
บอร์ดจี้ผู้ว่ารฟท.เร่งปรับแผนใช้เงิน1.76แสนล.
บอร์ด ร.ฟ.ท.เร่งผู้ว่าใหม่ปรับแผนใช้เงิน 1.76 แสนล้านบาท ให้ทันกำหนดหรือภายในปี 2562
บอร์ด ร.ฟ.ท.เร่งผู้ว่าใหม่ปรับแผนใช้เงิน 1.76 แสนล้านบาท ให้ทันกำหนดหรือภายในปี 2562
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ด ร.ฟ.ท.รายงานความคืบหน้าการดำเนินโครงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานวงเงิน 1.76 แสนล้านบาทที่ได้รับความเห็นชอบจาก ครม.แล้ว แต่ยังล่าช้า ซึ่งผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.รับไปปรับแผนและเร่งรัดขยายเส้นทางรถไฟที่จะเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านให้เร็วขึ้น เพราะแผนต้องดำเนินการระยะ 2 หรือหลังปี 2562
นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า โครงการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน ไม่มีการจัดลำดับความสำคัญของแผนงาน ดังนั้นจะเร่งดำเนินการเพื่อให้สามารถประกวดราคาได้เร็วขึ้นภายในปี 2556 โดยเฉพาะงานเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างหัวรถจักร เพราะต้องใช้เวลาอีกไม่น้อยกว่า 2 ปี ส่วนงานซ่อมและปรับปรุงขยายทางจะดำเนินการให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เพราะเป็นเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัย
สำหรับเส้นทางรถไฟที่จะไปเชื่อมต่อทางภาคใต้ที่ปาดังเบซาร์หรือเส้นทางเชื่อมต่อทางเหนือนั้น ตามแผนไม่ได้อยู่ในระยะเร่งด่วน แต่พิจารณาแล้ว เห็นว่ามีความจำเป็นที่จะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2558–2559 จึงจะพิจารณาว่าเส้นทางเชื่อมต่อทางรถไฟเส้นทางใดที่จะเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีความพร้อมแล้ว โดย ร.ฟ.ท.ต้องเร่งดำเนินการเพื่อสรุปรายละเอียดของแผนเสนอให้บอร์ด ร.ฟ.ท.พิจารณาในครั้งต่อไป ส่วนเรื่องเงินงบประมาณนั้น เนื่องจากไม่ได้มีการจัดสรรงบประมาณปี 2556 เอาไว้ แต่หากจำเป็นจะต้องเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาจัดหาให้แทน
“เรื่องการเชื่อมโยงโครงข่ายการขยายเส้นทางถือว่าเป็นนโยบายของรับบาลที่จะต้องดำเนินการเร่งด่วน เพราะหลายโครางการในแผนพบว่ากว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จล่าข้า จึงจำเป็นต้องพิจารณาและจัดลำดับความสำคัญ “ นายประภัสร์กล่าว
ทั้งนี้ มติ ครม.วันที่ 27 เม.ย. 2553 ได้เห็นชอบแผนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของ ร.ฟ.ท. ระยะเร่งด่วน 5 ปี (ปี 2553–2557) วงเงิน 176,808 ล้านบาท แบ่งเป็นรัฐลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและระบบอาณัติสัญญาณ 152,334 ล้านบาท และ ร.ฟ.ท.รับภาระจัดหารถจักรและล้อเลื่อน 24,474 ล้านบาท ซึ่งยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควรมา เมื่อมีข้อทักท้วงจากกระทรวงการคลัง ปรากฏว่าฝ่ายบริหารของ รฟท.ใช้วิธีการหยุดและไม่ดำเนินการใดๆ ทั้งที่โครงการเหล่านี้เป็นประโยชน์ในการที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการของ รฟท.ให้ดีขึ้นและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางรถไฟ







