posttoday
ลุยรางคู่3สายปีนี้

ลุยรางคู่3สายปีนี้

25 มีนาคม 2553

ดันรถไฟวิ่ง120กม./ชั่วโมง  สนข.แจงผลศึกษาย้ำคุ้มค่า

โพสต์ทูเดย์ — สนข.เผยผลการศึกษารถไฟทางคู่ ดัน 3 สายทางแรก อีสาน เหนือ และใต้ คาดก่อสร้างในปลายปี 2553 นี้

นายประณต สุริยะ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร (สนข.) กล่าวในการสัมมนาวิชาการ ครั้งที่ 1 การศึกษาความเหมาะสมและออกแบบเบื้องต้นระบบรถไฟทางคู่ เพื่อการขนส่งและการจัดการโลจิสติกส์ (ระยะที่ 1) ว่า จากการศึกษาพบ มี 3 เส้นทางแรก ที่คาดจะพิจารณาเพื่อดำเนินการก่อสร้างในปลายปี 2553 นี้

ทั้งนี้ ได้แก่ 1.สายเหนือ ช่วงลพบุรีนครสวรรค์ 2.สายตะวันออก เฉียงเหนือ ช่วงมาบกะเบานครราช สีมา และ 3.สายใต้ ช่วงนครปฐมหนองปลาดุกหัวหิน เนื่องจากทั้ง 3 เส้นทาง มีศักยภาพในการรองรับปริมาณผู้โดยสารและการขนส่งสินค้า และยังเชื่อมโยงสู่การขนส่งระบบอื่นๆ เพื่อการพัฒนาโลจิสติกส์ ของประเทศ เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะทำให้รางรถไฟที่แข็งแรง ระบบอาณัติสัญญาณที่ปลอดภัย และการเดินรถที่มีประสิทธิภาพ ทำความเร็วได้ไม่น้อยกว่า 120 กม.ต่อชั่วโมง

การศึกษาดังกล่าวจะสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ในการประชุมเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2552 ที่เห็นชอบโครงข่ายการพัฒนาทางคู่ ระยะเร่งด่วน 767 กม. ใน 5เส้นทาง คือ สายเหนือช่วงลพบุรีนครสวรรค์ ระยะทาง 113 กม. สายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงมาบกะเบานครราชสีมา (ชุมทางถนนจิระ) ระยะทาง 132 กม. สายตะวันออกเฉียงเหนือ ช่วงชุมทางถนนจิระขอนแก่น ระยะทาง 185 กม. สายใต้ ช่วงนครปฐมหนองปลาดุกหัวหิน ระยะทาง 165 กม. และสายใต้ช่วงประจวบคีรีขันธ์ชุมพร ระยะทาง 167 กม.

อย่างไรก็ตาม สำหรับ 3 เส้นทางนั้นพบว่า เส้นทางสายภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะเป็นเส้นทางที่ต้องใช้เงินลงทุนมากที่สุด เพราะต้องผ่านพื้นที่ลุ่มน้ำ 1 บี และอนุรักษ์ระยะทางประมาณ 9.8 กม.ทำให้ต้องเบี่ยงเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงพื้นที่ดังกล่าว โดยอาจจะไปใช้ทางร่วมกับโครงการมอเตอร์เวย์ ซึ่งเรื่องนี้จะต้องทำการรับฟังความคิดเห็นจากชาวบ้านในพื้นที่นครราชสีมาก่อน และจากปัจจัยดังกล่าว คาดว่าเส้นทางนี้จะต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 1.7 หมื่นล้านบาท

สำหรับเส้นทางสายเหนือ บริเวณลพบุรีที่ต้องสร้างผ่านโบราณสถานนั้น ก็อาจจะต้องสร้างในเส้นทางเลี่ยงเมืองห่างออกไปประมาณ 23 กม.ด้วย โดยเส้นทางนี้จะใช้เงินลงทุนประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท ขณะที่เส้นทางสายใต้จะใช้เงินลงทุนไม่มาก เพราะสร้างตามเส้นทางเดิม แต่ระยะทางจะไกลกว่าเส้นทางอื่นทำให้ต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 1.27 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน