
สังฆกรรม‘ทีพีพี’ไทยเจอดีแน่
ศูนย์วิจัยกสิกรชี้ระวังเสียเปรียบ ‘โอบามา’ดึงอาเซียนถ่วงดุลจีน
ศูนย์วิจัยกสิกรชี้ระวังเสียเปรียบ ‘โอบามา’ดึงอาเซียนถ่วงดุลจีน
กสิกรไทย เตือนรัฐบาลระวังเจรจาทีพีพี ประเมินการเยือนอาเซียนและไทยของโอบามา มีนัยสร้างดุลยภาพเศรษฐกิจ ถ่วงอำนาจทางการค้าจีน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกบทวิเคราะห์ “โอบามาเยือนอาเซียนกระชับความสัมพันธ์ระดับภูมิภาค...นัยต่อไทยที่ต้องจับตา” โดยระบุว่า นายบารัก โอบามา ประธานาธิบดีเดินทางมาอาเซียน ในวันที่ 1820 พ.ย. 2555 ซึ่งแสดงถึงนัยของนโยบายต่างประเทศของสหรัฐ ที่มุ่งมั่นขยายความสัมพันธ์กับเอเชียอย่างแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอาเซียนที่มีความสำคัญกับสหรัฐมากขึ้น รวมถึงเข้ามาสร้างดุลยภาพเศรษฐกิจ ถ่วงดุลอำนาจทางการค้าจีน
ทั้งนี้การเยือน 3 ชาติในอาเซียน (ไทย พม่า กัมพูชา) ของผู้นำสหรัฐ มีก้าวย่างที่สำคัญ ประกอบไปด้วยการสานกรอบความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ TPP (Trans-Pacific Partner ship Agreement) การวางกลยุทธ์รุกพม่าอย่างเข้มข้นมากขึ้น และการยกระดับบทบาทของสหรัฐในภูมิภาค
ศูนย์วิจัยกสิกรได้เตือนให้รัฐบาลไทยควรมีความระมัดระวังการเจรจาการเข้าร่วมทีพีพี แม้ว่าภาคอุตสาหกรรมส่งออกจะได้รับประโยชน์จากโอกาสการเข้าถึงตลาดสหรัฐ แต่ก็มีประเด็นอ่อนไหวที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ซึ่งอาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อภาคธุรกิจของไทย
ดังนั้น แนวทางการต่อรองเจรจาจึงต้องประเมินความพร้อมของไทยในอย่างรอบคอบ รัดกุม รวมทั้งรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมมาตรการป้องกันและรองรับผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น
ขณะเดียวกันสิ่งที่ต้องคำนึงคือ หากไทยเข้าเป็นสมาชิกทีพีพี ก็จะต้องเปิดเสรีในระดับเดียวกันให้แก่สมาชิกทั้งหมดในทีพีพีด้วย และเนื่องจากสมาชิกอาเซียนมีทั้งประเทศที่เป็นสมาชิกและไม่เป็นทีพีพีจึงอาจเกิดเงื่อนไขการเปิดเสรีที่เหลื่อมล้ำแตกต่างกันภายในกลุ่มอาเซียนด้วยกันเอง
นอกจากนี้ การค้าเสรีที่มีการทับซ้อนหลายกรอบ ทั้งเออีซี ทีพีพี อาร์ซีอีพี และอาจมีกรอบอื่นๆ อีก จึงต้องพิจารณาไกลไปถึงกรอบที่ไทยไม่ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิก แต่มีประเทศที่เชื่อมโยงกับไทยเข้าไปเป็นสมาชิกในกรอบนั้นด้วย เพราะธุรกิจจากประเทศนอกกรอบความตกลง อาจเข้ามาในไทยโดยผ่านทางประเทศในกลุ่มที่ไทยร่วมเป็นสมาชิกการค้าเสรี







