
ไอพีโอดันหุ้นเล็กพุ่ง
10เดือนมูลค่าซื้อขาย35%ทิสโก้คาดดัชนีปีนี้1,310จุด
10เดือนมูลค่าซื้อขาย35%ทิสโก้คาดดัชนีปีนี้1,310จุด
ตลาดหลักทรัพย์เผยหุ้นไอพีโอฮิต ดันสัดส่วนการซื้อหุ้นขนาดกลางและเล็กในช่วงครึ่งหลังของปีพุ่งขึ้น
นายวิรไท สันติประภพ รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สัดส่วนมูลค่าการซื้อขายในหุ้นขนาดกลางและเล็ก (NonSET50) ในช่วง 10 เดือนแรก อยู่ที่ 35% จากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 28% โดยเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้อย่างเห็นได้ชัด โดยช่วงเดือน ก.ย.ต.ค. ที่ผ่านมา มีสัดส่วนถึง 40% ขณะที่หุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่ม SET10 จากที่เคยมีสัดส่วนมูลค่าการซื้อขาย 39% ขณะนี้ได้ลดลงเหลือ 32% และช่วงเดือน ก.ย. และ ต.ค. ที่ผ่านมาสัดส่วนการซื้อขายอยู่ที่ 24% และ 26% ตามลำดับ
สาเหตุที่หุ้นขนาดกลางและเล็กเป็นที่นิยมของนักลงทุน สาเหตุส่วนหนึ่งเป็นเพราะมีหุ้นเข้าใหม่ (ไอพีโอ) เป็นที่นิยมของผู้ลงทุน ทำให้มูลค่าการซื้อขายในส่วนของหุ้นขนาดกลางและเล็กเพิ่มขึ้น นับเป็นพัฒนาการที่ดีเพราะการซื้อขายจะได้ไม่กระจุกตัวในหุ้นขนาดใหญ่เช่นในอดีต
อย่างไรก็ตาม เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังเช่นกันว่าจะมีการซื้อขายกระจุกตัวอย่างผิดปกติ เพราะในเดือน ต.ค. เพียงเดือนเดียวตลาดหลักทรัพย์ได้ประกาศรายชื่อหุ้นที่มีการซื้อขายผิดปกติถึง 5 ตัวด้วยกัน ดังนั้นนักลงทุนควรติดตามการเตือนจากตลาดหลักทรัพย์ด้วย
นายวิรไท ยังได้กล่าวถึงภาวะการซื้อขายในช่วงกว่า 1 เดือนที่เหลือของปี 2555 นี้ ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามคือ สถานการณ์หน้าผาทางการคลัง (Fiscal Cliff) มาตรการทางการคลังของสหรัฐหลายๆ มาตรการจะมีการต่ออายุออกไปหรือไม่ หลังจากที่จะครบกำหนดในวันที่ 31 ธ.ค. นี้ อย่างเช่น สิทธิภาษีรายได้ของประชาชน และภาษีกำไรที่เกิดจากการลงทุน เป็นต้น
ทั้งนี้ ผลจากความกังวลดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติขายเงินลงทุนในตลาดหุ้นออกมา จะเห็นได้ว่าในเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา พบว่านักลงทุนต่างชาติมียอดขายสุทธิในตลาดหุ้นต่างๆ ในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็น เกาหลี ไทย ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าต่างชาติได้ขายสุทธิเพื่อทำกำไรในตลาดหุ้นที่มีผลตอบแทนที่ดี
นายวิวัฒน์ เตชะพูลผล หัวหน้ากลยุทธ์การลงทุนและผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ในช่วง พ.ย.ธ.ค. เป็นช่วงหลุมดำของตลาดหุ้นไทย เพราะเป็นช่วงที่นักลงทุนต่างชาติขายออก โดยสถิติ 5 ปีที่ผ่านมาต่างชาติขายออกราว 1 หมื่นล้านบาท ขณะที่คาดว่า ช่วงวันที่ 1-14 ธ.ค. จะมีการขายหุ้นออกมาเพื่อนำเงินไปซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) จำนวน. 9.8 หมื่นล้านบาท ที่จะรู้ราคาเสนอขายในวันที่ 30 พ.ย.นี้
ทั้งนี้คาดว่า ช่วงวันที่ 1528 ธ.ค. จะมีเม็ดเงินจากกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) เข้ามาอย่างน้อย 2 หมื่นล้านบาท ดันดัชนีปิดที่ 1,310 จุด โดยช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ช่วงครึ่งหลังเดือน ธ.ค. ดัชนีจะขึ้น 35%
“ในปีหน้ามีโอกาสราคาปรับขึ้น ยังน่าสนใจ 1,4501,500 จุด และโอกาสน้อยที่ราคาปรับลดลง โดยมีแนวรับที่ 1,2701,230 จุด” นายวิวัฒน์กล่าว







