
น้ำเขื่อนใหญ่มีน้อยเตือนลดปลูกนาปรัง
กรมชลฯ รับสภาพน้ำในเขื่อนเหลือน้อย ห่วงไม่พอทำนาปรัง วอนเกษตรกรลดเพาะปลูก พร้อมสั่งทุกโครงการชลประทานเร่งเก็บสะสมน้ำ
กรมชลฯ รับสภาพน้ำในเขื่อนเหลือน้อย ห่วงไม่พอทำนาปรัง วอนเกษตรกรลดเพาะปลูก พร้อมสั่งทุกโครงการชลประทานเร่งเก็บสะสมน้ำ
นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า การเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง 1 พ.ย. 2555-30 เม.ย. 2556 คาดว่าจะมีน้ำสำหรับใช้ประมาณ 9,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เป็นน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ 6,800 ล้าน ลบ.ม. จากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน 1,200 ล้าน ลบ.ม. และจากลุ่มน้ำแม่กลอง 1,000 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งนาปรังในลุ่มเจ้าพระยาปีนี้จะอยู่ที่ 7.5 ล้านไร่ โดยจะแบ่งน้ำเพื่อการเกษตร 7,500 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการอุปโภคบริโภค 1,100 ล้าน ลบ.ม. เพื่อรักษาระบบนิเวศและอื่นๆ 1,800 ล้าน ลบ.ม. ส่วนแผนเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง กรมส่งเสริมการเกษตรอยู่ระหว่างวางแผน แต่คงเพิ่มไม่มาก เพราะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือน้ำน้อย
ทั้งนี้ กรมชลประทานมีภาระจัดสรรน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 2555/2556 เริ่ม 1 พ.ย. 2555-30 เม.ย. 2556 คาดว่าส่วนใหญ่จะเป็นข้าวนาปรัง แต่จากปริมาณน้ำที่เหลือในเขื่อนใหญ่แต่ละแห่งจะขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้ลดการทำนาปรังลง และให้โครงการชลประทานทุกพื้นที่รักษาน้ำท่า น้ำทุ่ง ไว้ให้มากที่สุด เพื่อใช้ในการเกษตรให้ได้มากที่สุด
ล่าสุด ศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำ กรมชลประทาน รายงานว่าน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้งประเทศมี 52,312 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็น 75% ของความจุทั้งหมดอ่างฯขนาดใหญ่รวมกันทั้งหมด ในขณะที่ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักที่ใช้ในลุ่มเจ้าพระยาคือเขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำ 8,543 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) หรือประมาณ 63% มีปริมาณน้ำใช้การได้ 4,743 ลบ.ม.หรือ 35% เขื่อนสิริกิติ์ปริมาณน้ำ 6,552 ล้านลบ.ม.หรือ 69% ของความจุเขื่อน ปริมาณน้ำใช้การได้ 3,702 ล้านลบ.ม.หรือ 39%
สำหรับสภาพน้ำในเขื่อนใหญ่ที่เป็นแหล่งน้ำต้นทุน สำหรับใช้ในการจัดสรรน้ำ เพื่อสนับสนุนพื้นที่เพาะปลูกพืชฤดูแล้งปี 2555/2556 ของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2555 – 30 เมษายน 2556 นั้น มีดังนี้ เขื่อนภูมิพล จ.ตาก มีปริมาณน้ำ 8,543 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 63 ของความจุอ่างฯ เขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ มีปริมาณน้ำ 6,552 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 69 ของความจุอ่างฯ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก มีปริมาณน้ำ 720 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 77 ของความจุอ่างฯ และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี มีปริมาณน้ำ 785 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 100 ของความจุอ่างฯ
ส่วนปัญหาภัยแล้งในหลายภาคเริ่มส่งสัญญา โดยศูนย์ประมวลวิเคราะห์สถานการณ์น้ำกรมชลประทาน แจ้งว่าขณะนี้สถานการณ์น้ำในเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ ณ วันที่ 18 ต.ค. 55 มีปริมาณน้ำในอ่างฯ เหลืออยู่เพียง 434 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 22 % ของความจุอ่างฯ ซึ่งระดับเก็บกักสูงสุดอยู่ที่ 1,980 ล้านลบ.ม. ถือว่ามีปริมาณน้ำน้อยมากจนเข้าสู่ภาวะวิกฤต จึงต้องประกาศงดส่งน้ำตลอดในช่วงฤดูแล้งนี้ โดยมีมติจากที่ประชุมจังหวัดกาฬสินธุ์ เรื่องการขับเคลื่อนนโยบายเร่งด่วนสำคัญของรัฐบาล เมื่อวันที่ 16 ต.ค. 55 ที่ผ่านมา ให้ประกาศงดการส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกพืช เพาะเลี้ยงกุ้ง ปลา ในฤดูแล้งปี 2555/2556 เพื่อสงวนน้ำไว้สำหรับการผลิตน้ำประปา อุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศน์ จึงขอให้เกษตรกรงดการเพาะปลูกพืช เพาะเลี้ยงกุ้ง ปลาทุกชนิด รวมทั้ง การสูบน้ำจากลำน้ำปาว ลำน้ำพาน และลำน้ำดอกไม้ มาทำนาปรังด้วย เพื่อป้องกันผลผลิตเสียหายเนื่องจากการขาดแคลนน้ำ รวมทั้ง ขอให้เกษตรกรเก็บกักน้ำไว้ในสระเก็บน้ำ แปลงนา ห้วย หนอง คลอง บึง ไว้ให้ได้มากที่สุด เพื่อใช้ประโยชน์ในการอุปโภคบริโภค และเลี้ยงสัตว์ต่อไป







