posttoday
บลจ.ไทยพาณิชย์ลั่นโตแสนล้านปีนี้

บลจ.ไทยพาณิชย์ลั่นโตแสนล้านปีนี้

23 มีนาคม 2553

บลจ.ไทยพาณิชย์ลั่นปีนี้ขอโต 20% กอดส่วนแบ่งกองทุนรวมและสำรองเลี้ยงชีพ แนะลูกค้าล็อคลงทุนยาว 2 ปีขึ้นไปเชื่อดอกเบี้ยปีนี้ขึ้น 0.75%

บลจ.ไทยพาณิชย์ลั่นปีนี้ขอโต 20% กอดส่วนแบ่งกองทุนรวมและสำรองเลี้ยงชีพ แนะลูกค้าล็อคลงทุนยาว 2 ปีขึ้นไปเชื่อดอกเบี้ยปีนี้ขึ้น 0.75%

นางโชติกา  สวนานนท์   กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจในปี 2553 นี้บริษัทตั้งเป้าขยายสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (เอยูเอ็ม) เติบโต 20% หรือประมาณแสนล้านบาท จากสิ้นปี 2552 อยู่ที่ 4.95 แสนล้านบาท และปัจจุบันขยับขึ้นมาอยู่ 5 แสนล้านบาทแล้ว โดยจะรักษาอันดับ 1 ในธุรกิจกองทุนรวมและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเช่นเดิม

บลจ.ไทยพาณิชย์ลั่นโตแสนล้านปีนี้ โชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บลจ.ไทยพาณิชย์

"การเติบโตในปีนี้จะมาจากฐานลูกค้าเงินฝากของธนาคารไทยพาณิชย์ที่เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริษัท ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ผ่านสาขาถึง 92% และที่เหลือมาจากการขายผ่านบริษัท ขณะเดียวกันจะเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้น และทำงานกับธนาคารไทยพาณิชย์ใกล้ชิดมากขึ้น โดยให้การสนับสนุนในเรื่องของความรู้เกี่ยวกับการลงทุนให้แก่พนักงานสาขาของธนาคารเริ่มต้น 200 สาขา เพื่อมีศักยภาพในการแนะนำลูกค้าและจัดพอร์ตการลงทุนให้เหมาะสมได้ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่เงินลงทุนสูง" นางโชติกา กล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมีแผนเพิ่มรายได้จากการขายกองทุนผ่านบริษัทและตัวแทนขายอื่นๆให้มากขึ้น รวมทั้งเจาะกลุ่มลูกค้าสถาบันและกองทุนสำรองเลี้ยงชีพเพิ่มขึ้น เพื่อให้สัดส่วนรายได้จากการขายกองทุนผ่านบริษัทใน 3 ปีข้างหน้ามีสัดส่วนเป็น 20%  และจากธนาคารไทยพาณิชย์เหลือ 80% หรือหากมองในแง่สินทรัพย์จะเพิ่มมาจากบริษัท 30% และจากธนาคารไทยพาณิชย์เป็น 70%

สำหรับการออกกองทุนในปีนี้ยังคงเน้นกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำและออกกองทุนตราสารหนี้ระยะยาวมากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้ล็อคผลตอบแทน นอกเหนือจากการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นอยู่แล้ว เนื่องจากมองว่าในปีนี้มีโอกาสที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) จะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงปลายไตรมาส 2 ซึ่งเร็วกว่าที่คาดการณ์และคาดว่าทั้งปีจะขึ้นดอกเบี้ย 0.75%  หลังจากธปท.ได้ออกมาส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการแถลงรอบที่ผ่านมา เนื่องจากมองว่าธปท.ต้องการเห็นส่วนต่างผลตอบแทนที่แท้จริงมากกว่าที่เป็นอยู่ระดับปัจจุบัน รวมทั้งต้องการดูแลผู้ฝากเงิน

"เรากังวลการขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าการเมืองที่มีการชุมนุมอยู่ เพราะธุรกิจกองทุนรวมลงทุนอยู่ในตราสารหนี้เป็นหลัก  จึงต้องพยายามหากองทุนที่ยังให้ผลตอบแทนที่ดีแก่ลูกค้า ส่วนการขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารในปีนี้ไม่น่ามากในปีนี้ เพราะธนาคารยังไม่ได้ต้องการเงินเพื่อไปขยายสินเชื่อมากนัก"นางโชติกา กล่าว

สำหรับกองทุนที่ลงทุนในพันธบัตรเกาหลียังคงออกต่อเนื่องหากผลตอบแทนกลับมายังสูงกว่าการลงทุนในประเทศในตราสารที่ใกล้เคียงกัน นอกจากนี้มีแผนเพิ่มทุนกองทุนสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN รีเทลโกรท (CPNRF) เพื่อลงทุนในศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่แอร์พอร์ต คาดว่าจะดำเนินการได้ในช่วงประมาณไตรมาส 2 ซึ่งมองว่าการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ และในปีนี้บริษัทยังไม่มีแผนออกกองทุนที่ลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทอง น้ำมัน เพราะการลงทุนเหล่านี้ความเสี่ยงสูง อาจยังต้องใช้เวลาสำหรับลูกค้าของบริษัท ในปีนี้จะเน้นออกกองทุนรวมที่เพิ่มผลตอบแทนให้ลูกค้าขณะที่ความเสี่ยงไม่มากหรือที่ลูกค้ารับได้
 
นางโชติกา กล่าวว่า  แนวโน้มดัชนีตลาดหลักทรัพย์ในปีนี้ประเมินว่าจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 680-800 จุดและปรับตัวขึ้นสู่ 800 จุดในครึ่งปีหลัง จากการเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนที่ 15% แต่ ครึ่งปีแรกอาจยังผันผวนและอยู่ในกรอบ 68-730 จุด จากเงินลงทุนต่งชาติที่เข้ามาระดับหนึ่งซึ่งอาจทำกำไรสลับขายออกมาและจะกลับเข้ามาลงทุนใหม่

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน