
DSIพบกม.เปิดช่องผู้ตรวจข้าวทุจริต
ดีเอสไอโวยกม.เปิดช่องเซอร์เวเยอร์ทุจริต ปูทางข้าวเสื่อมไหลเข้าสต๊อก จี้ ก.เกษตรฯ ประกาศมาตรฐานบังคับโครงการจำนำข้าว
ดีเอสไอโวยกม.เปิดช่องเซอร์เวเยอร์ทุจริต ปูทางข้าวเสื่อมไหลเข้าสต๊อก จี้ ก.เกษตรฯ ประกาศมาตรฐานบังคับโครงการจำนำข้าว
พ.ต.อรรคริน ลัทธศักดิ์ศิริ พนักงานสอบสวนคดีพิเศษชำนาญการ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยในที่ประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาฯ ระหว่างพิจารณาเรื่องโครงการรับจำนำข้าวว่า กระบวนการก่อนที่จะมีการจัดเก็บข้าวเข้าคลังขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) และองค์การคลังสินค้า (อคส.) จะต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพข้าวของผู้ตรวจสอบ (เซอร์เวเยอร์) ที่ปัจจุบันมี 32 บริษัท แต่ปัญหาที่ดีเอสไอเจอขณะนี้คือ ไม่สามารถดำเนินคดีอาญากับเซอร์เวเยอร์ได้ หากพบว่าการตรวจสอบคุณภาพข้าวไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กระทรวงพาณิชย์กำหนดหรือพบว่ามีการออกหลักฐานรับรองคุณภาพข้าวเป็นเท็จ มีการเรียกรับเงินหรือมีผู้ให้สินบนกับเซอร์เวเยอร์ ซึ่งล้วนเป็นสาเหตุใหญ่ทำให้ข้าวเสื่อมคุณภาพไหลเข้าสต๊อกของรัฐบาล
พ.ต.อรรคริน กล่าวต่อว่า ดีเอสไอไม่สามารถดำเนินคดีทางอาญาได้เป็นเพราะประกาศคุณภาพมาตรฐานข้าวที่ใช้อยู่ในปัจจุบันของกระทรวงพาณิชย์เป็นมาตรฐานข้าวที่ใช้สำหรับสินค้าเกษตรส่งออก ซึ่งออกตาม พ.ร.บ.สินค้าเกษตรขาออกมีสภาพบังคับใช้เฉพาะสินค้าเกษตรที่จะส่งออกหรือนำออกนอกราชอาณาจักรเท่านั้น หากเซอร์เวเยอร์ตรวจสอบคุณภาพข้าวไม่เป็นไปตามมาตรฐาน ออกหลักฐานรับรองมาตรฐานเป็นเท็จจะไม่สามารถดำเนินคดีทางอาญาได้ เพราะการตรวจสอบข้าวในโครงการรับจำนำไม่ใช่การตรวจสอบเพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักร จึงไม่สามารถนำกฎหมายฉบับนี้มาใช้บังคับได้ ทั้งนี้ทางดีเอสไอเคยประสานไปยังกรมการค้าต่างประเทศแล้ว ซึ่งได้รับการยืนยันกลับมาว่าเรื่องนี้ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะไม่ใช่เรื่องการส่งสินค้าออก
"ขั้นตอนของเซอร์เวเยอร์เป็นกระบวนการตรวจสอบคุณภาพข้าวก่อนเข้าโกดัง ขณะนี้ อตก.และ อคส. ยังไม่อาจทราบว่าสต๊อกข้าวมีความเสียหายหรือไม่ หากกระบวนการตรวจสอบข้าวก่อนเข้าโกดังไม่ได้มาตรฐานจริง เพราะสินค้ายังไม่มีการระบายออก เมื่อไม่มีการระบายออก ก็จะไม่มีทางทราบได้เลย"พ.ต.อรรคริน กล่าว
พ.ต.อรรคริน ยังชี้แจงต่อ กมธ.อีกว่า ทางออกในเรื่องนี้ต้องใช้กฎหมายเทียบเคียงคือ พ.ร.บ.มาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งให้อำนาจการตรวจสอบและลงโทษเซอร์เวเยอร์ที่กระทำความผิดหรือรับรองเอกสารเท็จ แต่พบว่ามีปัญหาเช่นกัน เพราะ พ.ร.บ.ฉบับนี้จะแบ่งมาตรฐานสินค้าเกษตรออกเป็น 2 ลักษณะ คือ 1.มาตรฐานบังคับที่ทุกคนที่เกี่ยวข้องรวมถึงเซอร์เวเยอร์ต้องปฏิบัติตามมาตรฐานนี้ และ 2.มาตรฐานทั่วไป ที่ใครจะปฏิบัติหรือไม่ปฏิบัติตามก็ได้ ซึ่งขณะนี้โครงการรับจำนำข้าวมีการประกาศเป็นเพียงมาตรฐานทั่วไปเท่านั้น ดังนั้นทางกระทรวงเกษตรฯ จะต้องประกาศให้ข้าวเป็นสินค้าเกษตรที่ต้องออกเป็นมาตรฐานบังคับเพื่อให้อำนาจการตรวจสอบพฤติกรรมของเซอร์เวเยอร์
ด้านนายไชยา พรหมา สส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธาน กมธ. ระบุว่า เรื่องนี้เป็นวาระสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ เพิ่งทราบว่ามีปัญหาในการตรวจสอบเซอร์เวเยอร์ในโครงการรับจำนำข้าว ดังนั้นที่ประชุมจะหารือกันและเตรียมเรียก พ.ต.อรรคริน มาชี้แจงอีกครั้ง โดยจะเรียกตัวแทนจากกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงพาณิชย์เข้ามาชี้แจงด้วย เพื่อเร่งหาวิธีการแก้ปัญหาดังกล่าว







