posttoday
ลอนดอน แท็กซี่ วิกฤตในความมืดมน

ลอนดอน แท็กซี่ วิกฤตในความมืดมน

05 พฤศจิกายน 2555

เมื่อกล่าวถึงกรุงลอนดอน มหานครที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผู้คนมักจะคิดถึงอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ ไม่ว่าเป็นหอนาฬิกาบิ๊กเบน รถเมล์ 2 ชั้นสีแดงสด ตู้โทรศัพท์ มหาวิหาร ฯลฯ และหนึ่งในสิ่งที่เมื่อกล่าวถึงแล้ว ต้องทำให้คิดถึงกรุงลอนดอนกันแน่นอนก็คือ “ลอนดอน แท็กซี่” รถแท็กซี่ขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ของมหานครแห่งนี้ ที่แม้จะมีรถแท็กซี่แบบอื่นๆ ปะปนอยู่ แต่คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว หากต้องเรียกหาบริการแท็กซี่สักคัน ก็คงอยากจะหย่อนร่างลงกับลอนดอน แท็กซี่ ที่มีชื่อเสียงมากกว่า

เมื่อกล่าวถึงกรุงลอนดอน มหานครที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ผู้คนมักจะคิดถึงอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ ไม่ว่าเป็นหอนาฬิกาบิ๊กเบน รถเมล์ 2 ชั้นสีแดงสด ตู้โทรศัพท์ มหาวิหาร ฯลฯ และหนึ่งในสิ่งที่เมื่อกล่าวถึงแล้ว ต้องทำให้คิดถึงกรุงลอนดอนกันแน่นอนก็คือ “ลอนดอน แท็กซี่” รถแท็กซี่ขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์ของมหานครแห่งนี้ ที่แม้จะมีรถแท็กซี่แบบอื่นๆ ปะปนอยู่ แต่คนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยว หากต้องเรียกหาบริการแท็กซี่สักคัน ก็คงอยากจะหย่อนร่างลงกับลอนดอน แท็กซี่ ที่มีชื่อเสียงมากกว่า

แต่ตอนนี้อาจจะเป็นช่วงเวลาที่เรียกได้ว่า เวลาอันโหดร้ายของลอนดอน แท็กซี่ เพราะบริษัท แมงกานีส บรอนซ์ โฮลดิ้งส์ (Manganese Bronze Holding Plc) ผู้ผลิตรถแท็กซี่สีดำอันโดดเด่นนี้ กำลังประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนัก หลังจากที่ก่อนหน้านี้บริษัทไม่ประสบความสำเร็จในการหาเงินทุนเพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจต่อไป

บริษัท แมงกานีส บรอนซ์ ได้ผลิตรถแท็กซี่ออกสู่ท้องถนนในกรุงลอนดอนมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1948 หรือกว่า 60 ปีมาแล้ว และหลังจากพ้นช่วงรุ่งเรือง ตอนนี้ผู้บริหารของแมงกานีส บรอนซ์ ก็กำลังพูดคุยกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่หลายราย ซึ่งรวมถึงบริษัท จีลี่ ออโตโมทิฟ โฮลดิ้งส์ (Geely Automotive Holdings) จากประเทศจีน เพื่อที่จะเจรจาหาเงินทุนเพิ่มเติมในการดำเนินกิจการต่อเนื่องในอนาคต

จอห์น รัสเซล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของแมงกานีส บรอนซ์ กล่าวว่า บริษัทอยู่ในช่วงที่มีสถานะการเงิน “อ่อนแอ” มาก จะต้องตั้งคำถามว่า แมงกานีส บรอนซ์ จะสามารถบริหารธุรกิจต่อไปให้ได้ในสภาวะที่มีหนี้สินจำนวนมากมายอย่างที่เป็นอยู่นี้ได้หรือไม่ แม้ว่าบริษัทได้พูดคุยเพื่อที่จะขอรับเงินสนับสนุนจำนวนหลายสิบล้านปอนด์จากหลายฝ่าย รวมถึงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 2 ราย คือ บริษัท จีลี่ และบริษัทจัดการกองทุนทอสคาฟันด์ (Toscafund Asset Management)

ลอนดอน แท็กซี่ วิกฤตในความมืดมน

 

ก่อนหน้านี้ บริษัท แมงกานีส บรอนซ์ ได้เคยเปิดเผยว่า สถานะการเงินของบริษัทอยู่ในภาวะไม่แน่นอน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการค้นพบว่า ระบบความปลอดภัยของรถที่บริษัทผลิตออกมามีข้อบกพร่อง ทำให้ให้ต้องเรียกคืนรถรุ่น TX4 ประมาณ 400 คัน กลับมาเพื่อรับการแก้ไข และจำเป็นที่จะต้องระงับการขายรถรุ่นนี้ไปก่อน

บริษัท แมงกานีส บรอนซ์ ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองโคเวนทรี ในตอนกลางของประเทศอังกฤษ ไม่สามารถทำกำไรในการดำเนินกิจการมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007 หรือ 4 ปีแล้วที่ไม่ได้กำไร จนบริษัทได้ขอระงับการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ในเดือน ต.ค.

ไมเคิล โชเฟอร์แท็กซี่คนหนึ่ง ที่เป็นผู้ให้บริการขับรถลอนดอน แท็กซี่ของแมงกานีส บรอนซ์ มานานกว่า 30 ปีแล้ว กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ว่า มันเป็นเรื่องน่าละอายใจอย่างใหญ่หลวง เพราะบริษัท แมงกานีส บรอนซ์ เป็นผู้ผลิตรถแท็กซี่ที่ดีที่สุดในโลก แต่ไม่ได้เป็นเรื่องที่ประหลาดใจเลย เพราะที่ผ่านมาบริษัทไม่เคยฟังเสียงเรียกร้อง หรือข้อเสนอใดๆ จากบรรดาคนขับ ที่ได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหานานาของลอนดอน แท็กซี่มาก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคารถที่แพงมาก โดยเริ่มต้นจากราคา 3.7 หมื่นปอนด์ (หรือประมาณ 1.85 ล้านบาท) รวมถึงค่าซ่อมบำรุงที่มหาโหดเหมือนกัน ในขณะที่การบริการหลังการขายก็ไม่ดีพอ

“บริษัทเห็นเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องธรรมดา และทำเหมือนกับว่าพอใจในสิ่งที่บริษัทได้ทำมา ถึงแม้ว่าพวกเราจะกลับไปหาบริษัทและซื้อรถคนใหม่อีก แต่ก็มีคนจำนวนมากที่ไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว” ไมเคิล กล่าว

อย่างไรก็ตาม ความหายนะของลอนดอน แท็กซี่ก็อาจจะไม่ได้มาถึงเร็วจนเกินไปนัก เพราะเมื่อเห็นแล้วว่า แมงกานีส บรอนซ์ กำลังมีปัญหา สหภาพแรงงานของอังกฤษก็ได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลหามาตรการช่วยเหลือแมงกานีส บรอนซ์ เพื่อเป็นการปกป้องคนทำงานกว่า 300 ตำแหน่ง ที่กำลังเสี่ยงจากการตกงาน หากบริษัทต้องปิดตัวลงไป

สตีฟ แม็คนามารา เลขาธิการสมาคมผู้ขับขี่แท็กซี่ ที่ได้รับใบอนุญาต (Licensed Taxi Drivers Association) กล่าวว่า พวกเขามีความหวังว่าจะมีใครบางคน หรืออะไรบางอย่างที่จะเข้ามาช่วยฟื้นกิจการของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่จะมาเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน หรือการเข้ามาเทกโอเวอร์กิจการ ซึ่งในตอนนี้สมาคมมีความกังวลมาก เพราะลอนดอน แท็กซี่สีดำนี้ เป็นสัญลักษณ์ที่ยิ่งใหญ่ของกรุงลอนดอนที่ไม่ควรจะให้ลาจากไป

นอกจากความยากลำบากเกี่ยวกับปัญหาด้านเทคนิคแล้ว บริษัทแมงกานีส บรอนซ์ ยังประสบปัญหาจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และมีความล่าช้าในการส่งมอบสินค้าให้กับผู้ซื้อรายสำคัญ ทำให้ในปี ค.ศ. 2011 บริษัทสามารถจำหน่ายรถได้เพียง 1,502 คัน ซึ่งยอดจำหน่ายนี้ลดลง 9% จากปี ค.ศ. 2010

ไม่เพียงเท่านั้น ก่อนหน้านี้บริษัทยังเจอปัญหาในการจัดทำบัญชีที่ทำให้เกิดช่องโหว่ทางด้านการเงินถึง 3.9 ล้านปอนด์ จนทำให้ไม่สามารถเปิดเผยผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี ค.ศ. 2012 ได้ตามกำหนด และในที่สุดก็เพิ่งจะสามารถเปิดเผยเมื่อปลายเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา โดยรายงานผลขาดทุนถึง 4.6 ล้านปอนด์ และมียอดขายลดลง 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี ค.ศ. 2010

เรียกได้ว่า ตอนนี้หากไม่มีอะไร หรือใครยื่นมือเข้ามาช่วย ลอนดอน แท็กซี่สีดำนี้ ก็อาจจะเกิดจุดพลิกผัน ซึ่งคงต้องรอดูกันว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นได้หรือไม่ และหากมีปาฏิหาริย์จะมาทางไหน อย่างไร แต่ที่แน่ๆ ในระหว่างนี้เมื่อมีข่าวออกมา ก็น่าจะทำให้นักท่องเที่ยวใช้บริการกันมากขึ้น เพราะไม่แน่ใจว่าตำนานนี้จะหายไปในอีกไม่ช้านี้หรือเปล่า

ใครไปลอนดอนตอนนี้ ก็รีบๆ นั่ง และถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึกกันหน่อย ก่อนจะไม่มีให้เห็นอีกหากไม่มีคำว่าปาฏิหาริย์

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน