
บลจ.กสิกรไทยลดค่าธรรมเนียมปลุกยอดกองทุนทอง-น้ำมัน
บลจ. กสิกรไทย ลดค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์กองทุน K-GOLD & K-OIL ชวนลงทุนดักโอกาสทำกำไร
บลจ. กสิกรไทย ลดค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์กองทุน K-GOLD & K-OIL ชวนลงทุนดักโอกาสทำกำไร
นายธนวัฒน์ รุ่งธนาภิรมย์ ผู้บริหารฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และจัดการกองทุนต่างประเทศ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับลดค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ของกองทุนเปิดเค โกลด์ (K-GOLD) และ กองทุนเปิดเค ออยล์ (K-OIL) จากเดิม 0.30% ลดลงเหลือ 0.15% เพื่อเอื้อต่อการ เข้าลงทุนของผู้ลงทุนที่คาดหวังโอกาสรับผลตอบแทนจากการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำและน้ำมันดิบในอนาคต
สำหรับแนวโน้มของราคาทองคำ นายธนวัฒน์ กล่าวว่า ราคาทองคำใน 3-6 เดือนข้างหน้าอาจเคลื่อนไหวแคบๆ ในช่วง 1,050-1,150 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เนื่องจากขาดปัจจัยสนับสนุนที่ชัดเจนในช่วงสั้นประกอบกับเงินดอลลาร์สหรัฐมีโอกาสแข็งค่าต่อเนื่องโดยเฉพาะเทียบค่าเงินยูโรในระหว่างที่ยังไม่มีความชัดเจนในมาตรการช่วยเหลือประเทศกรีซจากกลุ่มสหภาพยูโรส่งผลลบต่อค่าเงินยูโรในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวน่าจะมีความชัดเจนขึ้นในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า ซึ่งน่าจะลดแรงกดดันต่อค่าเงินยูโรไปได้บ้างและน่าจะช่วยผลักดันให้ราคาทองคำมีโอกาสขยับขึ้นไปจากช่วงดังกล่าว นอกจากนี้ ปัจจัยสนับสนุนราคาทองคำยังคงมาจากหลายปัจจัย อาทิ แนวโน้มการอ่อนค่าลงต่อเนื่องในระยะยาวของเงินดอลลาร์จากภาวะขาดดุลการคลังสหรัฐฯในระดับสูง และแนวโน้มที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะฟื้นตัวช้ากว่าเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศเกิดใหม่ ในขณะที่ธนาคารกลางในเอเชียและกลุ่มประเทศเกิดใหม่น่าจะทยอยกลับเข้ามาเพิ่มการถือครองทองคำเพื่อแทนการถือครองดอลลาร์สหรัฐตั้งแต่ครึ่งหลังของปี 2553 ทั้งนี้ คาดว่าในระยะยาวราคาทองคำจะปรับตัวสูงกว่า 1,250 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
“สำหรับผู้ที่ชอบการลงทุนในทองคำแท่ง และมีการซื้อขายบ่อยๆ และถือในระยะเวลาไม่นานนัก การลงทุนในกองทุน K-GOLD เป็นทางเลือกที่ช่วยลดต้นทุนแฝงจากส่วนต่างของราคาซื้อและราคาขายทองคำแท่งได้ดี เพราะปกติหากลูกค้าทำการซื้อทองคำแท่งน้ำหนัก 1 บาทและขายออกทันที จะขาดทุนจากส่วนต่างนี้ประมาณ 100 บาท ซึ่งเมื่อเราเทียบกับราคาทองคำแท่งปัจจุบันที่ประมาณบาทละ 16,850 บาท คิดเป็นต้นทุนประมาณ 0.60% แต่หากลูกค้าลงทุนในกองทุน K-GOLD และมีการซื้อ-ขายภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 เดือน ทั้งค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ที่เราปรับลดลงมา รวมกับค่าธรรมเนียมอื่นๆ แล้ว อยู่ที่ไม่เกิน 0.50% ซึ่งถูกกว่าการซื้อและขายทองคำแท่งโดยตรง นอกจากนี้ ยังไม่ต้องกังวลกับการสูญหายและต้นทุนเกี่ยวกับการ เก็บรักษา ส่วนการซื้อ-ขายกองทุน K-GOLD ก็ทำได้สะดวกทั้งที่สาขาธนาคารกสิกรไทย เอทีเอ็ม และอินเทอร์เน็ต โดยที่ไม่ต้องเดินทางไปด้วยตนเองเหมือนการขายทองคำแท่งที่ต้องไปขายยังร้านที่เราซื้อทองคำแท่งมา” นายธนวัฒน์ กล่าว
ด้านทิศทางการลงทุนในกองทุน K-OIL นายธนวัฒน์ กล่าวว่า ยังเป็นโอกาสดีในการเข้าลงทุน เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนจากราคาน้ำมันในปี 2553 ที่มีแนวโน้มจะปรับตัวสูงขึ้นอีก ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยด้านค่าเงินดอลลาร์สหรัฐที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง และยังได้ปัจจัยสนับสนุนจากเศรษฐกิจทั่วโลกที่เริ่มฟื้นตัวโดยเฉพาะกลุ่มประเทศนอกกลุ่ม OECD ปัจจัยความกังวลถึงปัญหาความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์การเมืองของประเทศผู้ผลิตน้ำมันดิบ เช่น ปัญหาโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและการโจมตีแหล่งผลิตน้ำมันของกลุ่มกบฏในประเทศไนจีเรีย ยังคงมีความยืดเยื้อ ซึ่งคาดการณ์ว่าระดับราคาน้ำมันโดยเฉลี่ยในปี 2553 จะอยู่ในช่วงประมาณ 70- 85 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล สูงกว่าราคาเฉลี่ยในปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 62.09 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
นายธนวัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ที่ผ่านมากองทุน K-GOLD และกองทุน K-OIL ได้รับการตอบรับจากผู้ลงทุนเป็นอย่างดี ส่งผลให้ทั้ง 2 กองทุนมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูงที่สุดในอุตสาหกรรมเมื่อเทียบกับกองทุนอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน โดย ณ วันที่ 19 มีนาคม 2553 กองทุน K-GOLD มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิประมาณ 1,658.32 ล้านบาท และกองทุน K-OIL มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ 708.69 ล้านบาท
สำหรับกองทุนเปิดเค โกลด์ (K-GOLD) เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนที่เน้นลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน SPDR Gold Trust โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน พร้อมนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่เกิน 4 ครั้งต่อปี ส่วนกองทุนเปิดเค ออยล์ (K-OIL) เป็นกองทุนรวมหน่วยลงทุนที่เน้นลงทุนในกองทุนรวมต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน PowerShares DB Oil Fund โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน ผู้ที่สนใจลงทุนสามารถลงทุนในกองทุน K-GOLD และ K-OIL ได้ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 10,000 บาท







