
ไอเอ็มเอฟห่วงเงินทะลักเอเชีย ปัญหาลากยาว
“ไอเอ็มเอฟ” ห่วงสหรัฐถดถอยรอบ 2 ฉุดเศรษฐกิจโลก หากไม่ต่อมาตรการทางการคลังที่จะสิ้นสุดลง 6 เดือนที่ผ่านมาโลกมีปัญหามากกว่าเดิม
“ไอเอ็มเอฟ” ห่วงสหรัฐถดถอยรอบ 2 ฉุดเศรษฐกิจโลก หากไม่ต่อมาตรการทางการคลังที่จะสิ้นสุดลง 6 เดือนที่ผ่านมาโลกมีปัญหามากกว่าเดิม
นายหลุยส์ บรูเออร์ หัวหน้าคณะผู้แทนกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้โลกมีความเสี่ยงเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ มาจากปัญหาในสหรัฐและยุโรป (อียู) โดยเฉพาะสหรัฐนั้น หากไม่มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหม่ เพื่อทดแทนมาตรการทางการคลังที่จะสิ้นสุดลง (Fiscal Cliff) สหรัฐก็มีความเสี่ยงเกิดเศรษฐกิจถดถอยเป็นครั้งที่ 2 เพราะหากหมดมาตรการก็ต้องมีการขึ้นภาษีกับผู้มีเงินเดือน จะยิ่งทำให้เกิดการลดการใช้จ่ายในสหรัฐอัตโนมัติ
ไอเอ็มเอฟ ประเมินว่า เศรษฐกิจโลกปีนี้จะชะลอเหลือ 3.3% ขณะที่ปีหน้าอาจเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 3.6% สภาพเศรษฐกิจโลกในขณะนี้มีปัญหามากกว่า 6 เดือนที่ผ่านมา เป็นการชะลอตัวของเศรษฐกิจรอบโลก เพราะประเทศมหาอำนาจขนาดใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จในการดำเนินนโยบายภายในประเทศ ขณะที่อียูเศรษฐกิจชะลอลงมากและส่งผลต่อกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา
นายแมทธิว เวอร์กีส หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ธนาคารโลก กล่าวว่า ขณะนี้เศรษฐกิจชะลอตัวรอบโลกและเริ่มเกิดความไม่สมดุลจากวิกฤตการณ์ของเงินที่ไหลเข้าซื้อสินทรัพย์ต่างๆ โดยครอบครัวคนที่รวยมากของสหรัฐเริ่มกระจายเงินไปลงทุนในอียูและเยอรมนี ขณะที่อียูก็ไม่สามารถใช้วิธีลดค่าเงินได้อีก ขณะที่เอเชียก็มีความน่ากลัว เพราะการอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบของสหรัฐและอียู จะทำให้เงินไหลเข้าสู่ตลาดเอเชียเพื่อซื้อสินทรัพย์ต่างๆ มากขึ้น แม้ขณะนี้ยังไม่ถึงขั้นทำให้เกิดปัญหา
นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการสำนักนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ปัญหาโลกยังไม่จบและยังมีความไม่แน่นอนเกิดขึ้นในเศรษฐกิจโลก แต่ก็หวังว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น
อย่างไรก็ดีการลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ครั้งที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเพราะการส่งออกเริ่มชะลอตัวกว่าที่คาดหมายเล็กน้อย แม้จะปรับตัวเลขการส่งออกปีนี้เหลือ 4.4% แต่ตัวเลขการส่งออกจะกลับมาในไตรมาสสุดท้าย เพราะฐานปีก่อนต่ำ ขณะที่การส่งออกภาพรวมลดลง 1% ปีต่อปี สะท้อนภาพการส่งออกจากนี้อาจไม่ดีเท่าที่ควร
นางรุ่ง กล่าวว่า เศรษฐกิจในประเทศขณะนี้ยังไปได้ดี ภาคบริโภคขยายตัวดีขึ้น การว่างงานต่ำ และมีการจ้างงานเกินเวลา(โอที) มีเพียงสินค้าเกษตรแม้จะหดตัว แต่โดยรวมเกษตรกรก็ยังได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล เช่นเดียวกับนโยบายรถยนต์คันแรกที่คาดว่าจะเป็นแรงส่งเศรษฐกิจได้ถึงปีหน้า







