posttoday
กฎพื้นฐานง่ายๆ ที่ควรจำเมื่อเริ่มออม (ตอนที่ 2)

กฎพื้นฐานง่ายๆ ที่ควรจำเมื่อเริ่มออม (ตอนที่ 2)

08 พฤศจิกายน 2555

เรามาต่อกฎพื้นฐานที่ควรจำกันต่อจากครั้งที่แล้วเลยนะครับ

โดย..สาธิต บวรสันติสุทธิ์

เรามาต่อกฎพื้นฐานที่ควรจำกันต่อจากครั้งที่แล้วเลยนะครับ

กฎแห่งประกันชีวิต เราก็รู้กันอยู่ว่าประกันชีวิตเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่การซื้อประกันชีวิตโดยขาดความรู้ความเข้าใจที่ดีพออาจทำให้เราซื้อประกันชีวิตที่ไม่เหมาะสมกับตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบกรมธรรม์หรือทุนประกัน แต่แม้เราจะสามารถเลือกประกันชีวิตได้เหมาะกับเราแล้ว สิ่งที่ต้องพิจารณาอีกอย่างก็คือความสามารถในการชำระเบี้ย เบี้ยประกันที่เราต้องชำระในแต่ละปีไม่ควรเกิน 10% ของรายได้ที่เราสามารถใช้จ่ายได้ (รายได้หลังหักภาษีและชำระหนี้สิน) เพราะถ้ามากกว่านี้เราอาจมีปัญหาในการชำระเบี้ยประกันในอนาคตจากความไม่แน่นอนของรายได้และรายจ่าย

กฎแห่งปิรามิดการลงทุน ในเรื่องการลงทุนไม่มีอะไรที่ไม่เสี่ยง หากต้องการให้เงินต้นปลอดภัยก็ต้องแลกกับผลตอบแทนที่ต่ำ ก็มีความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ หากต้องการให้เงินเติบโตกว่าเงินเฟ้อก็เสี่ยงที่จะขาดทุน การลงทุนที่ผสมผสานช่วยให้เราได้ผลตอบแทนที่มากกว่าเงินเฟ้อ ขณะที่ความเสี่ยงที่จะขาดทุนเงินต้นมีน้อย ปิรามิดการลงทุนเป็นแนวทางหนึ่งในการจัดสรรเงินลงทุนที่ให้ความสำคัญแก่การลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำมากกว่า การลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ

1.ให้การลงทุนมีความมั่นคงในทุกสถานการณ์ และ

2.ให้ผลตอบแทนรวมอยู่ในเกณฑ์ดี

โดยฐานปิรามิดคือส่วนที่ใหญ่สุดของการลงทุน เป็นทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงต่ำเพื่อสร้างความมั่นคงของเงินออม ส่วนยอดปิรามิดคือส่วนที่สร้างผลตอบแทน ลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงสูงจึงเป็นส่วนที่น้อยที่สุดของการลงทุน

กฎแห่งการกระจายความเสี่ยง การกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์ที่หลากหลายไม่ช่วยลดความเสี่ยงเสมอไป หากเป็นการกระจายการลงทุนโดยไม่วิเคราะห์ให้ดีเสียก่อน ยิ่งในภาวะที่ความผันผวนทางการเงินเป็นโลกาภิวัตน์ รุนแรงและรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ อย่างในปัจจุบัน

การกระจายการลงทุนจึงต้องสอดคล้องเหมาะสมกับตัวเรา โดยพิจารณาจากศักยภาพการหารายได้ของเรา หากเรามีรายได้ที่สูงและมั่นคง เราก็สามารถมีสัดส่วนลงทุนในทรัพย์สินที่มีความเสี่ยงสูงได้มากกว่าคนที่มีศักยภาพการหารายได้ต่ำ

การกระจายการลงทุนยังต้องสอดคล้องกับสภาวะการลงทุน ไม่มีการลงทุนในทรัพย์สินใดที่เหมาะสมกับทุกสภาวะการลงทุน ทรัพย์สินแต่ละประเภทจะเหมาะสมกับแต่ละสภาวะการลงทุนแตกต่างกัน ดังนั้นก่อนกระจายการลงทุนเราต้องพิจารณาว่าทรัพย์สินใดถูกผลกระทบน้อยที่สุด และทรัพย์สินใดได้ประโยชน์จากสภาวะการลงทุนที่เปลี่ยนไปมากที่สุด และเมื่อมีการผสมทรัพย์สินต่างๆ เข้าในการลงทุนของเราแล้ว การเปลี่ยนแปลงของราคาทรัพย์สินต่อภาวะการลงทุนที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างไร ส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้อย่างไร และมีความเสี่ยงโดยรวมมากน้อยแค่ไหน เราสามารถรับความเสี่ยงที่จะเกิดนั้นได้หรือไม่

กฎแห่งเป้าหมาย ความเสี่ยงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องความผันผวนของราคาทรัพย์สินที่เราลงทุน แต่ความเสี่ยงเป็นเรื่องโอกาสที่เราไม่สามารถบรรลุเป้าหมายสำคัญของเราได้ ดังนั้น ความเสี่ยงจึงมีความสัมพันธ์อย่างยิ่งกับเป้าหมาย การไร้เป้าหมายจึงเป็นความเสี่ยง อย่างเช่น หากเราไม่เคยกำหนดเลยว่าเราจะให้ลูกเรามีอนาคตการศึกษาอย่างไร เราจะมีชีวิตในวัยเกษียณแบบไหน ฯลฯ นั่นหมายความว่าเรากำลังอยู่ในความเสี่ยงอย่างมากที่ลูกเราจะไม่ได้รับการศึกษาที่ดีอย่างที่เขาควรจะได้ หรือเราอาจต้องใช้ชีวิตวัยเกษียณอย่างลำบากกว่าวัยทำงานก็เป็นได้ ดังนั้นก่อนเริ่มลงทุนต้องมีเป้าหมายก่อน ลักษณะเป้าหมายที่ดี หรือ “หลัก SMART” นั้น มีรายละเอียดดังนี้

๐ Specific คือชัดเจน รู้ว่าต้องการอะไร และจะบรรลุเป้าหมายตอนไหน

๐ Measurable คือวัดผลได้ รู้ว่าใกล้จะถึงเป้าหมายแล้วหรือยัง

๐ Accountable คือทำสำเร็จได้ รู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ และมีความรับผิดชอบที่จะทำให้สำเร็จ

๐ Realistic คือสามารถบรรลุผลได้ หมายถึงเป้าหมายนั้นสมเหตุสมผล เป็นจริงได้

๐ Time bound คือมีกำหนดเวลาที่ชัดเจน แน่นอน

กฎแห่งความเป็นอิสระทางการเงิน ความเป็นอิสระทางการเงินไม่ได้หมายถึงมีเงินมาก ตัวอย่างเช่น ตอนนี้เรามีเงินมากพอใช้จ่ายตามต้องการ แต่เงินก้อนนี้ได้มาจากการทำงาน แสดงว่าเรายังไม่เป็นอิสระทางการเงิน เพราะหากเราไม่สามารถทำงานได้ เราก็จะประสบปัญหาการเงินทันที ความเป็นอิสระทางการเงินจึงหมายถึงการที่เราสามารถมีชีวิตอยู่ได้ในแบบที่เหมาะสม โดยเงินที่นำมาใช้จ่ายนั้นต้องไม่มาจากการทำงาน อย่างเช่น เราสามารถใช้ชีวิตได้อย่างพอเพียง โดยอาศัยรายได้จากค่าเช่าบ้าน ดอกเบี้ยเงินฝาก หรือเงินปันผลจากหุ้นหรือกองทุนรวมที่ลงทุน ฯลฯ ดังนั้นความเป็นอิสระทางการเงินจึงมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการบริหารจัดการเงินออม ซึ่งสามารถเขียนสมการที่เข้าใจง่ายๆ ได้ดังนี้

ความเป็นอิสระทางการเงินจะเกิดได้เมื่อ รายได้จากทรัพย์สิน/รายจ่าย มากกว่า 1

กฎแห่งความพร้อม การลงทุนต้องพร้อมด้วยปัจจัย 4 คือ เงิน ความรู้ ข้อมูล เวลา โดยมีสติเป็นตัวกำกับ หากขาดปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง การจะประสบความสำเร็จในการลงทุนนั้นจะเป็นเรื่องยาก หรือหากสำเร็จก็มักจะเป็นเพราะโชคหรือความบังเอิญ ซึ่งไม่ยั่งยืน ดังนั้นก่อนการลงทุนใดขอให้มั่นใจก่อนว่าเงินลงทุนนั้นสามารถลงทุนได้ในระยะยาว โดยเราไม่เดือดร้อนต้องถอนมาใช้ก่อนเวลาอันสมควร มีข้อมูลที่ถูกต้อง ทันเหตุการณ์ และเรามีความรู้ เข้าใจการลงทุนนั้นอย่างดีพอ สามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้เพื่อการตัดสินใจที่เหมาะสม สุดท้ายคือเรารู้ว่าเป้าหมายการเงินใดต้องใช้เวลาเท่าไรในการบรรลุและเรามีเวลาการลงทุนที่มากพอสำหรับเป้าหมายนั้นๆ

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน