posttoday
บัวหลวงเจอดีหนี้รายย่อยรังควาน

บัวหลวงเจอดีหนี้รายย่อยรังควาน

08 พฤศจิกายน 2555

ผู้บริหารการันตียังไม่น่าเป็นห่วง จับตากลุ่มรายได้ต่ำกว่าหมื่นห้า

ผู้บริหารการันตียังไม่น่าเป็นห่วง จับตากลุ่มรายได้ต่ำกว่าหมื่นห้า

แบงก์กรุงเทพรับเอ็นพีแอลลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้น เหตุน้ำท่วม แต่ไม่น่าห่วงเหตุไม่เล่นกลุ่มรายได้ต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท

นายสุวรรณ แทนสถิตย์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า ขณะนี้ปริมาณหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากกลุ่มลูกหนี้รายย่อย หลังลูกค้าประสบปัญหาจากเหตุการณ์น้ำท่วมในปลายปีก่อน แต่ก็เป็นตัวเลขที่ยังน้อยมากยังไม่น่าเป็นห่วง

นายสุวรรณ ยอมรับว่า ธุรกิจลูกค้ารายย่อยในขณะนี้มีการแข่งขันกันสูงมาก จึงเลี่ยงไม่ได้ที่ธนาคารจะต้องมองการแข่งขันตลาดนี้ด้วย เพียงแต่ต้องมีเงื่อนไขที่สอดคล้องกับบุคลิกของธนาคารที่ไม่เน้นความเสี่ยง คือกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ขั้นต่ำ 1.5 หมื่นบาท ซึ่งอาจเป็นลูกค้าที่มีบัญชีเงินเดือนกับธนาคาร เป็นลูกค้าเดิมอยู่แล้ว ไม่ใช่ลูกค้าที่เดินเข้ามาหาธนาคารเอง แต่หากลูกค้ามีรายได้ต่ำกว่านี้ ธนาคารกรุงเทพก็คงไม่ลงไปเล่น

“กลุ่มหนี้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ความเป็นห่วง ไม่ใช่กลุ่มลูกค้าของธนาคารแน่นอน เพราะธนาคารไม่มีลูกค้าที่เงินเดือนต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาท กลุ่มลูกค้าเหล่านี้เงินเดือนระดับ 1 หมื่นบาทและต่ำกว่า” นายสุวรรณ กล่าว

ขณะที่นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ปัจจุบันธนาคารยังไม่มีปัญหาด้านหนี้เสียในกลุ่มลูกค้ารายย่อย เนื่องจากที่ผ่านมาธนาคารเน้นทำธุรกิจรายย่อยอยู่ในผลิตภัณฑ์กลุ่มเงินฝากและสินเชื่อที่อยู่อาศัยเท่านั้น ขณะที่สินเชื่อประเภทอื่นยังไม่ได้ทำตลาด ส่วนในอนาคตธนาคารจะมีการเข้าสู่การแข่งขันในสินเชื่อรายย่อยอื่นหรือไม่ คงต้องพิจารณาและดูตามเหตุผล

สำหรับกรณีที่ ธปท. กังวลต่อการกระตุ้นสินเชื่อรายย่อยของกลุ่มธนาคารพาณิชย์นั้น นายโฆสิต กล่าวว่า ธปท.คงเป็นห่วงว่าจะเป็นการเติบโตที่ไม่ยั่งยืน เพราะตามหลักเศรษฐศาสตร์การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยหนี้ จะเป็นการเติบโตที่ไม่ยั่งยืน ซึ่งประวัติศาสตร์ก็มีให้เห็นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทั้งนี้ จากข้อมูลของ ธปท. เดือน ส.ค. 2555 พบว่ามีบัญชีสินเชื่อบุคคลทั้งสิ้น 9.41 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้นจากเดือน ม.ค. ราว 6.7% และมียอดสินเชื่อคงค้าง 2.36 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือน ม.ค. ถึง 11.50%

ก่อนหน้านี้ นายเกียรติอนันท์ ล้วนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยหนี้สินครัวเรือนว่า ตั้งแต่ปี 2543-2552 หนี้สินครัวเรือนมีอัตราเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7% โดยในปี 2552 นั้นมีหนี้สินครัวเรือนเฉลี่ยอยู่ที่ 1.4 แสนบาทต่อครัวเรือน ซึ่งคำนวณตามแนวโน้มที่ควรจะเป็นแล้ว หนี้สินครัวเรือนในปี 2554 ควรจะเท่ากับ 1.6 แสนบาท แต่ทว่าผลสำรวจกลับแสดงตัวเลขก้าวกระโดดไปถึง 2.4 หมื่นบาท

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร