
ชงครม.แก้ไขผ่อนกฎหมายให้กู้นายแบงก์
“คลัง” ชง ครม.แก้ไข พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน ห้ามปล่อยกู้ผู้บริหารภายในหรือที่เกี่ยวข้องกับธนาคาร
“คลัง” ชง ครม.แก้ไข พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน ห้ามปล่อยกู้ผู้บริหารภายในหรือที่เกี่ยวข้องกับธนาคาร
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 20 พ.ย. กระทรวงการคลังจะเสนอให้ ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน (ฉบับที่...) พ.ศ. ... ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 48 (1) แห่ง พ.ร.บ.ธุรกิจสถาบันการเงิน พ.ศ. 2551 ก่อนเสนอสภาพิจารณาต่อไป
ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมดังกล่าว กำหนดห้ามมิให้สถาบันการเงินไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม ให้สินเชื่อทำธุรกรรมที่มีลักษณะคล้ายการให้สินเชื่อ หรือประกันหนี้แก่กรรมการ ผู้จัดการ รองผู้จัดการ ผู้ช่วยผู้จัดการ หรือผู้ซึ่งมีตำแหน่งเทียบเท่า ที่เรียกชื่ออย่างอื่น ผู้มีอำนาจในการจัดการของสถาบันการเงิน หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับบุคคลดังกล่าว
ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นการให้สินเชื่อในรูปของบัตรเครดิตตามอัตราขั้นสูงที่ ธปท.กำหนด หรือการให้สินเชื่อเพื่อเป็นสวัสดิการแก่บุคคลดังกล่าว ตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประกาศไว้ หรือการให้สินเชื่อตามหลักเกณฑ์ที่ ธปท. ประกาศกำหนด เมื่อเห็นว่าการให้สินเชื่อนั้นไม่ได้เป็นการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินออกจากสถาบันการเงินโดยมิชอบ
โพสต์ทูเดย์ ธอส. เกาะกระแสสั่งลดดอกเบี้ยฝากและกู้ทั้ง 2 ขา 0.125 0.25 %
นายวรวิทย์ ชัยลิมปมนตรี กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ ตั้งแต่ 0.125-0.25% มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 15 พ.ย.ที่ผ่านมา ประกอบด้วย ดอกเบี้ยเงินกู้สำหรับลูกค้ารายย่อยทั่วไป (เอ็มอาร์อาร์) ลดลง 0.125% ต่อปี จากเดิม 7.25% ต่อปี ลดลงเหลือ 7.125% ต่อปี ทั้งนี้เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายอันเกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้าประชาชน และยังได้ปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้เบิกเกินบัญชีสำหรับลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (เอ็มโออาร์) ลดลงอีก 0.125% ต่อปี จากเดิม 7.750% ลดลงเหลือ 7.625% ต่อปี
ขณะที่ ดอกเบี้ยเงินฝากที่ปรับลดลง 0.25% ต่อปี ได้แก่ เงินฝากซุปเปอร์ออมทรัพย์พิเศษ ลดลงเหลือ 2.50% ต่อปี ส่วนเงินฝากประจำ และใบรับฝากเงินประจำ ประเภท 3 เดือน ลดลงเหลือ 2.00% ต่อปี, 6 เดือน ลดลงเหลือ 2.25% ต่อปี, 1 ปี ลดลงเหลือ 2.75% ต่อปี, 2 ปี ลดลงเหลือ 3.00% ต่อปี, 3 ปี ลดลงเหลือ 3.25% ต่อปี และ 5 ปี ลดลงเหลือ 3.50% ต่อปี ส่วนเงินฝากประจำสะสมทรัพย์ ลดลงเหลือ 2.75% ต่อปี เงื่อนไขฝากครบ 2 ปี รับดอกเบี้ยบวกเพิ่มอีก 1.00% ต่อปี ส่วนเงินฝากกระแสรายวัน เงินฝากออมทรัพย์ ออมทรัพย์พิเศษ และเงินฝาก ธอส.รักการออม อัตราดอกเบี้ยยังคงเดิม
“ธอส.ได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้ เพื่อให้เป็นไปตามสภาวะตลาด ตามที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย อีก 0.25% จากเดิม 3.00% ต่อปี มาอยู่ที่ 2.75% ต่อปี และส่งผลให้สถาบันการเงินในประเทศส่วนใหญ่ปรับลดดอกเบี้ยอีกด้วย”นายวรวิทย์กล่าว
นายวรวิทย์ กล่าวอีกว่า ในปีนี้ธนาคารได้จัดทำผลิตภัณฑ์เงินฝากที่หลากหลายตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย และล่าสุดได้จัดทำผลิตภัณฑ์ เงินฝากออมทรัพย์เพื่อหักชำระหนี้เงินกู้ ธอส. โดยมีดอกเบี้ยเท่ากับเงินฝากออมทรัพย์ตามประกาศธนาคาร บวกเพิ่มอีก 0.25% ต่อปี จากปัจจุบันดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ ธอส.เท่ากับ 1.00% ต่อปี สำหรับลูกค้าที่ฝากเงินต่ำกว่า 1 แสนบาท ส่วนลูกค้าที่ฝากเงินตั้งแต่ 1 แสนบาทขึ้นไป รับดอกเบี้ย 1.25% ต่อปี ประเด็น
พร้อมกันนี้ในการประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม. ) วันนี้ ธนาคารได้เสนอ ครม. พิจารณาเรื่องการออกพันธบัตรวงเงิน 4,000 ล้านบาท เพื่อนำมาปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรเดิมที่ครบอายุ โดยปัจจุบันธนาคารมียอดออกพันธบัตรอยู่ประมาณ 89 หมื่นล้านบาทซึ่งที่ผ่านมาไม่มีการออกพันธบัตรเพื่อระดมทุนใหม่ เนื่องจากธนาคารใช้วิธีระดมเงินฝากจากประชาชนเพื่อนำมาปล่อยกู้แทน
ชอบ
ตามร่างกฎหมายเดิม ห้ามไม่ให้สถาบันการเงินให้กู้แก่ผู้บริหารทุกกรณี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายจากการให้สินเชื่อ โดยใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักธรรมาภิบาลของธุรกิจ
การแก้ไขกฎหมายนี้ เท่ากับเป็นการผ่อนคลายการให้กู้แก่ผู้บริหารธนาคาร โดยให้อยู่ในดุลพินิจของ กรรมการธนาคาร ซึ่งไม่ให้กู้มากจนเกินพอดี







