
การเป็นบริษัทจดทะเบียน...ไม่ยากอย่างที่คิด (ตอน 1)
กระจกมีสองด้าน ฉะนั้นเมื่อกล่าวถึงประเด็นที่น่าสนใจต้องไม่ละเลยที่กล่าวถึงเหตุที่ทำให้ธุรกิจบางแห่งไม่สนใจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
กระจกมีสองด้าน ฉะนั้นเมื่อกล่าวถึงประเด็นที่น่าสนใจต้องไม่ละเลยที่กล่าวถึงเหตุที่ทำให้ธุรกิจบางแห่งไม่สนใจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
วันนี้ขอนำเสนอประเด็นที่ว่า “ทำไมบางบริษัทไม่สนใจจะเป็นบริษัทจดทะเบียน” บางรายอาจคิดว่ามีขั้นตอนที่ยุ่งยาก บางรายกลัวการสูญเสียความเป็นเจ้าของ
แต่หากทุกท่านเข้าใจถึงการเป็นบริษัทจดทะเบียนนั้น แน่นอนว่าคำตอบที่ได้รับกลับมาจะเป็นเสียงเดียวกัน คือ การเป็นบริษัทจดทะเบียนไม่ได้ยากอย่างที่คิด แถมมีประโยชน์นานัปการ
หากเราลองนำข้อสงสัยแยกออกมาเป็นประเด็น เราสามารถแยกประเด็นเพื่อไขข้อสงสัยของการเป็นบริษัทจดทะเบียนได้ดังนี้
1.ขั้นตอนยุ่งยาก เมื่อเอ่ยถึงการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ บริษัทส่วนใหญ่มักนึกถึงขั้นตอนที่ยุ่งยาก หน้าที่ต่างๆ ภายหลังการเป็นบริษัทจดทะเบียน การเปิดเผยข้อมูลต่างๆ ตลอดจนค่าใช้จ่ายจำนวนมาก และเวลาที่ต้องเสียไปเพื่อการเตรียมความพร้อม แต่ในความเป็นจริงแล้ว ขั้นตอนการเป็นบริษัทมหาชนนั้นไม่ยากอย่างที่คิดหรอก และคุณมีผู้ช่วยหลายกลุ่ม แม้แต่ตลาดหลักทรัพย์เองก็เข้ามาเป็นตัวช่วยที่ดีให้กับคุณและกิจการของคุณ
2.ขาดความยืดหยุ่น การที่บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลและรายงานการดำเนินงานแก่ตลาดหลักทรัพย์ อาจจะทำให้คู่แข่งทราบความลับและความเคลื่อนไหวในการดำเนินงานของบริษัทได้ แต่ที่จริงแล้วการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนกำหนดขึ้นเพื่อให้ผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการตัดสินใจ ซึ่งหากเป็นรายการที่มีนัยสำคัญ (Materiality) บริษัทก็จำเป็นต้องระบุรายละเอียดที่มีลักษณะเฉพาะเจาะจงนั้นลงไป
3.ไม่สามารถควบคุมราคาได้และสภาพคล่องของหุ้น การห่วงใยราคาหุ้นถือเป็นสิ่งที่เจ้าของกิจการหลายคนคำนึง เพราะราคาหุ้นเป็นสิ่งสะท้อนความคิดและความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุนที่มีต่อบริษัท โดยที่เจ้าของไม่สามารถเข้าไปกำหนดได้ แต่จริงๆ แล้ว ราคาหุ้นจะสะท้อนจากผลการดำเนินงานของบริษัทในปัจจุบัน และคาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต ดังนั้นหากบริษัทให้ข้อมูลถึงผู้ประกอบการที่แท้จริง การบริหารความเคลื่อนไหวของการดำเนินธุรกิจต่างๆ ผู้ลงทุนก็มีการตัดสินใจที่ถูกต้องขึ้น
ส่วนประเด็นของสภาพคล่องนั้น ถ้าจำนวนหุ้นที่บริษัทกระจายให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยมีจำนวนน้อย การซื้อขายย่อมมีน้อยและสภาพคล่องย่อมมีไม่มากนัก หรือถ้าหากหุ้นของบริษัทมีผลตอบแทนที่ดีในรูปเงินปันผล ผู้ลงทุนย่อมประสงค์ที่จะซื้อหุ้นของบริษัทเพื่อลงทุนระยะยาว ทำให้หุ้นของบริษัทมีความเคลื่อนไหวน้อยไปด้วย ซึ่งไม่ถือว่าเป็นเรื่องเสียหาย
สิ่งที่มักเป็นเรื่องเสียหาย คือ การไม่เข้าใจกลไกตลาด โดยการที่เจ้าของบริษัทพยายามหาเม็ดเงินเข้าไปพยุงหุ้น เพราะห่วงเรื่องราคาหุ้น
สุดท้ายลืมทำสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การดูแลกิจการ ผลประกอบการเลยไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง ต่อให้พยุงแทบแย่ราคาหุ้นก็ยืนไม่อยู่ ที่จริงแล้วขอเพียงคุณทำงานของคุณ รักษาระดับการทำกำไรและเจริญเติบโตของกิจการ แค่นี้ก็เป็นการพยุงราคาหุ้นที่ดีที่สุดแล้ว m
(อ่านต่อฉบับหน้า)
(ตัดเนื้อหาบางส่วนจากหนังสือชุด
บันไดสู่ความมั่งคั่ง เล่ม 3 “โตแล้ว แบ่งกันรวย”)







