
3 กูรู มองเศรษฐกิจไทยไมระคายวิกฤตเศรษฐกิจโลก
3 กูรูเศรษฐกิจรุ่นใหญ่มองประเทศไทยยังไปได้ ผ่านเวทีสัมมนา “กลยุทธ์ธุรกิจไทยฝ่าภัยเศรษฐกิจโลก” ที่สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์จัดขึ้นเมื่อวานนี้ โดยอดีตรองนายกฯ และ รมว.คลัง ในรัฐบาลขิงแก่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล กล่าวว่า ขณะนี้ฐานะการเงินของประเทศมีความแข็งแกร่ง ทุนสำรองของประเทศอยู่ในระดับสูง นักลงทุนก็มีความแข็งแรงขึ้นหลังจากเกิดวิกฤต แม้จากนี้อาจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกก็ยังรับได้ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนปัจจุบันทำหน้าที่ได้ดี
3 กูรูเศรษฐกิจรุ่นใหญ่มองประเทศไทยยังไปได้ ผ่านเวทีสัมมนา “กลยุทธ์ธุรกิจไทยฝ่าภัยเศรษฐกิจโลก” ที่สมาคมเศรษฐศาสตร์ธรรมศาสตร์จัดขึ้นเมื่อวานนี้ โดยอดีตรองนายกฯ และ รมว.คลัง ในรัฐบาลขิงแก่ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล กล่าวว่า ขณะนี้ฐานะการเงินของประเทศมีความแข็งแกร่ง ทุนสำรองของประเทศอยู่ในระดับสูง นักลงทุนก็มีความแข็งแรงขึ้นหลังจากเกิดวิกฤต แม้จากนี้อาจได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกก็ยังรับได้ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คนปัจจุบันทำหน้าที่ได้ดี
“ต่อให้ต่างชาติขนเงินออกทั้งหมดกลับประเทศเราก็ยังอยู่ได้ เพราะเรามีเงินถึง 2 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เศรษฐกิจไทยเรียกได้ว่ามีความมั่นคงสูง ตอนนี้เรื่องภัยเราได้รับแล้ว แต่เรื่องโอกาสที่จะโตต้องทำให้ดีกว่านี้คือเออีซี” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว
ขณะเดียวกันไทยมีภูมิศาสตร์ที่ดีติดตั้งทะเลและพื้นราบ ควรมีการเดินหน้าเส้นทางรถไฟลงใต้และต่อเชื่อมมายังตะวันตก เพื่อรองรับโครงการทวาย ต่อไปไทยสามารถเป็นศูนย์กลางการค้าได้ รวมทั้งท่าเรือน้ำลึกปากบารา ควรทำให้เป็นท่าเรือพาณิชย์ต้องทำให้เกิดขึ้น
“การขยายการลงทุนก็เป็นเรื่องสำคัญ เราอ่อนเรื่องเครือข่ายคู่ค้าสำคัญของโลก เรื่องข้าวไม่ต้องพูด พูดแล้วช้ำใจ ต้องมองไปที่น้ำตาล อาหารทะเล อัญมณี สินค้าเหล่านี้เรามีโอกาสที่จะเป็นคู่ค้ากับประเทศอื่น รัฐบาลต้องสนับสนุนให้เอกชนขยายการลงทุนให้ถิ่นที่มีสินค้าน้อย แต่ถ้าบอกรัฐบาลวันนี้รัฐบาลก็ยังช้าไป เพราะเอกชนบางรายเขาก็ไปเองแล้ว” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว
ด้านนายณรงค์ชัย อัครเศรณี อดีต รมว.พาณิชย์ และประธานกรรมการบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมเอ็มเอฟซี กล่าวว่า ไทยจะต้องใช้กลยุทธ์เลี่ยงตะวันตกวกมาตะวันออก เพื่อรับมือกับวิกฤตเศรษฐกิจโลก เนื่องจากเศรษฐกิจในซีกโลกตะวันตกขณะนี้ยังมีปัญหารุมเร้า แม้ว่าใช้เครื่องมือทางการเงินและการคลังที่มีอยู่ทั้งหมดแก้ไขแล้วก็ตาม ขณะที่เอเชียยังมีหนี้สินในระดับต่ำและมีศักยภาพสูง
