
‘UAC’คุยกองทุนนอกสนใจพาเหรดชมงานก่อนซื้อหุ้น
กองทุนต่างชาติสนใจลงทุน UAC แห่เข้าดูโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพอัดความดันสูง ก่อนซื้อหุ้นปีหน้า
กองทุนต่างชาติสนใจลงทุน UAC แห่เข้าดูโรงงานผลิตก๊าซชีวภาพอัดความดันสูง ก่อนซื้อหุ้นปีหน้า
นายกิตติ ชีวะเกตุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิเวอร์แซล แอดซอร์บเบ้นท์ แอนด์ เคมิคัลส์ (UAC) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีกองทุนจากต่างประเทศทั้งเกาหลี สหรัฐ สิงคโปร์ และสวิตเซอร์แลนด์ ที่มีนโยบายการลงทุนในพลังงานทดแทนติดต่อเข้ามาเยี่ยมชมโรงงาน กองทุนเหล่านี้แสดงความสนใจลงทุนหุ้นเพิ่มทุนที่เสนอขายให้กับประชาชนทั่วไป (ไอพีโอ) จำนวน 24 ล้านหุ้น คาดว่าจะเข้ามาก่อนสิ้นปีนี้
สำหรับหุ้นไอพีโอดังกล่าว บริษัทได้ยื่นเสนอแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว และคาดว่าน่าจะได้รับการอนุมัติในปีนี้ ก่อนเสนอขายในช่วงต้นปีหน้า
“การเปิดทางให้กองทุนดังกล่าวเข้าถือหุ้นในส่วนของหุ้นเพิ่มทุน อาจมีหุ้นเดิมบางส่วนจากผู้ถือหุ้นเดิม แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ในส่วนของผม ซึ่งจะไม่ลดสัดส่วนอย่างแน่นอน” นายกิตติ กล่าว
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร UAC กล่าวว่า โครงการผลิตก๊าซชีวภาพอัดความดันสูง (CBG) ได้เริ่มผลิตแล้ว 1 โรง และจะเสร็จครบ 20 โรง ในปี 2557 ซึ่งภายในปี 2558 จะรับรู้รายได้เต็มปี และคาดว่าจะผลักดันให้รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 2,000 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้จากพลังงานทางเลือกเพิ่มขึ้นเป็น 50% ปีถัดไปจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 60% ที่เหลือจะเป็นรายได้มาจากธุรกิจเดิมในการเป็นผู้จำหน่ายอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี
ขณะเดียวกัน บริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อเตรียมลงทุนเพิ่มในโครงการไบโอออยล์ในประเทศพม่า ส่วนโครงการที่ร่วมมือกับบริษัท ไฮโดรเท็ค (HYDRO) เพื่อลงทุนโครงการบำบัดน้ำเสียในเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า ใช้เงินลงทุนประมาณ 300-400 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการรอเซ็นสัญญาข้อตกลง คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างในปีหน้า และรับรู้รายได้ในปี 2557 ปีละ 200 ล้านบาท
ด้านโครงการผลิตน้ำประปาในย่างกุ้ง ประเทศพม่านั้น จะใช้เงินลงทุน 800 ล้านบาท คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในปี 2558 ประมาณ 300 ล้านบาทต่อปี
นายกิตติ กล่าวว่า สำหรับผลประกอบการในปีนี้คาดว่าจะเติบโตดี โดยกำไรสุทธิในงวด 9 เดือนมีจำนวน 103 ล้านบาท สูงกว่าปีที่แล้วทั้งปีที่มีจำนวน 80 ล้านบาท ดังนั้นเงินปันผลน่าจะอยู่ในระดับที่น่าพอใจของผู้ถือหุ้น ตามนโยบายการจ่ายเงินปันผลที่ระดับ 40% ของกำไรสุทธิ







