
การบริหารจัดการธุรกิจครอบครัว
ฉบับที่แล้วผมนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับหนังสือ กล่าวว่า ธุรกิจครอบครัวควรต้องพัฒนาโครงสร้างของธุรกิจครอบครัว (Structure Development) กับการเปลี่ยนความคิดของสมาชิกในครอบครัว (Mindset) โดยในแต่ละรูปแบบก็ต้องพัฒนาและเปลี่ยนความคิดของเจ้าของ เช่น หากการบริหารจัดการธุรกิจครอบครัวแบบกัปตัน Captain Model ก็ต้องดูว่า ใครควรเป็นผู้นำที่มีความสามารถที่เหมาะสม ไม่ใช่ว่าส่งมอบธุรกิจให้สมาชิกครอบครัวตามอาวุโส
ฉบับที่แล้วผมนำเสนอเรื่องเกี่ยวกับหนังสือ กล่าวว่า ธุรกิจครอบครัวควรต้องพัฒนาโครงสร้างของธุรกิจครอบครัว (Structure Development) กับการเปลี่ยนความคิดของสมาชิกในครอบครัว (Mindset) โดยในแต่ละรูปแบบก็ต้องพัฒนาและเปลี่ยนความคิดของเจ้าของ เช่น หากการบริหารจัดการธุรกิจครอบครัวแบบกัปตัน Captain Model ก็ต้องดูว่า ใครควรเป็นผู้นำที่มีความสามารถที่เหมาะสม ไม่ใช่ว่าส่งมอบธุรกิจให้สมาชิกครอบครัวตามอาวุโส
ขณะเดียวกันการปรับเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจแบบจักรพรรดิ (Emperor) ไปสู่แบบครอบครัวมืออาชีพ Professional Family Model หรือแบบบริษัท Corporation ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงความคิดของผู้นำและสมาชิกในครอบครัวไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างเท่านั้น เช่น ต้องทราบว่าสมาชิกในครอบครัวต่างมีความสามารถและบทบาทที่ต่างกัน จึงไม่ต้องทำให้มีความเท่าเทียมกันสำหรับการทำธุรกิจ
สำหรับรูปแบบครอบครัวเป็นทีม (Family Team Model) ความพยายามในการเปลี่ยนแปลงแนวคิดคือลดความซับซ้อนของครอบครัว ซึ่งหากทำได้ก็อาจไม่ต้องเปลี่ยนแนวคิด และได้นำเสนอเกี่ยวกับแนวคิดในการบริหารจัดการไปแล้ว 2 ข้อ คือ . 1.การบริหารจัดการรูปแบบกัปตัน 2.การจัดการแบบจักรพรรดิ
วันนี้เรามาดูในเรื่องการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจกันในข้อ 3456 นะครับ
การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างธุรกิจไปสู่รูปแบบกลุ่มการลงทุน (Family Investment Group หรือ FIG ถือว่าน่าสนใจ เพราะมีทั้งการถือหุ้นบริษัทที่ครอบครัวเป็นเจ้าของและบริหารและการลงทุนถือหุ้นเพื่อผลตอบแทนจากการลงทุน หรืออาจเกิดจากการที่สมาชิกในครอบครัวไม่สนใจในการประกอบธุรกิจอาจขายให้คนนอกและนำเงินมาลงทุน รูปแบบนี้ก็เป็นรูปแบบที่น่าสนใจของครอบครัวไทยในลักษณะของบริษัทโฮลดิงของไทยเช่นกัน
3.การบริหารจัดการแบบกลุ่มธุกิจครอบครัว ควรทำให้มีการลดความซับซ้อนของครอบครัว อาจเป็นการซื้อหุ้นจากสมาชิกในครอบครัวของผู้ที่ไม่สนใจในการทำธุรกิจ แต่ต้องคำนึงถึงความรักความผูกพันกันในครอบครัวและพัฒนาไปสู่ระบบแบบบริษัทซึ่งต้องมีการเปลี่ยนแนวคิดของสมาชิกในครอบครัวด้วย
4.การบริหารจัดการของแบบมืออาชีพของครอบครัวมีทางเลือก 3 แบบ คือ
(1) การพัฒนาไปสู่ระบบบริษัท
(2) จำกัดความซับซ้อนของครอบครัวและเดินตามระบบการจัดการแบบมืออาชีพแบบเดิม
(3) ขายกิจการบริษัทประกอบการและเปลี่ยนเป็นรูปแบบกลุ่มลงทุน FIG
5.การบริหารจัดการแบบบริษัทที่เป็นการบริหารจัดการอย่างแท้จริงไมใช่แค่รูปแบบ แม้จะดีแต่ก็นำไปสู่ความซับซ้อนของครอบครัวได้จึงต้องมีการสื่อสาร การพัฒนากลุ่มครอบครัวถึงสถานการณ์ของบริษัทความท้าท้ายและความสำเร็จหรือความล้มเหลว การสร้างจิตสำนึกของการเป็นผู้ประกอบการ สภาครอบครัว
6.การบริหารจัดการแบบกลุ่มการลงทุน FIG ที่ต้องสร้างความผูกพันในครอบครัว พัฒนาโครงสร้างที่ดีและเหมาะสม เช่น การมีสำนักงานครอบครัว Family Office การจัดการการมีส่วนร่วมของสมาชิกครอบครัว ประเภทกิจกรรมและการทำหน้าที่ของสมาชิกในครอบครัว
สุดท้าย คือ บริหารจัดการแบบผสม คือ มีทั้งบริษัทประกอบการที่มีลักษณะทั้งแบบจักรพรรดิ แบบครอบครัวมืออาชีพ แบบบริษัท และแบบการลงทุน
เอาไว้ตอนหน้าจะมาวิเคราะห์ธุรกิจครอบครัวไทยครับ