“สหรัฐอาจตกหน้าผาการคลังใน 6 สัปดาห์ ยุโรปวนในอ่างเพราะเสพติดประชานิยม ตอนนี้เลยอาวะวาดหนักเหมือนคนถูกถอนยา แต่โชคดีที่เรายังมีที่มั่นในเอเชีย เราต้องใช้ประโยชน์จากจุดนี้หันมาค้าขายระหว่างกันให้มากขึ้น” นายณรงค์ชัย กล่าว
ทั้งนี้ ธุรกิจไทยจะต้องบริหารให้ถูกทางในภาวะเช่นนี้ โดย 1.ธุรกิจที่มีผู้ร่วมทุนเป็นตะวันตก หากซื้อธุรกิจจากเขาได้ควรซื้อ ส่วนธุรกิจที่กำลังจะร่วมทุนใหม่ให้หลีกเลี่ยง แล้วมองหาพันธมิตรในเอเชียหรือไทยด้วยกัน 2.หากมีการค้ากับชาติตะวันตกให้ตั้งเงื่อนไขให้เข้มงวดขึ้น ถ้าถูกต่อราคามากควรหันมาขายในตลาดอื่น 3.ถ้ามีหนี้กับธนาคารตะวันตกให้ย้ายมาอยู่กับธนาคารไทย เพราะขณะนี้ธนาคารตะวันตกเข้มงวดด้านการ บริหารความเสี่ยงค่อนข้างมาก
นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหารธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ความเสี่ยงสำคัญที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญอยู่ขณะนี้คือ การลดค่าเงินของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ทั้งสหรัฐ สหภาพยุโรป และญี่ปุ่นที่ล้วนทำใช้นโยบายผ่อนปรนเชิงปริมาณ (คิวอี) พิมพ์เงินจำนวนมหาศาลขึ้นมา รวมทั้งการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งผลที่ตามจะก่อให้เกิดกระแสเงินทุนไหลเข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้น ทำให้ค่าเงินบาทแข็งและเศรษฐกิจคู่ค้าที่ยังชะลอตัวจะทำให้การส่งออกไทยหดตัวตามไปด้วย
ขณะเดียวกันการที่ประเทศในยูโรโซนมีความจำเป็นต้องรัดเข็มขัดเพื่อแก้ปัญหาหนี้สิน และการที่จีนปรับเปลี่ยนผู้นำ ซึ่งคาดว่าต้องใช้เวลาสางปัญหาภายในพอสมควร ทำให้เชื่อว่าภาคการส่งออกไทยเติบโตได้ลดลง
นายวิชิต กล่าวว่า วิธีรับมือกับภาวะความเสี่ยงขณะนี้ ธนาคารกลางจำเป็นต้องดูแลเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งจนเกินไป และต้องดูแลดอกเบี้ยไม่ให้มีผลต่างกับภูมิภาคมากจนเกินไป เพื่อป้องกันกระแสเงินทุนไหลเข้าที่อาจมีผลต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
“เรื่องเงินทุนไหลเข้าเป็นเรื่องสำคัญประเทศไทยมีขนาดเศรษฐกิจไม่ใหญ่มาก แต่มีประชากรเยอะ ต่างชาติจะคิดถึงแต่ผลประโยชน์ระยะสั้น ระยะยาวจะเป็นไงเขาไม่สนใจ ถ้าเราปล่อยให้เขาเข้ามามากเกินไปจะอันตราย ดังนั้นเรื่องนี้ต้องดูแลให้ดี” นายวิชิตกล่าว
อย่างไรก็ตาม มองว่าสำหรับภาคธุรกิจที่มีศักยภาพควรใช้โอกาสนี้เร่งออกไปลงทุนต่างประเทศ ในช่วงที่อัตราการกู้ยืมเงินสหรัฐยังต่ำมาก ขณะที่ธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดเล็ก ต้องยกระดับตัวเองด้วยนำเข้าเทคโนโลยี ปรับกระบวนการผลิตให้ใช้แรงงานลดลง
"ธุรกิจขนาดใหญ่ต้องฉวยโอกาสในช่วงที่การกู้ยืมถูกออกไปลงทุน รายกลางรายเล็กต้องเร่งปรับตัวเพราะไทยกำลังจะเข้าสู่ภาวะขากแคลนแรงงาน ต้องปรับตั้งแต่วันนี้ก่อนจะสายเกินไป " นายวิชิต กล่าว
กล่าว







