
ไอซีทีโยนครม.ฟัน3จีทรู
ผลสอบพบผิดกฎหมายเพียบลั่นสร้างความเสียหายภาครัฐ
ผลสอบพบผิดกฎหมายเพียบลั่นสร้างความเสียหายภาครัฐ
ไอซีทีชง ครม. ตัดสินสัญญาทรู 3จี หลังผลสอบพบผิดกฎหมายร่วมทุน–กสทช. สร้างความเสียหายแก่รัฐ
น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ได้มีหนังสือ “ด่วนที่สุด” ลงวันที่ 5 พ.ย. ถึงเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชี้แจงการตรวจสอบสัญญาการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รูปแบบใหม่ เอชเอสพีเอ 3จี ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม และกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อให้ ครม.พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร หลังตรวจพบว่าสัญญาดังกล่าวไม่ถูกต้องตามกฎหมายหลายฉบับ
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ทางสำนัก เลขาธิการ ครม. ได้ส่งรายงานการพิจารณาการศึกษาสัญญาดังกล่าว พร้อมข้อเสนอแนะจากคณะกรรมาธิการศึกษา ตรวจสอบการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา มาให้กระทรวงไอซีทีตรวจสอบสัญญา 3จี ไอซีทีจึงตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง และเสนอผลสรุปให้ ครม.พิจารณา
สำหรับผลการตรวจสอบสัญญาที่เกิดขึ้น พบว่าสัญญาทรู 3จี ไม่ถูก ต้องตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วมหรือดำเนินงานในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 (พ.ร.บ.ร่วมทุน) เพราะเป็นการใช้ทรัพยากรสื่อสารของชาติเพื่อให้บริการเชิงพาณิชย์ อีกทั้งการที่สัญญากำหนดให้ กสทฯ เป็นผู้จัดหาเสาโทรคมนาคมและระบบสื่อสัญญาณ ถือเป็นการดำเนินการร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน จึงต้องผ่านขั้นตอนของ พ.ร.บ.ร่วมทุน
นอกจากนี้ ยังไม่ถูกต้องตามมาตรา 46 และ 84 พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 (พ.ร.บ.กสทช.) เพราะทรูมีสิทธิใช้ความจุโครงข่ายได้สูงถึง 80% ทำให้ กสทฯ ไม่มีอำนาจบริหารจัดการโครงข่าย ซึ่งมาตรา 46 กำหนดให้เจ้าของคลื่นความถี่ต้องดำเนินการด้วยตัวเอง
ขณะที่มาตรา 84 ให้ความคุ้มครองตามอายุสัมปทานเดิมที่จะหมดอายุปี 2556 แต่ทรูกลับกำหนดเงื่อนไขต่ออายุสัญญาอีก 5 ปี เพื่อโอนถ่ายลูกค้าจาก 2จี ไป 3จี ถือเป็นการกระทำที่ไม่มีอำนาจและขัด พ.ร.บ.กสทช. ซึ่งเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทรู แต่ทำให้ กสทฯ เสียหาย
ผลการตรวจสอบยังพบว่าสัญญาฉบับนี้ไม่ได้เป็นไปตามระเบียบสำนัก นายกรัฐมนตรีว่าด้วยงบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. 2550 ที่กำหนดให้ กสทฯ ต้องเสนอโครงการให้ไอซีทีพิจารณาก่อนเสนอสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
ขณะที่สัญญาฉบับนี้ถูกเสนอมาที่ไอซีที เมื่อวันที่ 28 เม.ย. 2554 หลัง กสทฯ ลงนามสัญญากับกลุ่มทรูไปแล้ว เมื่อวันที่ 27 ม.ค. 2554 ถือว่าจงใจละเลยไม่ปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกฯ ซึ่งหลังจากนี้ขึ้นอยู่กับว่าเลขาฯ ครม. จะเสนอเรื่องให้ ครม.พิจารณาเมื่อใด
” โดยไอซีทีได้มีสำเนาแนบถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมด้วย คือ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกสทช.







