
ไม่ยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม?
ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) เป็นประจำทุกเดือนภาษี ยื่นแบบฯ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปทุกเดือน ไม่ว่าจะมีรายรับในเดือนภาษีนั้นหรือไม่ก็ตาม ผู้ประกอบการสามารถยื่นแบบฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 115 และกรณีที่วันที่ 15 ของเดือนตรงกับวันหยุดราชการ ก็จะเลื่อนวันสุดท้ายของการยื่นแบบฯ ไปเป็นวันทำการวันแรก โดยไม่ต้องเสียค่าปรับ เบี้ยปรับและเงินเพิ่มแต่อย่างใด
ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) เป็นประจำทุกเดือนภาษี ยื่นแบบฯ ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไปทุกเดือน ไม่ว่าจะมีรายรับในเดือนภาษีนั้นหรือไม่ก็ตาม ผู้ประกอบการสามารถยื่นแบบฯ ได้ตั้งแต่วันที่ 115 และกรณีที่วันที่ 15 ของเดือนตรงกับวันหยุดราชการ ก็จะเลื่อนวันสุดท้ายของการยื่นแบบฯ ไปเป็นวันทำการวันแรก โดยไม่ต้องเสียค่าปรับ เบี้ยปรับและเงินเพิ่มแต่อย่างใด
ปัจจุบันได้มีกฎหมายขยายกำหนดเวลายื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่มออกไปอีก 8 วัน สำหรับผู้ประกอบการที่ยื่นแบบฯ ผ่าน www.rd.go.th พูดง่ายๆ ว่า ยื่นแบบฯ ไม่เกินวันที่ 23 ของเดือน หากวันที่ 23 ตรงกับวันหยุดราชการ ก็เลื่อนวันออกไปเป็นวันทำการวันแรกเช่นเดียวกัน
กรณีที่ไม่ได้ยื่นแบบฯ ภ.พ.30 ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด ไม่ว่าจะหลงลืม หรือนับวันเวลาผิดพลาด หรือจัดทำไม่ทันหรือด้วยเหตุอื่นใดก็ตาม กฎหมายได้กำหนดโทษไว้อย่างไรบ้าง หากจะผ่อนปรนให้หนักเป็นเบา มีช่องทางใดที่กฎหมายได้เปิดไว้ สรุปได้ ดังนี้
โทษอาญา ค่าปรับไม่เกิน 2,000 บาทต่อแบบฯ ภ.พ.30 ที่ยื่น บางท่านตกใจเพราะไม่ได้ยื่นแบบฯ มาหลายเดือนภาษีแล้ว มิต้องจ่ายค่าปรับกันอ่วมหรือนี่ กรมสรรพากรได้ผ่อนปรนค่าปรับ โดยเสียค่าปรับไม่ถึง 2,000 บาท ทั้งนี้หากได้ยื่นแบบจากการตรวจพบเอง โดยยื่นแบบฯ ไม่เกิน 7 วันนับแต่วันพ้นกำหนดเวลา จะเสียค่าปรับเพียง 300 บาท ยื่นแบบฯ เกินกว่า 7 วัน นับแต่พ้นกำหนดเวลายื่นแบบฯ จะเสียค่าปรับ 500 บาท แต่ถ้าเป็นกรณีที่เจ้าหน้าที่ตรวจพบความผิดจะเสียค่าปรับ 1,000 บาทต่อแบบฯ ภ.พ.30
โทษทางแพ่ง ได้แก่ เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม จะมีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับแบบฯ ภ.พ.30 ที่ยื่นว่ามีภาษีมูลค่าเพิ่มชำระหรือไม่ หากไม่มีภาษีชำระก็จะมีเพียงค่าปรับเท่านั้น แต่ถ้าแบบฯ ที่ยื่นมีภาษีชำระ ต้องเสียเบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีชำระ และเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของจำนวนภาษีชำระ นับว่าหนักพอควร ยิ่งกว่าดอกเบี้ยเงินกู้ยืมซะอีก ท่านลองคิดดูง่ายๆ ว่า หากต้องชำระภาษี 1 แสนบาท ก็จะต้องเสียเบี้ยปรับ 2 เท่า จำนวน 2 แสนบาท และเงินเพิ่มอีก 1,500 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นจำนวนเงินไม่น้อยเลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม เบี้ยปรับจำนวน 2 เท่าของภาษีที่ชำระ ลดลงมาได้ตามที่กฎหมายกำหนด หากผู้ประกอบการได้มายื่นแบบฯ โดยไม่ได้รับคำเตือนหรือคำเรียกตรวจสอบไต่สวนโดยตรงเป็นหนังสือจากเจ้าหน้าที่ กรณีได้ยื่นแบบฯ และชำระภาษีภายใน 15 วันนับแต่วันพ้นกำหนดเวลาให้เสียเบี้ยปรับเพียงอัตราร้อยละ 2 ของจำนวนเบี้ยปรับ
ถ้าชำระภายหลัง 15 วัน แต่ไม่เกิน 30 วัน ให้เสียเบี้ยปรับอัตราร้อยละ 5 ถ้าชำระภายหลัง 30 วัน แต่ไม่เกิน 60 วัน ให้เสียเบี้ยปรับอัตราร้อยละ 10 และถ้ายื่นแบบฯ และชำระภาษีภายหลัง 60 วันนับแต่พ้นกำหนดเวลายื่นแบบฯ ให้เสียเบี้ยปรับอัตราร้อยละ 20 ของจำนวนเบี้ยปรับ 2 เท่า
กรณีได้รับคำเตือนหรือคำเรียกตรวจสอบไต่สวนโดยตรงเป็นหนังสือจากเจ้าหน้าที่ เบี้ยปรับต้องเสียมากกว่าที่กล่าวมาข้างต้น การตรวจพบด้วยตนเอง ย่อมดีกว่าเจ้าหน้าที่ตรวจพบแน่ๆ
สำหรับเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของจำนวนภาษีชำระ หากได้ยื่นแบบฯ และชำระภาษีล่าช้า เงินเพิ่มก็จะมากขึ้นตามจำนวนเดือนที่เพิ่มขึ้น แต่เงินเพิ่มจะไม่เกินจำนวนภาษีชำระ
ผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มรายใดที่ไม่ได้ยื่นแบบฯ ภ.พ.30 ภายในกำหนดเวลา คงทราบในเบื้องต้นแล้วว่าต้องปฏิบัติอย่างไร ค่อยๆ หาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับตนเองก็แล้วกัน สวัสดีครับ







