิจารณาเฉพาะยอดซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว พบว่ามีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจาก 8,100 ล้านบาทในเดือน ต.ค. เพิ่มขึ้นเป็น 2.01 หมื่นล้านบาทในครึ่งเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา

แสดงว่านักลงทุนต่างชาติขายตราสารหนี้ระยะสั้น มาซื้อตราสารหนี้ระยะยาวเพิ่มมากขึ้น

นี่คือภาพใหญ่ของเงินลงทุนที่เกิดขึ้นในประเทศไทยจนทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมา และตลาดหุ้นคึกคักอยู่ในระยะนี้

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน