
หุ้นปิดภาคเช้าบวก 4.19จุด
หุ้นไทยภาคเช้าเคลื่อนไหวในแดนบวก ก่อนปิดครึ่งวันที่ระดับ 1,280 จุด บวก 4.19 จุด
หุ้นไทยภาคเช้าเคลื่อนไหวในแดนบวก ก่อนปิดครึ่งวันที่ระดับ 1,280 จุด บวก 4.19 จุด
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย ปิดตลาดในภาคเช้า อยู่ที่ระดับ 1,280.58 จุด บวก 4.19 จุด หรือ +0.33% โดยดัชนีปรับขึ้นสูงสุด 1,282.73 จุด และต่ำสุด 1,276.92 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 12,426.05 ล้านบาท
สำหรับ 5 อันดับที่ซื้อขายสูงสุดในช่วงเช้า ได้แก่
KTB มูลค่า 1,488.16 ล้านบาท ปิดที่ 17.30 บาท -0.50 บาท หรือ -2.81%
BBL มูลค่า 733.60 ล้านบาท ปิดที่ 179.00 บาท +3.00 บาท หรือ +1.70%
CPALL มูลค่า 588.13 ล้านบาท ปิดที่ 39.50 บาท -0.50 บาท หรือ -1.25%
SCB มูลค่า 482.09 ล้านบาท ปิดที่ 157.50 บาท +0.50 บาท หรือ +0.32%
KBANK มูลค่า 469.82 ล้านบาท ปิดที่ 181.00 บาท +2.00 บาท หรือ +1.12%
นักวิเคราะห์ บล.ธนชาต เชื่อว่า ดัชนีโดยเรวมยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวใน กรอบแคบ 1,270-1,285 จุด โดยให้แนวรับที่ 1,270 จุด เป็นจุด “เฝ้าระวัง” ต่อเนื่อง ขณะที่คงแนะนำกลยุทธ์แบบ “เลือกลงทุน” ต่อเนื่อง โดยแนะนำ “ซื้อ” หุ้นบริษัทชินคอร์ปอเรชัน (INTUCH) บริษัทกรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา (CPN) บริษัทบีทีเอสกรุ๊ป (BTS) และ บริษัทวีจีไอโกลบอล (VGI ) รวมไปถึง “เก็งกำไร” บริษัทเพาเวอร์ไลน์เอ็นจิเนียริ่ง (PLE ) ด้วยเป้าหมายระยะสั้นที่ 1.88 บาท จากแนวโน้มธุรกิจที่กลับมาทำกำไรได้ดี
ดัชนีปรับสูงขึ้นทำจุดสูงสุดที่ 1,282 จุด ในช่วงเช้า แต่แรงขายหุ้นธนาคารกรุงไทย (KTB) จากความกังวลต่อการเพิ่มทุนของบริษัทสหวิริยาสตีลอินดัสตรีส์ (SSI) ที่ได้เงินเข้ามาเพียง 1.7 พันล้านบาทเท่านั้น น้อยกว่าแผนเพิ่มทุนของ SSI มาก ทำให้มีความกังวลต่อการตั้งสำรองในช่วงไตรมาส 4ของเจ้าหนี้ 3 แห่ง อย่าง KTB, ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) และบริษัททิสโก้ไฟแนนเซียลกรุ๊ป (TISCO)
โดยใน 3 ธนาคารนี้ KTB มีสำรองต่ำสุดเพียง 71-72% ทำให้มีความเสี่ยงที่ต้องตั้งสำรองเพิ่มขึ้นจากหนี้ที่ปล่อยให้กับ SSI ถึง 4 หมื่นล้านบาท ขณะที่ SCB และ TISCO มีเงินสำรอง สูงทำให้มีความเสี่ยงในการตั้งสำรองพิเศษไม่มากนัก ทั้งนี้แนะนำ “ขาย” KTB ทางพื้นฐานด้วยเป้าหมาย 16.0 บาท ขณะที่ถ้าพิจารณาทางเทคนิคมีแนวรับที่ 16.80 บาท ซึ่งเป็นจุดที่คาดหวังการดีดตัวระยะสั้นๆ







