
เบอร์เกอร์คิงขยายสาขา-เพิ่มลูกค้า
เบอร์เกอร์คิงลั่นยอดขายในไทยโตสุดในเอเชีย เล็งขยับฐานกลุ่มคนไทย-ครอบครัว พร้อมขยาย 5 สาขาใหม่ปีหน้า
เบอร์เกอร์คิงลั่นยอดขายในไทยโตสุดในเอเชีย เล็งขยับฐานกลุ่มคนไทย-ครอบครัว พร้อมขยาย 5 สาขาใหม่ปีหน้า
นายประพัฒน์ เสียงจันทร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เบอร์เกอร์ คิง ผู้รับสิทธิทำตลาดร้านเบอร์เกอร์คิงในประเทศไทย เปิดเผยว่า จากการจัดอันดับยอดขายร้านเบอร์เกอร์คิงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย ประจำปี 2554 พบว่าประเทศไทยได้รับรางวัลยอดขายเติบโตสูงสุดอยู่ที่ 20% จาก 8-10 ประเทศที่เบอร์เกอร์คิงเข้าไปทำตลาด
การเติบโตดังกล่าวเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการตลาดภายใต้แคมเปญการตลาดเชิงรุกที่ต่อเนื่องในทุกไตรมาส ซึ่งส่งผลให้ร้านเบอร์เกอร์คิงมีความเคลื่อนไหวและเป็นที่รับรู้ของกลุ่มเป้าหมาย โดยล่าสุดได้เปิดตัวแคมเปญ “แองกัส สเต็กเฮ้าส์ อีส แบ็ก” เป็นครั้งที่ 2
สำหรับแคมเปญดังกล่าว จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พ.ย.-31 ธ.ค.นี้ คาดจะได้ผลตอบรับดีจากกลุ่มเป้าหมายที่นิยมบริโภครับประทานเมนูวอปเปอร์เบอร์เกอร์เนื้อวัวระดับพรีเมียม ซึ่งเป็นแคมเปญระดับโลกภายใต้แนวคิด “แอลทีโอ” หรือเมนูรุ่นจำนวนจำกัดเฉพาะในเทศกาลแห่งความสุขในปลายปีนี้
ปัจจุบันเมนูในหมวดเบอร์เกอร์ของเบอร์เกอร์คิงแบ่งออกเป็นกลุ่มเนื้อวัวสัดส่วน 60% หมูและปลา 20% และอีก 20% เป็นกลุ่มเนื้อไก่และเบอร์เกอร์ผัก รวมทั้งยังมีเมนูอื่นๆ อาทิ ไอศกรีม ของหวาน และไก่ทอด เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าครอบครัวมากขึ้น
ขณะเดียวกัน บริษัทยังอยู่ระหว่างศึกษาการวางแผนขยายสาขาใหม่ร้านเบอร์เกอร์คิงในปีหน้า คาดขยายเพิ่มไม่ต่ำกว่า 5 สาขาใหม่ ใช้งบลงทุนเฉลี่ย 13 ล้านบาทต่อสาขา เบื้องต้นจะเน้นทำเลใหม่ๆ ที่ยังไม่เคยเปิดให้บริการ อาทิ อาคารสำนักงาน สถานศึกษา
นอกจากนี้ยังมุ่งขยายฐานกลุ่มเป้าหมายใหม่ โดยเฉพาะคนไทยทั้งกลุ่มคนทำงานและครอบครัว พร้อมรองรับมื้อกลางวันมากขึ้น จากปัจจุบันกลุ่มลูกค้าหลักของเบอร์เกอร์คิงจะเป็นกลุ่มชาวต่างชาติราว 55% คนไทย 45% โดยจะมีกลุ่มลูกค้าผู้ชายเป็นสัดส่วนใหญ่ มีอายุเฉลี่ย 20 ปีขึ้นไป
ทั้งนี้กลยุทธ์ของบริษัทจะมุ่งให้ความสำคัญทั้งการขยายสาขาผ่านทำเลและการพัฒนาเมนูใหม่ เพื่อรองรับความต้องการผู้บริโภคที่หลากหลายได้พร้อมกันในมื้อเดียว
ขณะที่ภาพรวมตลาดเบอร์เกอร์ในไทย คาดเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก จากการที่รายใหญ่ในตลาดมีการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีรายใหม่จากต่างประเทศเข้ามาทำตลาดในไทยเพิ่มขึ้นซึ่งจากแนวทางธุรกิจบริษัทดังกล่าว ยังเพื่อเป็นการตั้งรับและรักษาส่วนแบ่งตลาดในไทยต่อเนื่อง







