
'ประสาร'...การันตีดำเนินนโยบายเอื้อต่อธุรกิจ
ธนาคารกรุงไทยได้จัดงานเลี้ยงลูกค้าประจำปี 2555 โดยเชิญ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
โดย...ทีมข่าวการเงิน
ธนาคารกรุงไทยได้จัดงานเลี้ยงลูกค้าประจำปี 2555 โดยเชิญ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมปาฐกถาพิเศษ ถอดรหัสปัจจัยเสี่ยงรับความท้าทายเศรษฐกิจศักราชใหม่ สาระดังนี้...
ปีที่ผ่านมาประเทศไทยเผชิญปัจจัยเสี่ยงไม่น้อย ทั้งเรื่องในประเทศและต่างประเทศ เศรษฐกิจโดยทั่วไปในช่วง 45 ปีที่ผ่านมา แม้จะมีความท้าทาย แต่เศรษฐกิจไทยยังเติบโตได้ดี โดยเฉพาะการใช้จ่ายในประเทศที่มีต่อเนื่อง จากมาตรการของรัฐบาลในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคและภาคธุรกิจ แต่ในระยะข้างหน้ายังมีความเสี่ยงอีกมาก ได้แก่ 1.แนวโน้มเศรษฐกิจไทย ที่ผ่านมาแม้จะเผชิญในหลายเรื่อง ทั้งปัญหานอกและในประเทศ เหมือนมีโรคภัยรุมเร้าอยู่ไม่น้อย เศรษฐกิจโลกอ่อนแอ สหรัฐและยุโรปมีความปั่นป่วนในภาคตลาดการเงิน เหนือโรคเรื้อรังที่ลามในตลาดการเงิน
ขณะที่ญี่ปุ่นประสบปัญหาสึนามิ และประเทศไทยประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ ถือเป็นโรคแทรกซ้อน อาจกล่าวได้ว่าที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่ไทยต้องกุมขมับ เนื่องจากเจอภัยพิบัติหนักที่สุด แต่ภายใต้สิ่งที่รุมเร้า เศรษฐกิจไทยยังมีสุขภาพดีพอควร ช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ แม้เศรษฐกิจในฝั่งประเทศตะวันตกจะไม่ดี แต่ยังมีการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ เพื่อฟื้นฟูและซ่อมสร้างความเสียหายจากน้ำท่วม และการกระตุ้นนโยบายจากภาครัฐ จึงเป็นยาเสริมให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวได้เร็ว
สิ่งที่เห็นชัดในเดือน ต.ค. ดัชนีการลงทุนภาคเอกชนขยายตัว 0.9% ต่อเดือน เมื่อเทียบกับแนวโน้มปกติ อยู่ที่ 0.6% ต่อเดือน ดัชนีบริโภคภาคเอกชนอยู่ที่ 0.4% ต่อเดือน สูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ซึ่งอยู่ที่ 0.3% ต่อเดือน
ขณะที่ภาคการผลิตเพื่อขายในประเทศขยายตัวต่อเนื่อง ผลของเศรษฐกิจโลกจำกัดอยู่แค่การผลิตเพื่อการส่งออก จากการส่งออกที่มียอดขายลดลง แต่ทั้งหมดก็ได้รับการทดแทนจากการผลิตเพื่อขายในประเทศ
ประสาร กล่าวว่า เชื่อว่าช่วงที่เหลือ 2 เดือนของปีนี้ การจับจ่ายใช้สอยของประเทศและภาคการท่องเที่ยวจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ ขณะที่การส่งออกเห็นสัญญาณทรงตัว ขณะนี้เศรษฐกิจไทยเริ่มมีความมั่นใจได้ว่าจะเติบโตค่อนไปทางสูงกว่า 5.7% จากเดิมที่มองว่าจะเติบโต 5.7% แต่เศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ายังต้องพึ่งแรงส่งปัจจัยในประเทศต่อไปอีก ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกซบเซา ขณะนี้การบริโภคจึงเป็นแรงหนุนให้เกิดรายได้ในประเทศ
“ความเชื่อมั่นขณะนี้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี การลงทุนหากในช่วงระยะต่อไปสามารถยกระดับให้มีประสิทธิภาพได้ ก็ถือเป็นการพร้อมรับการเปิดเศรษฐกิจอาเซียน โดยเชื่อว่าจะมีเม็ดเงินจากต่างประเทศช่วยสร้างบรรยากาศเศรษฐกิจที่ดีในปีหน้า โดยคาดว่าจีดีพีปีหน้าจะอยู่ที่ 4.6% ภายใต้เสถียรภาพเศรษฐกิจของไทยที่อยู่ในเกณฑ์ดี” ประสาร กล่าว
ด้านความเสี่ยงเศรษฐกิจไทยระยะต่อไป ขณะนี้มีความท้าทายจากภายในและภายนอกประเทศ ความเสี่ยงจากภายนอก คือ ความอ่อนแอของเศรษฐกิจโลกที่ยังเป็นโรคเรื้อรังคุกคามต่อเนื่อง วิธีการรักษาของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมหลัก คือ การอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ไทยเผชิญการเคลื่อนย้ายเงินทุนเป็นระยะ ซึ่งเป็นความท้าทายที่สำคัญ ขณะที่วิกฤตอียูอาจจะปะทุขึ้นอีกในปีหน้า และการแก้ปัญหาที่หลายฝ่ายมองว่าจะทำได้ในทางปฏิบัตินั้น ทำได้ยาก ขณะนี้จึงเป็นเพียงข่าวดีระยะสั้น เช่น หนี้สาธารณะของกรีซได้รับการช่วยเหลือ แต่เงื่อนไขต่างๆ ก็ยังยากต่อการปฏิบัติ
ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐยังมีความเสี่ยงเรื่องมาตรการทางการคลังที่มีขนาดใหญ่ ที่ผ่านมามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐช่วยประคองได้พอควร และมีกำหนดสิ้นสุดสิ้นปีนี้ หากมาตรการเหล่านี้ไม่ได้มีการต่ออายุ จะกระทบเศรษฐกิจสหรัฐในขนาด 3.5 ของจีดีพี ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐปีหน้าคาดว่าจะเติบโตเพียง 2%
ดังนั้น หากเป็นเช่นนี้จะเข้าข่ายเศรษฐกิจหดตัว ซึ่งเศรษฐกิจสหรัฐมี ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก จะกระทบไม่มากก็น้อย จึงเป็นที่มาของคำว่า หน้าผา ถ้ามองขึ้นก็ชัน มองลงก็เจอเหวลึก ขณะนี้ ธปท. ประเมินว่าจะสามารถต่ออายุเหล่านี้ได้
ถ้าพิจารณาจากปัจจัยเสี่ยงทั้งหมดแล้ว เศรษฐกิจไทยยังน่าจะเดินไปได้ โดยประสิทธิภาพของภาคธุรกิจก็ยังคงอยู่ในภาวะเหมือนคนสุขภาพดี เหมือนคนออกกำลังกายมา มีการวางแผน ทำให้ภาคธุรกิจน่าจะเผชิญกับโรคและจัดการความเสี่ยงได้พอสมควร สะท้อนได้จากการปรับตัว การกระจายการส่งออกที่ทำได้ดีมาก มีการจัดการความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนและเพิ่มกำลังซื้อได้ดี เนื่องจากภาคธุรกิจมีการจัดการความเสี่ยง มีการเพิ่มคุณภาพการผลิต ปรับปรุงต้นทุน หลังจากต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการคิดค้นสินค้าใหม่ที่เพิ่มมูลค่า มีการบริหารความเสี่ยงทางการเงินจากความไม่ปกติของระบบการเงินโลก ไม่ว่าด้านอัตราแลกเปลี่ยน การทำสวอปเพื่อลดความเสี่ยงของค่าเงิน และรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้ดีขึ้น
ในส่วนภาคครัวเรือน ก็ควรมีการเตรียมตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงในปีหน้าด้วยเช่นกัน โดยครัวเรือนควรมีการออม เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจให้ดียิ่งขึ้น เพราะในปีหน้าจะมีการเปลี่ยนแปลงด้านต้นทุน ทำให้ปีหน้าราคาสินค้าอาจจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ดี ภาวะเศรษฐกิจในระยะต่อไปจะได้รับอานิสงส์จากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ที่รองรับเศรษฐกิจในระยะสั้นจากการใช้จ่าย แม้รายได้ส่งออกจะลดลง
ที่สำคัญ การลงทุนภาครัฐจะยกระดับการแข่งขันของประเทศไปในตัวด้วย เพราะการลงทุนภาครัฐจะช่วยยกระดับการลงทุนของภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องให้ขยายตัวดีตามไปด้วย
ในทางตรงข้าม หากรัฐไม่ลงทุนตามที่ประกาศ อาจทำให้การลงทุนของภาคเอกชนชะลอตามไปด้วย
ทั้งนี้ ธปท.จะช่วยสนับสนุนทางการเงินให้ภาคธุรกิจได้มีความมั่นใจในการทำธุรกิจมากขึ้น ดำเนินนโยบายการเงินให้เหมาะสม ให้อัตราดอกเบี้ยนโยบายสามารถดูแลเงินเฟ้อ ไม่ให้กำไรของภาคธุรกิจถูกเงินเฟ้อกัดกินไปจนหมด
ในขณะเดียวกัน ก็จะไม่ทำให้ดอกเบี้ยการออมติดลบจนไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย รวมถึงจะพยายามนำนโยบายผ่านมาตรการทางระบบสถาบันการเงินมาใช้ร่วมกับนโยบายดอกเบี้ยด้วย
ขณะเดียวกัน จะส่งเสริมการลงทุนในต่างประเทศ เพื่อให้ธุรกิจที่มีศักยภาพสามารถแสวงหากำไรจากการลงทุนในต่างประเทศ และช่วยให้กระจายความเสี่ยงได้ดีขึ้น
ประการต่อมา ดูแลระบบสถาบันการเงินให้เข้มแข็ง สามารถเชื่อมต่อภาคธุรกิจหนึ่งไปยังธุรกิจหนึ่งให้มีความเข้มแข็ง
นี่คือสัญญาณที่ผู้ว่าการ ธปท. ส่งผ่านออกมา...







