posttoday
ผ่าน 1,305 ได้รอทดสอบ 1,315 หรือ 1,330-1,340 จุด

ผ่าน 1,305 ได้รอทดสอบ 1,315 หรือ 1,330-1,340 จุด

29 พฤศจิกายน 2555

ทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนตัวลง แต่ไม่หลุด 1,270-1,260 จุด ที่ให้ไว้เป็นจุดสังเกตก่อนขึ้น โดยแรงซื้อเป็นการเก็งกำไรเรื่องกรีซและปัจจัยทางด้านการเมืองที่คลายตัวลง

ทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมาอ่อนตัวลง แต่ไม่หลุด 1,270-1,260 จุด ที่ให้ไว้เป็นจุดสังเกตก่อนขึ้น โดยแรงซื้อเป็นการเก็งกำไรเรื่องกรีซและปัจจัยทางด้านการเมืองที่คลายตัวลง

ประเด็นเรื่องกรีซ ตลาดเก็งกำไรว่าจะรับเงินกู้ตั้งแต่ปลายสัปดาห์ก่อน ทำให้หลังจากที่ตลาดรับรู้ข่าวบวกเรื่องกรีซได้รับเงินกู้งวดใหม่ตลาดไม่ได้ตอบสนองเชิงบวกนัก แต่กลับมีแรงเทขายสั้นออกมา

ในขณะที่ประเด็นเรื่อง Fiscal Cliff ยังไม่มีความคืบหน้า วุฒิสมาชิก แฮร์รี รีด แสดงความผิดหวังว่าการเจรจาที่ไม่มีข้อสรุป ในขณะที่ประเด็นในประเทศ สถานการณ์ทางการเมืองในประเทศผ่อนคลายหลัง พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประกาศยุติการชุมนุม อย่างไรก็ตามนักลงทุนต่างชาติยังคงปรับทยอยพอร์ตขายสุทธิเป็นปัจจัยกดตลาด สวนทางกับนักลงทุนสถาบันที่ทยอยซื้อสุทธิ

ทิศทางตลาดในสัปดาห์นี้ คาดว่าตลาดมีโอกาสปรับตัวขึ้นทดสอบจุดสูงสุดก่อนหน้านี้ที่ 1,315 จุด หากสามารถยืนเหนือ 1,305 จุดได้ และหากผ่าน 1,315 จุดได้ จะมีแนวต้านถัดไปที่ 1,330-1,340 จุดตามลำดับ

ประเมินว่าแรงขายของนักลงทุนต่างชาติจะลดลงไปเรื่อยๆ ก่อนวันหยุดยาวในเดือนหน้า ในขณะที่แรงซื้อของนักลงทุนสถาบันเป็นปัจจัยหนุนตลาด นอกจากนี้คาดว่าเรื่อง Fiscal Cliff ของสหรัฐจะได้ข้อสรุปก่อนสิ้นปี และส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐไม่หดตัวรุนแรงอย่างที่ตลาดกังวล

ประเด็นเรื่องแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ คาดว่าจะชะลอลงไป โดยตั้งแต่กลางเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิไปกว่า 4 หมื่นล้านบาท คิดเป็นระยะเวลาเพียงเดือนครึ่ง ทำให้คาดว่าแรงขายต่อจากนี้จะค่อยๆ ลดลงก่อนวันหยุดยาวของนักลงทุนต่างชาติในกลางเดือน ธ.ค.

ด้านนักลงทุนสถาบันคาดว่าจะยังคงซื้อสุทธิต่อ โดยที่ผ่านมานักลงทุนสถาบันมักซื้อสุทธิมากในเดือน ธ.ค. โดยยอดซื้อสุทธิเฉลี่ยในช่วง 6 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 1.05 หมื่นล้านบาท ทำให้คาดว่าในปีนี้นักลงทุนสถาบันจะยังคงซื้อสุทธิในระดับที่ไม่ต่างจากปีก่อนหน้า

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องเม็ดเงิน LTF เป็นประเด็นที่เก็งกำไรกันมาทุกปี ทำให้เราคาดว่าตลาดจะมีการเก็งกำไรกันมาก่อนตั้งแต่ปลายเดือนนี้ หรือต้นเดือน ธ.ค. เช่นเดียวกับปี 2554 ที่ตลาดปรับตัวขึ้นตั้งแต่ปลายเดือน พ.ย. ถึงต้นเดือน ธ.ค. ก่อนที่จะมีแรงเทขายทำกำไรออกมาในช่วงกลางเดือน ธ.ค. ซึ่งเราคาดว่าในปีนี้ตลาดก็จะมีการเก็งกำไรก่อนหน้าเช่นเดียวกับปีที่ผ่านมา

ประเด็นเรื่อง Fiscal Cliff คาดว่าหลังจากการเจรจาในสภาคองเกรสเรียบร้อยแล้ว ผลกระทบต่อ GDP สหรัฐจะอยู่ที่ประมาณ 2% จากเดิมที่ตลาดเคยคาดการณ์ว่าจะส่งผลให้ GDP สหรัฐลดลงไป 33.5% แต่อย่างไรก็ตามต้องติดตามดูว่ารายละเอียดในการยกเว้นการขึ้นภาษีจะเป็นไปอย่างที่ตลาดคาดไว้หรือไม่ ทำให้ภาพรวมผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเด็นเรื่องการขึ้นภาษีพร้อมๆ กับการลดค่าใช้จ่ายจะไม่มากอย่างที่ตลาดคาดการณ์ไว้

กลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้ซื้อเก็งกำไรหากตลาดสามารถผ่าน 1,305 จุดได้ เพื่อรอการปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,315 หรือ 1,330-1,340 จุด ตามลำดับ โดยประเมินว่าแรงซื้อจะชะลอลงในช่วงกลางเดือนไม่ถึงปลายเดือน เนื่องจากตลาดส่วนใหญ่มีการซื้อเก็งกำไรก่อนที่เม็ดเงิน LTF จะเข้ามามากในช่วงปลายเดือน ธ.ค.แล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค