posttoday
จุดขายการเที่ยวน้ำตก Iguazu ในฝั่งอาร์เจนตินา

จุดขายการเที่ยวน้ำตก Iguazu ในฝั่งอาร์เจนตินา

30 ตุลาคม 2555

อาร์เจนตินาวางแนวคิดและการจัดการของอุทยานในการชมน้ำตก Iguazu ให้นักท่องเที่ยวชมได้ 2 ระดับ คือ ระดับเหนือน้ำตกและระดับฐานน้ำตก หลังจากนั่งรถไฟ Ecological Jungle Train เข้าไปในอุทยานแล้ว รถไฟจะไปถึงสถานีแล้วจอดปล่อยนักท่องเที่ยวลงเพื่อชมน้ำตกระดับบนหรือที่ยอดน้ำตก นักท่องเที่ยวที่ลงจากรถไฟแล้วต้องเดินต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อไปเหนือหน้าน้ำตกส่วนที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งเรียกว่า Devil’s Throat

อาร์เจนตินาวางแนวคิดและการจัดการของอุทยานในการชมน้ำตก Iguazu ให้นักท่องเที่ยวชมได้ 2 ระดับ คือ ระดับเหนือน้ำตกและระดับฐานน้ำตก หลังจากนั่งรถไฟ Ecological Jungle Train เข้าไปในอุทยานแล้ว รถไฟจะไปถึงสถานีแล้วจอดปล่อยนักท่องเที่ยวลงเพื่อชมน้ำตกระดับบนหรือที่ยอดน้ำตก นักท่องเที่ยวที่ลงจากรถไฟแล้วต้องเดินต่อไปอีกประมาณ 1 กิโลเมตร เพื่อไปเหนือหน้าน้ำตกส่วนที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งเรียกว่า Devil’s Throat

UNESCO ตั้งข้อกำหนดให้อุทยานควบคุมและดูแลให้คนมาเที่ยวเดินบนทางที่กำหนดให้ ไม่ให้ออกไปนอกเส้นทางเด็ดขาด เขาควบคุมเข้มงวดมาก หากเป็นพื้นที่ที่ไม่สำคัญนักอาจทำเป็นทางเดิน แต่หากเป็นพื้นที่ซึ่งมีพืชพันธุ์งอกหรือมีซากอดีตอยู่บนพื้นของชีวมณฑล เขาก็จะให้สร้างสะพานปูด้วยไม้กระดานให้สูงข้าม และไม่ให้ทำลายสภาพชีวิตเหล่านั้น นอกจากนั้นต้องกั้นรั้วไม้หรือเชือกไว้สองข้างสะพานไม้

สะพานไม้ที่ว่านี้ไม่ได้สร้างแค่ 2030 เมตร หรอกนะคะ เขาสร้างยาวมากๆ ค่ะ สะพานไม้ที่น้ำตก Iguazu ข้ามเกาะแก่งและผืนน้ำเบื้องล่างระยะทางยาวไกลเป็นกิโลๆ ค่ะ ต้องลงทุนและดูแลกันไม่น้อย ผู้เขียนขอชมว่าทั้งบราซิลและอาร์เจนตินาทำเรื่องนี้ได้ดีไม่แพ้ที่ Machu Picchu ที่เปรู แต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วผู้เขียนตามคุณสามีไปที่เกาะ Hokkaido ในญี่ปุ่น เขาพาไปเดินบนสะพานไม้ในอุทยาน Sheritoko โอ้พระเจ้า ญี่ปุ่นกินขาดค่ะ เหนือชั้นกว่าทุกแห่งที่เคยเห็นมาค่ะ

สะพานไม้ในอุทยาน Sheritoko ที่ Hokkaido กว้างมาก เดินเรียงหน้าสวนกันได้ข้างละ 3 คนสบาย แถมคุณภาพไม้ที่ใช้ปูพื้นสะพานดีมาก หนากว่า แข็งแรงกว่า และที่กินขาดนั้น คือ ยังแถมเดินลวดไฟฟ้าเลียบไว้นอกริมพื้นสะพานด้วย

นักท่องเที่ยวซุกซนเดินออกไปนอกรั้วสะพานโดนไฟฟ้าชอร์ตสะดุ้งแน่ หรือว่าหมีที่ไม่ยอมไปหาปลาแซลมอนแต่จะปีนสะพานมาขย้ำนักท่องเที่ยวก็จะถูกไฟฟ้าชอร์ตดิ้นเหมือนกัน เราดีใจและชื่นชมวิธีการดูแลธรรมชาติที่เป็นเหตุเป็นผลตามมาตรการของ UNESCO

ทางอุทยานให้นักท่องเที่ยวเดินข้ามภูมิประเทศและให้แวะจุดที่น่าสนใจหลายช่วง ทำให้เราได้เข้าใจธรรมชาติของพื้นที่ระดับบนของน้ำตก Iguazu ชัดเจนมากขึ้น พวกเราต้องเดินข้ามผืนน้ำที่ท่วมบ่ามาเหนือแผ่นหินบริเวณกว้างที่มีลักษณะต่างๆ กัน และไหลไปกลายเป็นน้ำตก ยิ่งเดินต่อไปก็ได้ยินเสียงน้ำตกที่ดังแรงชัดขึ้นทุกที เราเห็นคนที่เดินกลับสวนมาหลายคนใส่เสื้อฝน บางคนก็เสื้อผ้าเปียก

คุณปั้นหยาเริ่มแจกเสื้อกันฝนที่ซื้อมาจากกรุงเทพฯ เพื่อกันน้ำตกกระเซ็นใส่มาโดนตัวและกล้องถ่ายรูป คนที่มีประสบการณ์เคยไปเที่ยวน้ำตก Niagara จะช่วยคาดการณ์และนึกภาพน้ำตกเบื้องหน้าได้มากค่ะ ในที่สุดเราก็เดินไปถึงน้ำตกยักษ์ส่วนที่เรียกว่า Devil’s Throat นักท่องเที่ยวแออัดยัดเยียดเข้าไปอยู่บนพื้นที่ที่เขาทำยื่นล้ำออกไปให้ชมน้ำตกกันเต็มไปหมด

ถ้าที่ยืนพัง นักท่องเที่ยวคงร่วงไปตายเพียบ หวาดเสียวค่ะ แต่นักท่องเที่ยวทุกคนก็พยายามเบียดออกไปที่ขอบราวกั้น เพื่อดู Devil’s Throat ให้เต็มตาและก็ผลัดกันถ่ายรูปให้ตัวเองติดน้ำตก แม้นักท่องเที่ยวต่างก็มีกล้องถ่ายรูปดิจิตอลติดตัวไปถ่ายกันเองแทบทุกคน แต่พวกช่างภาพที่ได้รับอนุญาตจากอุทยานให้บริการถ่ายภาพอยู่ที่น้ำตกก็ยังมีลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เพราะพวกเขาถ่ายภาพให้ได้งามและได้เนื้อหาดีกว่านักท่องเที่ยวถ่ายกันเอง เคล็ดอยู่ตรงที่พวกช่างภาพได้เตรียมบันไดปีนขึ้นไปยืนแล้วถ่ายรูปกดต่ำลงมาให้ได้ภาพคนติดหน้า Devil’s Throat ให้เต็มตา

น้ำตกส่วนที่ใหญ่ที่สุดที่เรียกว่า Devil’s Throat ณ เบื้องหน้าเรามีมวลน้ำมหาศาลโถมตัวลงไปสู่เบื้องล่างเสียงสนั่นหวั่นไหวจนทุกคนฟังเพื่อนพูดแทบไม่ได้ยิน หากแปลชื่อน้ำตกใหญ่ที่สุดของ Iguazu ในส่วนที่เรียกว่า Devil’s Throat ให้โหดสักหน่อยน่าจะแปลว่า “คอหอยมัจจุราช” หากคนหรือสัตว์ร่วงลงไปที่น้ำตกส่วนนี้ก็จะถูกน้ำพัดตายแน่ เหมือนกับถูกกลืนเข้าไปในคอมัจจุราช ประมาณนั้นค่ะ

อาร์เจนตินาบอกว่าใครมาเที่ยวน้ำตก Iguazu หากไม่ได้มาที่ Devil’s Throat ฝั่งอาร์เจนตินา ก็คงจะเรียกไม่ได้ว่าได้มา Iguazu แล้ว ผู้เขียนยอมรับว่าการได้ยืนอยู่ ณ เบื้องหน้า Devil’s Throat เป็นนาทีที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของชีวิตจริงๆ และอยากเปรียบว่า ความแรงของมวลน้ำอันมหาศาลที่ตกลงไปเบื้องล่าง หากจะพูดถึงความรุนแรงก็คงไม่น้อยไปกว่าคลื่นสึนามิระลอกหนึ่งทีเดียว

อาร์เจนตินาขายการสร้างคุณค่าเชิงวิชาการให้กับน้ำตก Iguazu อีกอย่างหนึ่ง โดยบอกว่าอุทยาน Iguazu เป็นแหล่งศึกษากายภาพของน้ำตกหลากหลายได้ดีที่สุดในโลก เพราะจำนวนน้ำตกใหญ่น้อยจำนวนมากกว่า 200 แห่งในส่วนที่เป็นของอุทยาน Iguazu ของอาร์เจนตินามีน้ำตกที่นักวิชาการแยกไว้ครบทุกประเภท เช่น น้ำตกแบบ Cataract คือ น้ำตกชนิดที่มีมวลน้ำจำนวนมากโถมตกลงมาอย่างรุนแรง หรือน้ำตกแบบ Fan คือ ที่แผ่กระจายมาเต็มหน้าผา หรือแบบ Horsetail คือ น้ำตกที่บีบตัวลงมาตามร่องหินลงมาเป็นเส้นเหมือนหางม้า หรือแบบ Cascade คือ น้ำตกที่ตกลดหลั่นกันลงมาเป็นชั้นๆ ฯลฯ

อาร์เจนตินาบอกว่าใครอยากดูน้ำตกประเภทไหน ให้มาดูที่อุทยาน Iguazu พวกเราก็ดูกันจนเอียนเลยค่ะ โดยเดินไปในเส้นทาง ดูน้ำตกจนแทบสำลักน้ำตก ไม่อยากดูอีกแล้ว แต่ยังค่ะ... อย่าเพิ่งกลับ หลังจากทัวร์ส่วนบนน้ำตกและเดินดูน้ำตกหลายระดับแล้ว อาร์เจนตินายังขายทัวร์ส่วนล่างน้ำตก ซึ่งเป็นอีก Climax ของการเที่ยวน้ำตก Iguazu ที่สนุกและโหดสุดๆ

เราลงนั่งในเรือยางติดใบพัดเหมือนกับยาน Hovercraft รัดสายเข็มขัดกับเก้าอี้ไว้แน่น แล้วใส่เสื้อพลาสติกคลุมหัวคลุมตัวมิดชิด เปิดหน้าไว้มองน้ำตกและไว้ยิ้มกับเพื่อนนิดเดียวพอ ทัวร์นี้ถือว่าเป็นทัวร์ในมิติ Adventure ของ Iguazu ซึ่งสนุกสุดๆ

คนขับเร่งเรือปานว่าพาเราเหาะไปเหนือแม่น้ำ Parana ผู้เขียนได้รู้จักกับความหมายของ High Speed Boat ก็ตอนนี้แหละค่ะ จากนั้นคนขับทะลึ่งมาก โดยวกเรือพาเราเข้าไปใต้น้ำตก ทุกคนหวีดร้องกันสุดเสียงกลัวตายค่ะ เพราะโดนทั้งน้ำตกที่เทลงมาใส่หัวและคลื่นข้างล่างที่โยนเรือแทบคว่ำ ถ้าไม่รัดเข็มขัดให้แน่นตกเรือแน่ คนขับเรือซาดิสต์สุดๆ เหมือนคนบ้า ขับเรือถอยเข้าถอยออกใต้น้ำตก จนพวกเราที่อยู่ในเรือพากันตะโกนว่า “ม่าย อาวแล้ว ว ว NoNo...No” คนขับแกล้งทำเอาพวกเราเปียกปอนเป็นลูกหมาตกน้ำ จนสะใจแล้วขับพาเราไปส่งที่ท่าเพื่อขึ้น Jungle Jeep

ผู้เขียนได้รู้จักความหมายของคำว่า “น้ำตก” ที่แท้จริงก็ที่อุทยาน Iguazu ที่อาร์เจนตินาวันนี้แหละค่ะ ไม่เคยพบเคยเห็นที่ไหนในชีวิตจริงๆ เกือบตายค่ะ “ม่าย อาว อีก แล้ว ว ว NoNo...No” m

(อ่านต่อวันอังคารหน้าค่ะ)

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย