
ธปท.แฉโดนบีบดอกเบี้ยต่ำสนองรัฐ
ธปท.ยันถูกกดดันให้ใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำกระตุ้นเศรษฐกิจ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยหวั่นหนี้สาธารณะพุ่ง
ธปท.ยันถูกกดดันให้ใช้นโยบายดอกเบี้ยต่ำกระตุ้นเศรษฐกิจ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยหวั่นหนี้สาธารณะพุ่ง
นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนาหัวข้อ “ความท้าทายของนโยบายการเงิน การคลังไทย ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจโลก” ว่า ขณะนี้นโยบายการเงินของไทยกำลังเผชิญกับ 5 ความท้าทายในการรับมือวิกฤตเศรษฐกิจโลก โดยประเด็นแรกคือ การขาดความอิสระในการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ จากแรงกดดันของภาครัฐที่ต้องการดำเนินนโยบายดอกเบี้ยต่ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้มีความเสี่ยงที่นโยบายการเงินอาจถูกกดดันให้เป็นประชานิยม ซึ่งเป็นเรื่องที่ ธปท.ไม่อยากให้เกิดขึ้น
ประเด็นที่สองคือ ความท้าทายในการดูแลดอกเบี้ยในประเทศไม่ให้ต่ำเกินไป เพราะนอกจากนโยบายการเงินจะมีเป้าหมายหลักในการดูแลให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เต็มศักยภาพแล้ว ยังต้องช่วยดูแลด้านการก่อหนี้ในระบบไม่ให้สร้างความเสี่ยงจนเกินไปด้วยเช่นกัน
ประเด็นที่สาม การหาจุดสมดุลของนโยบายการเงินให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ผู้ดูแลนโยบายการเงินจะต้องไม่ตื่นตระหนกจนเกินไป เพราะหากมีการเร่งใช้กระสุนจนหมด ในภายภาคหน้าหากวิกฤตลุกลามขึ้นอีก ไทยจะหมดกระสุนทางการเงินในการรับมือ
ประเด็นที่สี่ การใช้นโยบายการเงินในการดูแลภาวะเงินทุนไหลเข้า ซึ่งขณะนี้มีความเสี่ยงที่ภูมิภาคเอเชียจะต้องเผชิญกับกระแสเงินทุนไหลเข้าจำนวนมหาศาลจากนโยบายของสหรัฐและสหภาพยุโรป
ประเด็นสุดท้ายคือ ความยั่งยืนทางการคลัง เนื่องจากการรับมือวิกฤตเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพนั้น นโยบายการเงินและการคลังจะต้องสอดคล้องกัน
ด้านนายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า หากไทยใช้นโยบายดำรงดอกเบี้ยต่ำเป็นเวลานานกระตุ้นเศรษฐกิจอาจก่อให้เกิดปัญหาในระยะยาวตามมาเช่นเดียวกับสหรัฐและยุโรปที่มีสัดส่วนหนี้สาธารณะสูง โดยการปล่อยกู้ในภาคอสังหาริมทรัพย์ของไทยมีมูลค่าถึง 28% ของตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) แล้ว และมีความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นอีกจากนโยบายดอกเบี้ยต่ำ
นายเชาว์ กล่าวว่า อยากเห็นการประกาศอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสมในอนาคตจากทางการ เพื่อจะได้รู้ว่าแนวโน้มดอกเบี้ยในอีก 1-2 ปีข้างหน้า รวมทั้งการคาดการณ์ตัวเลขจีดีพีและงบดุลจากการดำเนินนโยบายดอกเบี้ย
สำหรับภาคการคลัง อยากให้ทางการมีการรายงานภาพรวมตัวเลขหนี้ในระบบรวมทั้งสัดส่วนหนี้สาธารณะเพิ่มเติมจากการแจ้งงบดุล รวมทั้งชี้แจงวิธีการระดมเงินของภาครัฐ นอกจากนี้อยากให้ภาครัฐมีการวิเคราะห์ผลที่จะเกิดจากการดำเนินนโยบายเป็นสมมติฐานต่างๆ ขึ้นมาให้ชัดเจน เพื่อที่ภาคเอกชนจะสามารถประเมินสภาพคล่องในระบบและทิศทางเศรษฐกิจได้ดียิ่งขึ้น







