
บริหารคอนโดโตตามเออีซี
แนะธุรกิจต้องยกมาตรฐานรับมือแข่งขันในระดับสากล
แนะธุรกิจต้องยกมาตรฐานรับมือแข่งขันในระดับสากล
แนะธุรกิจบริหารคอนโดบ้านจัดสรร เร่งปรับตัวรับมือบริษัทข้ามชาติหลังเปิดเออีซี ชี้ควรมีกฎหมายช่วยยกระดับธุรกิจ
นายอธิป พีชานนท์ ประธานสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวในงานเสวนา อนาคตนิติบุคคลบ้านและคอนโด...ยุคเออีซี จัดโดยมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะได้รับผลกระทบจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ทั้งในแง่บวกและแง่ลบ โดยในแง่บวกจะทำให้ปริมาณความต้องการอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นในกลุ่มนิคมอุตสาหกรรม โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม อาคารสำนักงาน และบ้านตากอากาศ
ขณะเดียวกันจะมีการพัฒนาแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี การออกแบบ การบริหารงานก่อสร้าง การตลาดและขาย จากผู้ประกอบการต่างชาติ
ในขณะที่ผลด้านลบจะทำให้ราคาอสังหาริมทรัพย์มีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นจากความต้องการที่มากขึ้นจากต่างชาติ และจะมีผลต่อความสามารถในการซื้อของคนไทย และการแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจเกี่ยวเนื่องมีแนวโน้มจะรุนแรงขึ้น
สำหรับธุรกิจบริหารทรัพย์สินไม่ว่าจะเป็นการบริหารอาคารชุด หรือบ้านจัดสรร จะเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่บริษัทต่างชาติจะเข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยมากขึ้น ทำให้ต้องปรับตัวให้มีมาตรฐานที่สามารถแข่งขันกับบริษัทต่างชาติได้
นายอธิป กล่าวต่อว่า ปัจจุบันนิติบุคคลบ้านจัดสรรและอาคารชุดยังมีปัญหาในการบริหารจัดการอยู่มากทั้งที่เกิดจากผู้อยู่อาศัย ผู้ประกอบการ บริษัทบริหารอาคาร ตัวผู้จัดการนิติบุคคล เช่น การขาดความรู้ความเข้าใจของวัตถุประสงค์ และประโยชน์การตั้งนิติบุคคล สิทธิ บทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบของเจ้าของบ้าน ทำให้เกิดความล่าช้า ความยุ่งยาก ความเข้าใจผิดในการจัดตั้ง ซึ่งภาครัฐโดยกรมที่ดินกับภาคเอกชนจะต้องสร้างความรู้ความเข้าใจกับผู้อยู่อาศัยอย่างทั่วถึง
นอกจากนี้ คนไทยยังขาดการปลูกฝังในเรื่องการอยู่ร่วมกันและเคารพสิทธิของผู้อื่น โดยไม่เอารัดเอาเปรียบและเคารพกฎกติกาของสังคม ซึ่งภาครัฐต้องให้ความรู้เรื่องของวัฒนธรรมการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างถูกต้องในขั้นตอนการศึกษาทุกระดับ ในส่วนปัญหาที่เกิดจากผู้ประกอบการที่ขาดความรับผิดชอบต่อลูกค้าเป็นหน้าที่ภาคเอกชน โดยสมาคมที่เกี่ยวข้องจะต้องให้ความรู้ความเข้าใจกับผู้ประกอบการ เป็นต้น
ด้านนายประยูร ดำรงชิตานนท์ นายกสมาคมบริหารทรัพย์สินแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเปิดเออีซีจะทำให้มีความต้องการผู้ประกอบวิชาชีพบริหารอาคารมากขึ้น ในขณะที่ตลาดยังขาดแคลนบุคลากรในด้านนี้ ประกอบกับปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายที่จะเข้ามาควบคุมดูแลธุรกิจบริหารทรัพย์สินเหมือนประเทศอื่น จึงเห็นว่าควรจะออกกฎหมายควบคุมและมีการออกไลเซนส์ให้กับผู้ที่จะเข้ามาประกอบวิชาชีพบริหารทรัพย์สิน เพื่อเป็นการยกระดับของบุคลากรให้สอดคล้องกับสากลรองรับการเปิดเออีซี







