
วัดชีพจรไอทีในองค์กร "คลาวด์-วีดีโอ" มาแรง
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
โดย...พรหมเมศร์ ศิริสุขวัฒนานนท์
การนำระบบไอทีมาใช้ในองค์กรเป็นที่พูดกันอย่างแพร่หลายมากในช่วง 2-3 ปีหลังมานี้ จนกระทั่งปีนี้เรื่องของคลาวด์คอมพิวติงได้กลายเป็นระบบไอทีที่มีการพูดถึงมากที่สุดระบบหนึ่ง เนื่องจากใช้งบประมาณไม่สูงนักแต่เปลี่ยนแปลงระบบการจัดการภายในได้อย่างชัดเจน ทำให้บริษัท วีเอ็มแวร์ ได้ทำการสำรวจการใช้งานและความต้องการ จะได้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนว่าขณะนี้องค์กรของไทยอยู่ตรงจุดไหนเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ และเสริมความพร้อมเพื่อรับการแข่งขันเออีซีมากเพียงใด
ชวพล จริยาวิโรจน์ ผู้จัดการประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีน ของวีเอ็มแวร์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจองค์กรในไทย 317 ราย ระบุว่า 83% เห็นว่าระบบคลาวด์ช่วยสร้างความแตกต่างได้ และมี 31% ที่เริ่มใช้งานระบบคลาวด์ หรืออย่างน้อยมีการใช้ระบบเวอร์ชวลไลเซชันแล้ว แสดงว่ายังมีอีก 69% ที่ยังไม่ได้ทำ นั่นคือโอกาสการเติบโตที่ยังไปได้อีกมาก และส่วนนี้เองยังพิสูจน์อีกว่าความต้องการบุคลากรด้านไอทีในสาขาที่เกี่ยวข้องกับคลาวด์คอมพิวติงยังมีอีกมาก
ทั้งนี้ องค์กรต่างๆ เชื่อว่า การใช้คลาวด์จะทำให้ความสามารถในการเข้าถึงไอทีของพนักงานในองค์กรว่าทำได้ง่ายขึ้น สามารถใช้ประโยชน์จากไอทีได้เต็มประสิทธิภาพ และมีการลงทุนตามที่ใช้งานจริง เนื่องจากเป็นที่รู้กันว่าระบบคลาวด์สามารถปรับเพิ่ม หรือลดการลงทุนได้ตามการใช้งานแบบทันที แม้จะมีข้อกังวลเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ซึ่งอาจเป็นอุปสรรคต่อเสถียรภาพการใช้งานคลาวด์อยู่บ้าง รวมถึงความปลอดภัยของข้อมูล และการใช้งานคลาวด์ร่วมกับระบบไอทีเดิมที่มีอยู่ แต่ความเชื่อมั่นจะค่อยๆ พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น
“องค์กรใหญ่เห็นภาพการใช้คลาวด์ที่ชัดเจน ในไทยมีกว่า 700 รายที่ใช้คลาวด์และเวอร์ชวลไลเซชัน องค์กรกลางจะเริ่มมีการใช้งานมากขึ้นเรื่อยๆ ขณะที่ระดับเอสเอ็มอี จะมีผู้ให้บริการทำการให้บริการผ่านพับลิกคลาวด์ ถือเป็นการขยายธุรกิจการให้บริการคลาวด์ออกนอกเขตกรุงเทพมหานครไปหัวเมืองและต่างจังหวัดที่ชัดเจน” ชวพล กล่าว
ถิรพันธุ์ สรรพกิจ ผู้ช่วยผู้จัดการ กลุ่มงานปฏิบัติการเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. ได้ลงทุนระบบคลาวด์ไปประมาณ 60% ของระบบไอทีทั้งหมด เพราะมองว่าธุรกิจมีการปรับขึ้นลงตลอดเวลา หากไอทีไม่สามารถปรับได้ทันกับธุรกิจจะกลายเป็นภาระมากกว่าประโยชน์ ซึ่งคลาวด์สามารถตอบโจทย์ได้ ตอนนี้ในระดับการใช้งานแอพพลิเคชัน รวมถึงสามารถทำรีโมตออฟฟิศได้ ซึ่ง ตลท. มีการลงทุนกว่าหมื่นล้านบาทในไอทีรวมทั้งหมด เพื่อรองรับการใช้งานการซื้อขายหลักทรัพย์ แต่หากเป็นบริษัทขนาดกลางหรือขนาดย่อม จะมีมูลค่าการลงทุนลดลงรวมถึงสามารถเลือกวิธีการใช้งาน เช่น อาจใช้บริการพับลิกคลาวด์เพื่อลดสัดส่วนการลงทุนได้
“การใช้งานผ่านโมบายทั้งสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตมีมากขึ้น ซึ่งการที่แอพจะรองรับปริมาณผู้ใช้ที่เติบโตขึ้นได้ ต้องใช้พับลิกคลาวด์ที่มีความยืดหยุ่น สามารถขยายระบบได้ตลอดเวลา และส่วนนี้ไม่ต้องการความปลอดภัยที่เข้มงวดมากนัก ทำให้ ตลท. เลือกใช้ระบบคลาวด์ทั้งแบบไปรเวตภายในและแบบพับลิกเพื่อให้การทำงานคล่องตัว” ถิรพันธุ์ กล่าว
นอกจากเรื่องของคลาวด์แล้ว บริการด้านไอทีอีกส่วนที่จะมีบทบาทสำคัญคือ การใช้งานระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ซึ่งความต้องการมีอยู่แล้ว แต่ติดที่โครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศเท่านั้น ดังนั้นหากเกิด 3จี ในไทยขึ้นได้ จะเป็นตัวปลดล็อกสำคัญ และภายใน 3 ปีจากนี้
ฮันส์ยอง วากเนอร์ ประธานบริษัท โพลีคอม เอเชียแปซิฟิก–ญี่ปุ่นและจีน ผู้ให้บริการระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เปิดเผยว่า การใช้งานประชุมทางไกลผ่านวิดีโอได้รับความนิยมมากในอินเดีย สิงคโปร์ หรือมาเลเซีย ซึ่งจุดเด่นของโพลีคอม คือสามารถเชื่อมต่อกับบริการโซเชียลเน็ตเวิร์กแทบทุกบริการ เช่น เฟซบุ๊ก สไกป์ กูเกิลทอล์ก มีแอพพลิเคชันที่รองรับการทำงานบนอุปกรณ์โมบาย และใช้แบนด์วิดท์ครึ่งหนึ่งของผู้ให้บริการรายอื่น หรือประมาณ 512 กิโลบิตต่อวินาที ก็ทำงานได้แล้ว เท่ากับว่าความเร็วระดับอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ทั่วไปที่ใช้กันตามบ้าน ก็สามารถใช้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ระดับเอชดีได้แล้ว
สำหรับการทำตลาด โพลีคอมจะเน้นเจาะกลุ่มองค์กรขนาดใหญ่เป็นหลัก เช่น หน่วยงานภาครัฐที่ต้องประชุมจากหลายหน่วยงาน อุตสาหกรรมพลังงาน สถาบันการศึกษา ขณะที่ปัจจุบันได้มีการเริ่มต้นเจรจากับผู้ให้บริการโทรคมนาคม เช่น เอไอเอส ดีแทค และทรู เพื่อจัดบริการระบบประชุมวิดีโอผ่านทางโครงข่ายให้กับผู้ประกอบการระดับเอสเอ็มอี โดยไม่ต้องลงทุนแต่มีความปลอดภัยเช่นเดียวกัน







