posttoday
ธุรกิจมะกันแห่หนียุโรป

ธุรกิจมะกันแห่หนียุโรป

27 ตุลาคม 2555

บริษัทข้ามชาติแห่ลดคนปิดโรงงานหนีภาวะเศรษฐกิจถดถอย

บริษัทข้ามชาติแห่ลดคนปิดโรงงานหนีภาวะเศรษฐกิจถดถอย

กลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ของสหรัฐ เดินหน้าลดต้นทุนในยุโรปอย่างต่อเนื่องหลังยอดขายวูบ

เอเอฟพี รายงานว่า บริษัทยักษ์ใหญ่สัญชาติอเมริกันหลายแห่งได้ทยอยปรับลดคนออก พร้อมทั้งปิดโรงงานหลายแห่งในทวีปยุโรป หลังจากที่ยุโรปยังคงต่อสู้อยู่กับภาวะเศรษฐกิจถดถอย และยังไม่สามารถยุติวิกฤตการณ์ทางการเงินที่ยืดเยื้อมาหลายปีได้

ฟอร์ด มอเตอร์ ได้ประกาศปิดโรงงานเพิ่มอีก 2 แห่งในเมืองเซาแธมป์ และเมืองดาเกนแฮม ประเทศอังกฤษ ในช่วงกลางปี 2556 ซึ่งจะทำให้ตำแหน่งงานหายไป 1,400 อัตรา และยังปรับลดกำลังการผลิตในยุโรปลงอีก 18% เพื่อลดต้นทุนราว 450–500 ล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

การตัดสินใจดังกล่าวมีขึ้นตามมาเพียง 1 วัน หลังจากที่ฟอร์ดประกาศปิดโรงงานในประเทศเบลเยียม ภายในปี 2557 ซึ่งการลดกำลังการผลิตครั้งใหญ่ในยุโรปลงครั้งนี้ ทำให้ฟอร์ดปรับลดพนักงานรวมทั้งหมดมากถึงราว 6,200 อัตรา ท่ามกลางยอดขายที่ลดลงในยุโรป โดยฟอร์ดคาดว่าจะประสบภาวะขาดทุนในภูมิภาคนี้ถึง 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐภายในปีนี้

ท่าทีของฟอร์ดสอดคล้องกับบริษัท คิมเบอร์ลี่ย์คล๊าค ผู้ผลิตกระดาษทิชชูและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขอนามัยรายใหญ่ของโลก ซึ่งประกาศจะลดพนักงานลง 1,300–1,500 อัตราในยุโรป เนื่องจากยอดขายที่ลดลงอย่างหนัก

ทางด้าน ดาว เคมิคอล ซึ่งเป็นบริษัทเคมีภัณฑ์รายใหญ่ ประกาศจะลดคน 2,400 อัตรา และปิดโรงงานในยุโรปลงอย่างน้อย 4 แห่ง จากที่ปิดทั้งหมด 20 แห่งทั่วโลก หลังจากที่ยอดขายในยุโรปลดลงถึง 10% ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ ขณะที่โคคาโคลา ได้ประกาศก่อนหน้านี้ว่าจะย้ายการบรรจุภัณฑ์จากในกรีซไปยังประเทศอื่นแทน

เอวาริสต์ เลอเฟอร์ฟ จากบริษัท นาติซิส กล่าวว่า หลายบริษัทตัดสินใจปรับลดต้นทุนกันอย่างหนักลงมาอยู่ในระดับการผลิตเดียวกันกับเมื่อปี 2550–2551 ซึ่งสหรัฐกำลังประสบวิกฤตการณ์ทางการเงินอยู่ในขณะนั้น และตกลงสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยตามมา ซึ่งยุโรปกำลังเผชิญภาวะแบบเดียวกันนี้อยู่

นอกจากการลดพนักงานและกำลังการผลิตในยุโรปแล้ว บริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งก็ตัดสินใจปรับลดต้นทุนเพื่อให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจในขณะนี้เช่นกัน อาทิ บริษัท คอลเกต ปาล์มโอลีฟ ซึ่งประกาศลดพนักงานลง 2,310 อัตรา หรือราว 6% ของพนักงานทั้งหมดภายในปี 2559 เพื่อให้บริษัทแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าภาคธุรกิจกำลังวิตกถึงการเติบโตของเศรษฐกิจโลกมากเพียงใด ซึ่งไม่ใช่แค่ในสหรัฐเท่านั้น แต่ยังรวมถึงในยุโรปและเอเชียด้วย” โจเอล นารอฟ นักเศรษฐ ศาสตร์รายหนึ่งกล่าวกับเอเอฟพี

นอกจากนี้ บรรดานักวิเคราะห์ยังระบุว่า การระมัดระวังตัวของภาคธุรกิจในช่วงนี้ ยังเป็นเพราะความไม่มั่นใจภายหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ว่า จะดำเนินนโยบายขึ้นภาษีและลดการใช้จ่ายของภาครัฐ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐไปด้วยหรือไม่

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI