
เอสเอ็มอีไทยกับภาษีที่ควรใส่ใจ
.....ริต้า ทัพภมาน
หากพูดถึงคำว่า
“ภาษี” เป็นที่ทราบกันดีว่ารัฐบาลก็จะนำเงินภาษีที่ได้มานั้นไปพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าทั้งในด้านเศรษฐกิจ การศึกษา การคมนาคม ฯลฯ สำหรับในภาคธุรกิจนั้นถือได้ว่ามีส่วนสำคัญเนื่องด้วยเม็ดเงินจากการเก็บภาษีที่ได้มาจากภาคธุรกิจ มีไม่น้อยเลยทีเดียวภาคธุรกิจของประเทศไทย ในส่วนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนั้นเป็นธุรกิจที่มีเป็นจำนวนมาก ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะประกอบกิจการในรูปของบุคคลธรรมดา ห้างหุ้นส่วนสามัญที่มิใช่นิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด หรือกิจการร่วมค้า
สำหรับเจ้าของกิจการมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มประกอบธุรกิจ ซึ่งส่วนมากจะเป็นเจ้าของกิจการ SMEs โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจการขนาดเล็ก อาจจะยังไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นอย่างไร จะต้องยื่นเสียภาษีเป็นจำนวนเงินมากน้อยเพียงใด มีกฎเกณฑ์หรือขั้นตอนในการชำระภาษีอย่างไรบ้าง
สำหรับ SMEs ที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วน โดยทำธุรกิจในรูปของบุคคลธรรมดา รายได้จากการทำธุรกิจจะต้องนำมายื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยใช้แบบ ภ.ง.ด.90 ซึ่งจะต่างจากผู้มีเงินได้ในรูปเงินเดือนอย่างเดียวที่จะต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ซึ่งกลุ่มที่มีเงินเดือนประจำจากบริษัทและมีกิจการเป็นของตัวเองจะต้องใช้แบบ ภ.ง.ด.90 เพื่อนำเงินที่ได้มารวมกันและยื่นแบบชำระภาษีในช่วงเดือนม.ค.
–มี.ค. ที่เป็นช่วงของการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแต่สำหรับ SMEs ที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล จะต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจากฐานกำไรสุทธิ โดยคำนวณหากำไรสุทธิที่ได้จากกิจการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในประมวลรัษฎากร
เมื่อคำนวณหากำไรสุทธิได้แล้ว SMEs ที่มีฐานะเป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล มีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้ในอัตราร้อยละ 30 ของกำไรสุทธิ และยื่นแบบแสดงรายการ ภ.ง.ด.50 โดยจะต้องยื่นแบบชำระภายใน 150 วัน นับแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีในปีนั้นๆ
ปกติแล้วธุรกิจขนาดย่อม หากมีการวางแผนภาษีที่ดีแล้ว ก็จะเกิดประโยชน์ในการดำเนินกิจการ ไม่ว่าจะเป็น การเสียภาษีได้อย่างถูกต้อง มีรูปแบบแนวทางที่ประหยัดภาษีสูงสุดสามารถลดต้นทุนทำให้สามารถแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันโทษและความรับผิดจากการเสียภาษีที่ผิดพลาด
เช่น SMEs ในรูปบุคคลธรรมดา จะไม่ค่อยแจ้งรายได้จริงกับสรรพากร เพราะเมื่อขายสินค้าลูกค้าก็จะไม่ได้ขอใบเสร็จรับเงินทำให้สรรพากรตรวจสอบภาษียาก แต่ธุรกิจประเภทขายสินค้าหรือบริการให้กับบริษัท โดยทางบริษัทที่เป็นลูกค้าจะหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้ โดยขอสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของท่านในฐานะผู้รับเงินไว้ ทางบริษัทเขาต้องรวบรวมยื่นเสียภาษีกับสรรพากร
ดังนั้น เราต้องนำเอกสารใบรับรองการหักภาษีกับสรรพากร เอกสารใบรับรองของการหักภาษีที่บริษัทลูกค้าออกให้มายื่นเสียภาษีประจำปีของเราด้วย ถ้าไม่เสียก็ถือว่าหลบภาษี หากสรรพากรตรวจพบ ซึ่งส่วนหนึ่งตรวจจากเอกสารที่บริษัทลูกค้าของเรายื่นเสียภาษีไว้ เราก็โดนปรับและต้องเสียภาษีย้อนหลัง เป็นต้น
การเสียภาษีให้ถูกต้องนั้น นอกจากเป็นหน้าที่ที่ควรทำแล้ว ยังสามารถให้ผู้ประกอบการขนาดย่อมได้มองเห็นภาพรายรับรายจ่ายต่อปีของตนเองได้อย่างชัดเจนขึ้น ทราบได้ว่ากิจการเกิดผลกำไรหรือขาดทุน และยังสามารถนำหลักฐานรายรับรายจ่ายที่ยื่นไว้กับสรรพากรไปเป็นหลักฐานข้อมูลที่นำไปให้สถาบันการเงินพิจารณาประกอบการขอสินเชื่อได้อีกด้วย
นับว่า SMEs เป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดของภาคธุรกิจ โดยรายที่ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในปัจจุบันนั้นมาจากกลุ่ม SMEs ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจและสังคมไทย เพราะเป็นกิจการที่สร้างมูลค่าแก่ระบบเศรษฐกิจอย่างมหาศาล ทั้งในแง่ของการสร้างงาน สร้างมูลค่าเพิ่ม และสร้างรายได้ในบทบาทที่หลากหลาย เป็นทั้งผู้ผลิต ผู้จำหน่ายสินค้าและผู้ให้บริการ
ฉะนั้น หาก SMEs ของไทยมีความเข้าใจในเรื่องของภาษี ให้ความสำคัญต่อการปฏิบัติหน้าที่อันพึงกระทำและมีการวางแผนภาษีที่ดีในการดำเนินกิจการ การชำระภาษีอย่างถูกต้องก็คงไม่ใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไป







