
มอเตอร์เอ็กซ์โปจ่อบุกภูธร
มอเตอร์ เอ็กซ์โป เล็งจัดมหกรรมยานยนต์ต่างจังหวัด ห่วงยอดขายปีหน้าวูบหลังหมดแรงกระตุ้น ทำไม่เพิ่มพื้นที่จัดงาน
มอเตอร์ เอ็กซ์โป เล็งจัดมหกรรมยานยนต์ต่างจังหวัด ห่วงยอดขายปีหน้าวูบหลังหมดแรงกระตุ้น ทำไม่เพิ่มพื้นที่จัดงาน
นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 29 (มอเตอร์ เอ็กซ์โป) เปิดเผยถึงภาพรวมการแข่งขันการจัดงานมหกรรมยานยนต์ในปี 2556 มีการจัดงานเป็นจำนวนมากกว่าการแข่งขันการจัดงานมหกรรมยานยนต์ ในปัจจุบัน มีผู้จัดงานทยอยเข้ามาในธุรกิจการจัดงานเป็นจำนวนมากกว่า 5–6 งานต่อปี โดยคาดว่ามีมูลค่าการจัดงานรวมอยู่ที่ 500 ล้านบาท โดยล่าสุดการจัดงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 29 นี้ ได้มีการใช้งบประมาณในการจัดงานมูลค่า 180 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ใช้งบประมาณอยู่ที่ 150 ล้านบาท
ทั้งนี้ ลักษณะการจัดงานมีแนวโน้มออกไปต่างจังหวัดมากขึ้น เนื่องจากการจัดงานในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงระยะเวลาใกล้เคียงกันเกินไป ไม่มีช่องว่างในการจัดงานใดๆ ลักษณะนี้ได้อีก
อย่างไรก็ตาม การจัดงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ในปีหน้า ได้มีการพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ในการจัดงาน รวมถึงการขยายพื้นที่การจัดงาน ซึ่งมีแนวโน้มในการจัดงานในลักษณะเดียวกัน และช่วงเวลาใกล้เคียงกันไปยังจังหวัดหัวเมืองใหญ่ อาทิ จ.เชียงใหม่ ขอนแก่น และหาดใหญ่ ซึ่งรูปแบบการจัดงานจะลงทุนประมาณ 30-50 ล้านบาท และไม่ได้จัดตามห้างสรรพสินค้า แต่จะหาพื้นที่ที่เป็นฮอลล์และจัดขึ้นประมาณ 5-7วัน
นอกจากนี้ ในปีหน้าจะยังไม่เพิ่มพื้นที่การจัดงาน เนื่องจากต้องรอดูสถานการณ์ตลาดเสียก่อน เนื่องจากในปีนี้ตลาดรถยนต์ได้รับแรงกระตุ้นจากโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรก ทำให้ยอดจำหน่ายรถยนต์ปีนี้สูงถึง 30% หรือประมาณ 1.2–1.3 ล้านคัน ทำให้เชื่อว่าในปีหน้าปริมาณยอดจำหน่ายรถยนต์จะไม่เติบโตกว่าปีนี้ มีความเป็นห่วงว่าหากยอดจำหน่ายในประเทศยิ่งสูงขึ้นในปี 2555 มากเท่าไร ในปี 2556 จะยิ่งลดลงมากเท่านั้น
ทั้งนี้ ส่วนตัวในฐานะผู้จัดงานมหกรรมยานยนต์มองว่า อยากให้ตลาดในปีนี้ อยู่ในระดับประมาณ 1 ล้านคันเท่านั้นพอเนื่องจากปีหน้ายอดจำหน่ายจะได้ไม่ลดลงมากเท่าไรนัก
นายขวัญชัย กล่าวต่อว่า ยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นนั้น หากมองในมุมของบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ เชื่อว่าทุกบริษัทไม่ชอบการเติบโตแบบก้าวกระโดดเช่นนี้ เนื่องจากจะเป็นปัญหาต่อระบบการบริหารจัดการด้านการผลิต ที่จะต้องมีการเพิ่มจำนวนอย่างผิดปกติ
“ผมเชื่อว่าทุกบริษัทชอบให้มีการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปตามตลาด เพราะหากเติบโตแบบก้าวกระโดดเช่นนี้ หากมีการเพิ่มกำลังการผลิต เพิ่มจำนวนลูกจ้างเพื่อให้ผลิตทันกับความต้องการ แต่หากในปีต่อไปตลาดไม่ได้โตขึ้นไปปัญหาก็จะเกิดขึ้น” นายขวัญชัย กล่าว







