
รัฐบาลหนุนอิตาเลียนไทยโดดร่วมลงทุนนิคมฯทวาย
รัฐบาลหนุน “อิตาเลียนไทยฯ” ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานถนนไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรมทวาย
รัฐบาลหนุน “อิตาเลียนไทยฯ” ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานถนนไฟฟ้าในนิคมอุตสาหกรรมทวาย
ที่ประชุมคณะกรรมการจัดเตรียมการประชุมคณะกรรมการร่วมระดับสูงระหว่างไทยเมียนมาร์ เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง (JHC) ที่มี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ได้มีการหารือแนวทางการระดมเงินทุนเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย และมีมติจะสนับสนุนการลงทุนในทวาย
น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า ไทยและเมียนมาร์จะร่วมกันผลักดันให้ท่าเรือและนิคมอุตสาหกรรมทวายเกิดขึ้น พร้อมทั้งเป็นแหล่งลงทุนที่หอมหวนและดึงดูดการลงทุนของภาคเอกชน จึงมีความจำเป็นที่รัฐบาลทั้งสองประเทศต้องใส่เงินเข้าลงทุนในส่วนโครงสร้างพื้นฐาน ส่วนรูปแบบการลงทุนยังต้องหารือในรายละเอียด
“ในที่ประชุมมีการชี้แจงว่าบริษัท อิตาเลียนไทยฯ ต้องการให้รัฐบาลสนับสนุนในส่วนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ และแหล่งเงินแทนเอกชน” น.ส.ศันสนีย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลไทยจะร่วมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย เช่น ถนน ท่าเรือขนส่งสินค้า และระบบไฟฟ้า ที่บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ไอทีดี) เป็นผู้ได้รับสัมปทาน รัฐบาลต้องตอบคำถามให้ได้ว่าประเทศและประชาชนได้ประโยชน์อย่างไร
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ทีมรัฐบาลวิเคราะห์การลงทุนนิคมอุตสาหกรรมและท่าเรือทวายแม้เป็นโครงการที่เอกชนได้สัมปทานจากรัฐบาลเมียนมาร์ แต่โครงการขนาดใหญ่มากเกินกว่าเอกชนไม่กี่รายจะรับไหว ดังนั้นรัฐบาลต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่การที่รัฐบาลจะนำเงินไปลงทุนในโครงการที่เอกชนได้สัมปทานในต่างประเทศโดยตรงนั้น จำเป็นต้องกำหนดแนวทางว่าจะเป็นอย่างไร ซึ่งเบื้องต้นที่ประชุมเสนอรูปแบบ เช่น รัฐบาลไทยอาจให้เงินกู้แก่รัฐบาลเมียนมาร์เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรือลงทุนในลักษณะบริษัทร่วมทุน
ทั้งนี้ ในวันที่ 78 พ.ย.นี้ นายญาณทุน รองประธานาธิบดีเมียนมาร์ จะนำคณะมาเยือนไทยเพื่อเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ JHC ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน เพื่อหารือการลงทุนในทวาย







