
ชัชชาติติดเบรก‘รฟม.’เหมาโหลซื้อรถไฟฟ้า800ตู้
“ชัชชาติ” สั่งทบทวนแผนจัดหารถไฟฟ้า 800 ตู้ ห่วงเกิดความล่าช้า ทำถูกปรับ
“ชัชชาติ” สั่งทบทวนแผนจัดหารถไฟฟ้า 800 ตู้ ห่วงเกิดความล่าช้า ทำถูกปรับ
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า เห็นด้วยในหลักการที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะจัดหาขบวนรถไฟฟ้าพร้อมกัน 800 ตู้ วงเงินกว่า 4 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปใช้สำหรับโครงการรถไฟฟ้า 10 สายทาง แต่ยังเป็นห่วงในหลายๆ เรื่อง อาทิ ความล่าช้าจากแผนงานซึ่งจะกระทบต่อบทลงโทษปรับจากเอกชนที่เข้ามาดำเนินการ ดังนั้น จึงสั่งให้ รฟม.พิจารณารายละเอียดให้รอบด้าน และเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของการตั้งโรงงานประกอบรถไฟฟ้าในประเทศไทยด้วย
“ในทางปฏิบัติ รฟม.ต้องคิดว่า จะทำได้จริงหรือไม่ เพราะในทางปฏิบัติมีหลายเรื่องที่จะเป็นปัญหาให้ต้องวางแผนป้องกัน ซึ่งจะต้องกำหนดแผนการทำงานให้ชัดเจน เพื่อให้โครงการได้ประโยชน์แท้จริง โดยหากแผนงานมีปัญหาดีเลย์ไป 1-2 ปี จะมีผลกระทบทันทและหลังจากผมเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณแล้ว จะเรียกประชุมในเรื่องดังกล่าวี” นายชัชชาติ กล่าว
สำหรับปัญหาที่อาจพบในการจัดหารถไฟฟ้าในครั้งนี้ เช่น เงื่อนไขเวลาการรับมอบรถไฟฟ้า ซึ่งจะต้องสอดคล้องกับกำหนดแล้วเสร็จของงานโยธาของโครงการรถไฟฟ้าแต่ละเส้นทาง หากงานโยธามีปัญหาล่าช้า ซึ่งที่ผ่านมาพบบ่อย ทำให้อาจต้องเสียค่าปรับ ส่งผลให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น ทำให้การซื้อรถไฟฟ้าพร้อมกันครั้งละมากๆ เพื่อให้ราคาต่ำอาจไม่เป็นจริง
นายชัชชาติ กล่าวว่า ส่วนเรื่องการตั้งโรงงานประกอบรถไฟฟ้าในไทย ต้องคำนึงด้วยว่าผู้ผลิตรถไฟฟ้าจะมีต้นทุนเท่าใดในการตั้งโรงงาน หากเปรียบเทียบกับการใช้โรงงานประกอบที่มีอยู่ต่างประเทศเป็นอย่างไร โดยต้นทุนจากการตั้งโรงงานจะทำให้เอกชนมีค่าใช้จ่ายคงที่จำนวนหนึ่ง ซึ่งเอกชนจะต้องบวกค่าใช้จ่ายดังกล่าวกับราคารถไฟฟ้า นอกจากนั้น ในการกำหนดเงื่อนไขทีโออาร์เพื่อจัดหารถไฟฟ้า ก็ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่า ราคารถไฟฟ้า ณ ปัจจุบันอยู่ที่เท่าใด ในอนาคตคิดอย่างไร เพราะจะมีเรื่องเงินเฟ้อเข้ามาเกี่ยวข้อง
อย่างไรก็ตาม งานที่จะเร่งดำเนินการหลังรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ คือ การขับเคลื่อนโครงการรถไฟฟ้าให้เร็วขึ้น รวมทั้งวางแผนและจัดระบบขนส่งเชื่อมระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปัจจุบันการเติบโตทางเศรษฐกิจของจังหวัดชายแดนมีเพิ่มมากขึ้น เบื้องต้นจะเน้นระบบถนน เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งของภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมสามารถเชื่อมต่อระหว่างแหล่งผลิตไปยังแหล่งจำหน่ายได้สะดวก
ทั้งนี้ จะได้เดินทางไปยังประเทศเพื่อนบ้านทั้งมาเลเซีย และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อเจริญสัมพันธ์ไมตรี ซึ่งประเทศเพื่อนบ้านเหล่านี้ยังสามารถเชื่อมการเดินทางต่อไปยังประเทศอื่น ทำให้ตลาดใหญ่มากขึ้นด้วย
นอกจากนั้น จะมีการปรับกรรมการในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจใหม่ แต่จะไม่ปรับทั้งหมด เน้นเสริมกรรมการที่มีความรู้ความสามารถที่เหมาะสมกับแต่ละหน่วยงาน เพื่อสร้างความเข็มแข็งให้กับหน่วยงาน โดยหน่วยงานใดที่มีปัญหาด้านการเงิน ก็ต้องเสริมกรรมการที่มีความรู้ด้านการเงิน







