posttoday
"จีอี" ถอนสมอเรือ "ซีอีโอ" แบงก์กรุงศรีโบกมือลา

"จีอี" ถอนสมอเรือ "ซีอีโอ" แบงก์กรุงศรีโบกมือลา

28 พฤศจิกายน 2555

เซอร์ไพรส์กันทั่วทั้งถนนพระราม 3 เมื่อธนาคารกรุงศรีอยุธยาแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า “มาร์ค จอห์น อาร์โนลด์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ มีความประสงค์ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการธนาคารและตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคาร โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556

เซอร์ไพรส์กันทั่วทั้งถนนพระราม 3 เมื่อธนาคารกรุงศรีอยุธยาแจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า “มาร์ค จอห์น อาร์โนลด์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ มีความประสงค์ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการธนาคารและตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคาร โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2556

ขณะเดียวกัน การลาออกครั้งนี้ของซีอีโอธนาคารกรุงศรีฯ ยังได้ลาออกจากทุกตำแหน่งในกลุ่มจีอี แคปปิตอล ด้วย โดยให้เหตุผลว่าต้องการกลับไปทำงานที่ยุโรป

ถือเป็นเรื่องที่ไม่มีใครคาดคิด เพราะคนในธนาคารเองยังรู้พร้อมๆ กับที่ธนาคารแจ้งข่าวต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ

แม้ก่อนหน้านี้กลุ่มจีอีได้ขายหุ้นที่ถืออยู่ในธนาคารกรุงศรีฯ ออกไปแล้วเมื่อปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ประมาณ 7.6% ของหุ้นที่ถืออยู่ในธนาคารทั้งหมด 32.93% ผ่านการขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ แบบเจาะจงให้กับนักลงทุนสถาบัน โดยมี Morgan Stanley เป็นผู้จัดจำหน่าย

สำหรับการขายหุ้นจำนวน 7.6% หรือราว 416 ล้านหุ้นของจีอีในครั้งนี้ หากคำนวณจากราคาขายที่ 31.46 บาท จะคิดเป็นมูลค่าราว 1.3 หมื่นล้านบาท เมื่อเทียบกับราคาซื้อที่ 16 บาทต่อหุ้นในช่วงต้น ย่อมทำให้จีอีได้กำไรจากการขายหุ้นในครั้งนี้ราว 6,431 ล้านบาท

ในครั้งนั้น กลุ่มจีอีแจ้งว่า จะไม่ทำการขายหุ้นของธนาคารเพิ่มเติมภายในระยะเวลา 180 วัน เว้นแต่จะเป็นการขายหุ้นส่วนที่เหลือทั้งหมดยกล็อตที่ยังถืออยู่ 25% หรือเกือบทั้งหมดที่กลุ่มจีอีถืออยู่ตามกลยุทธ์ของกลุ่มจีอี หรือตามแต่ที่กลุ่มจีอีจะได้ตกลงกับ Morgan Stanley

หากนับเวลาถอยหลังตามที่กลุ่มจีอีแจ้งไว้ ก็คือประมาณเดือน มี.ค. 2556

ฉะนั้น ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดการเงิน นักการธนาคารจึงมองไปที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่กำลังกลับมาทวงแบงก์คืนจากกลุ่มจีอี คือ “กลุ่มรัตนรักษ์” ซึ่งถือหุ้นรวมกันอยู่ประมาณ 30%

หากพลิกประวัติ อาร์โนลด์ ขึ้นนั่งในตำแหน่งซีอีโอควบกรรมการผู้จัดการใหญ่ เพราะเป็นเงื่อนไขข้อตกลงก่อนกลุ่มจีอีเข้ามาถือหุ้นใหญ่ในปี 2549 ว่า ตำแหน่งนี้คนของจีอีขอจอง

เพราะก่อนจีอีจะเข้ามา บุคคลที่ “กฤตย์ รัตนรักษ์” เจ้าของผู้ก่อร่างสร้างกรุงศรีฯ ไว้วางใจให้นั่งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ คือ “พงศ์พินิต เดชะคุปต์” จากนั้นจึงมีการเปลี่ยนตัวเป็นคนของจีอีเรื่อยมา ตั้งแต่ “ตัน คอง คูน” ก่อนจะเป็น “มาร์ค จอห์น อาร์โนลด์” กระทั่งต้องยื่นใบลาออกในที่สุด

มีการคาดการณ์กันว่า ธนาคารกรุงศรีฯ จะมีการประชุมหารือกันในวันที่ 28 พ.ย.นี้ เพื่อหา “ซีอีโอ” ขึ้นมาแทนที่

โดยระหว่างนี้ มาร์ค จอห์น อาร์โนลด์ จะยังคงดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ของธนาคาร และจะถ่ายโอนงานให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์จนถึงวันที่การลาออกมีผลบังคับใช้

จากนี้ภาพการผลัดใบธุรกิจธนาคารกรุงศรีฯ จะเริ่มฉายชัดอีกครั้ง “กลุ่มรัตนรักษ์” ภายใต้การนำของ “กฤตย์ รัตนรักษ์” จะเดินหน้ากลับมากุมธุรกิจธนาคารที่บรรพบุรุษก่อตั้งมาอีกครั้งใช่หรือไม่

นักวิเคราะห์จาก บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส กล่าวว่า ได้รับการยืนยันจากธนาคารกรุงศรีฯ ว่า การลาออกของ อาร์โนลด์ ในครั้งนี้ ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกับแนวโน้มที่กลุ่มจีอีจะขายหุ้นที่ถืออยู่ในสัดส่วน 25% ออกไปในอนาคต

และเชื่อว่าซีอีโอคนใหม่ของธนาคารจะมาจากการสรรหาบุคลากรภายในของธนาคารเอง

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าการลาออกของผู้บริหารระดับสูงในครั้งนี้จะมีผลกดดันต่อราคาหุ้นของธนาคารกรุงศรีฯ ในระยะสั้น แม้ว่าจะมีการแต่งตั้งซีอีโอใหม่แล้วก็ตาม หากยังไม่มีความชัดเจนว่ากลุ่มพันธมิตรใหม่รายใดจะเข้ามาถือหุ้นแทนกลุ่มจีอี เพราะกลุ่มจีอียังคงเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ แม้ว่าในทางพื้นฐานเรื่องนี้จะไม่ส่งผลต่อกลยุทธ์ธุรกิจในระยะยาวของธนาคาร

สำหรับเหตุผลที่จีอีต้องขายหุ้นในธนาคารกรุงศรีฯ เพราะต้องการดึงเงินกลับบริษัทแม่ในสหรัฐ หลังสหรัฐเกิดศึกหนักปัญหาเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาและยังฟื้นตัวได้ไม่มาก ปลายปีก่อนกลุ่มจีอีจึงขายธุรกิจในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เช่น ในเกาหลี

ระหว่างนี้เอง ก็มีเสียงเล็ดลอดจากตลาดเงินว่า กลุ่มทุนที่จะเข้าซื้อหุ้นธนาคารกรุงศรีฯ ต่อจากจีอีทั้งหมดน่าจะเป็นสัญชาติเอเชีย เพราะมีความแข็งแกร่งเรื่องฐานทุนเมื่อเทียบกับชาติตะวันตกที่ยังแก้ปัญหาตัวเองไม่สะเด็ดน้ำ

ชื่อที่โผล่มาจึงมีทั้งธนาคารมาลายัน แบงก์กิง (เมย์แบงก์) ธนาคารซีไอเอ็มบี ซึ่งเป็นสัญชาติมาเลเซียทั้งคู่ และธนาคารโอเวอร์ซี ไชนีส แบงก์กิง คอร์ปอเรชั่น (โอซีบีซี) จากสิงคโปร์

โดยมีการมองถึงขั้นว่า หากธนาคารกรุงศรีฯ มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นใหญ่อีกครั้ง จะนำมาสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาธนาคารได้รับโอนธุรกิจสินเชื่อรายย่อยในประเทศจากจีอีมาแล้วเกือบทั้งหมด รวมทั้งยังได้เรียนรู้ระบบงานและความเชี่ยวชาญในธุรกิจรายย่อยของจีอี ซึ่งการเข้ามาของพันธมิตรรายใหม่ก็คาดกันว่าจะช่วยเติมเต็มจุดแข็งในด้านธุรกิจสินเชื่อขนาดใหญ่ เทรดไฟแนนซ์ และการบริหารเงินสด นับเป็นจุดแข็งของธนาคารในต่างประเทศ โดยเฉพาะธนาคารในมาเลเซียให้กับธนาคารกรุงศรีฯ ได้

การลาออกของซีอีโอจากฟากจีอีในธนาคารกรุงศรีฯ จึงเป็นสัญญาณบอกเหตุว่ากลุ่มการเงินยักษ์ใหญ่สหรัฐเตรียมล้างมือจากธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไทยในเร็ววัน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน