
STECกำไรไตรมาส3เกินคาด
โบรกเกอร์แห่เพิ่มเป้าปีนี้ปีหน้า สภาพคล่องล้นหาดอกผลเพิ่ม
โบรกเกอร์แห่เพิ่มเป้าปีนี้ปีหน้า สภาพคล่องล้นหาดอกผลเพิ่ม
“STEC” โชว์กำไรไตรมาส 307 ล้านบาท หรูเกินคาดโบรกเกอร์ดาหน้าขยับเป้าสองปีนี้ เงินสดแซงหน้าส่วนของผู้ถือหุ้น ด้าน CK เขื่อนไซยะบุรีหนุนพลิกกำไร
นายวรพันธ์ ช้อนทอง กรรมการ บริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) เปิดเผยว่า บริษัทมีกำไรสุทธิ 307.68 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปีนี้ เพิ่มขึ้น 11.14% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 276.83 ล้านบาท และรวม 9 เดือนมีกำไรสุทธิ 875.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.73%
บริษัทมีกำไรขั้นต้นสำหรับไตรมาส 3 และงวด 9 เดือนปี 2555 จำนวน 437.36 และ 1,238.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.31% และ 30.83% ตามลำดับ
กำไรสุทธิที่ดีขึ้นเป็นผลจากมีรายได้จากงานก่อสร้างเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับมีรายได้ของโครงการที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น
ด้าน บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า กำไรของ STEC ออกมาดีกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาดการณ์ไว้ว่าจะมีกำไร 270 ล้านบาท จึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2555 และ 2556 ขึ้นจากเดิมอีก 7% จากยอดการรับรู้รายได้และดอกเบี้ยรับที่สูงขึ้น ส่งผลให้ทั้งปี 2555 บริษัทมีกำไรสูงถึง 1,133 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 1,212 ล้านบาท ในปี 2556 โดยให้ราคาเหมาะสมที่ 25.54 บาท
ทั้งนี้ ในไตรมาส 3 STEC มีกำไรจากการดำเนินงาน 308 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% โดยมียอดรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างสูงถึง 5,777 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% ถือเป็นรายได้ต่อไตรมาสที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลัง STEC สามารถเดินหน้ารับรู้รายได้โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและโรงไฟฟ้าอุทัยได้มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยปรับลดลงเหลือเพียง 7.6% ต่ำสุดในรอบ 3 ปี ซึ่งเกิดจากสัดส่วนรายได้ที่มาจากงานก่อสร้างรถไฟฟ้ามีมากขึ้น ส่วนรายได้ดอกเบี้ยรับ 42 ล้านบาท เป็นผลตอบแทนจากเงินสดและเงินลงทุนที่มีอยู่สูงถึง 7,400 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 4 ยังอยู่ในเกณฑ์ดี โดยมีงานในมือ ณ สิ้นงวด ไตรมาส 3 ประมาณ 6.1 หมื่นล้านบาท คาดว่าไตรมาส 4 จะมียอดการรับรู้รายได้ในระดับสูงกว่า 5,000 ล้านบาท เนื่องจากโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและโรงไฟฟ้าอุทัยจะเข้าสู่ช่วงของการรับรู้รายได้ที่เร็วขึ้น รวมถึงงานก่อสร้างสนามบินภูเก็ตได้เริ่มต้นขึ้น
นักวิเคราะห์ทรีนิตี เพิ่มประมาณการกำไรในปีนี้สูงถึง 1,149 ล้านบาท เติบโต 27% และ ปี 2556 จะพุ่งขึ้นเป็น 1,358 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% และราคาเป้าหมายเป็น 25 บาท โดยสิ้นปีจะมีงานในมือพุ่งขึ้นเป็น 7 หมื่นล้านบาท หรือเท่ากับยอดขาย 3-4 ปี ทำให้แนวโน้ม 3-4 ข้างหน้าจะยังมีผลประกอบการที่โดดเด่น
บล.กสิกรไทย กล่าวว่า STEC มีเงินสดในมือสูงถึง 7,400 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าส่วนของผู้ถือหุ้นทั้งหมดที่ 6,100 ล้านบาทแล้ว บริษัทมีโอกาสลงทุนเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต และงบดุลยังอยู่ในระดับเงินสดสุทธิ
นักวิเคราะห์ บล.เคจีไอ (ประเทศ ไทย) กล่าวว่า การที่รัฐบาลสาธารณะ ประชาชนลาว แถลงชัดเจนเรื่องสร้างเขื่อนไซยะบุรีจะเป็นผลดีต่อ ช.การช่าง (CK) เพราะโครงการนี้จะสร้างรายได้ให้ประมาณ 24.2% และจะทำให้ CK พลิกกลับมามีกำไรได้ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 10.29% จาก 7%







