
กสทช.ประกาศผลประมูล3จีใน3วัน
กสทช. ยืนยัน ความพร้อมประมูล 3 จี มั่นใจประชาชนได้รับประโยชน์บริการ-ราคาเป็นธรรม
กสทช. ยืนยัน ความพร้อมประมูล 3 จี มั่นใจประชาชนได้รับประโยชน์บริการ-ราคาเป็นธรรม
พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวยืนยันความพร้อมการจัดประมูลใบอนุญาตโครงข่ายโทรศัพท์ระบบ 3G ย่านความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งจะมีอายุการใช้งาน 15 ปี โดยจะเริ่มอย่างเป็นทางการในเวลา 10.00 น. วันนี้(16 ต.ค.) และมี 3 บริษัท ที่เข้าร่วมการประมูล ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด ในเครือบริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส, บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด ในเครือบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค และบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด ในเครือกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พร้อมเชื่อมั่นว่า ภายหลังการประมูลจะทำให้แต่ละบริษัทเกิดการแข่งขันด้านการบริการ ทั้งด้านคุณภาพ และราคาที่เป็นธรรมกับประชาชน เนื่องจาก กสทช. กำหนดเงื่อนไขว่าผู้ที่ประมูลใบอนุญาตได้ จะต้องสร้างเครือข่ายโทรศัพท์ให้ครอบคลุมประชากร ร้อยละ 50 ภายใน 2 ปี และครอบคลุมประชากร ร้อยละ 80 ภายใน 4 ปี
รองประธาน กสทช. กล่าวย้ำว่า การดำเนินการต่างๆ ของ กสทช. เป็นไปอย่างโปร่งใส ยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก และการประมูลครั้งนี้เป็นไปตามหลักสากลสามารถตรวจสอบได้
สำหรับขั้นตอนในวันนี้จะเริ่มจากเวลา 8.00 น. ถึง 9.00 น. เปิดให้ผู้เข้าร่วมการประมูลลงทะเบียนที่ห้องโถงชั้น 1 อาคารอำนวยการ จากนั้นเวลา 9.00 น. จะเป็นการจับสลากเพื่อเลือกห้องประมูล และซองบรรจุ Username และ Password หลังจากนั้นผู้เข้าร่วมประมูลจะเข้าห้องประมูลตามลำดับที่จับสลากได้ และจะเริ่มการประมูลรอบแรกในเวลา 10.00 น. การประมูลครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นาง อุน จู คิม ผู้อำนวยการสำนักงานประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิค แห่งสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (Dr. Eun-Ju Kim Reginal Director ITU Reginal Office for Asia and Pacific) นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน รักษาราชการแทนผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินอีก 4 คน ร่วมเป็นสักขีพยานในการประมูล
พ.อ. เศรษฐพงค์ พูดถึงรายละเอียดของการประมูลว่า การประมูลแต่ละรอบผู้เข้าร่วมการประมูลจะมีเวลา 30 นาทีในการเสนอราคา โดยการเสนอราคาจะต้องเสนอราคาครั้งละ 5% ของราคาตั้งต้นการประมูล 4,500 ล้านบาท (คิดเป็นเงิน 225 ล้านบาท) จากนั้นโปรแกรมในการประมูลจะประมวลผล และจะประกาศผลการประมูลของรอบนั้นๆ เป็นการล่วงหน้า 10 นาทีก่อนการประมูลรอบต่อไปจะเริ่มขึ้น ซึ่งรวมแล้วจะใช้เวลาแต่ละรอบประมาณ 45 นาที เราจะทำการประมูลตั้งแต่เวลา 10.00 น. จนถึง 21.00 น. และพักรับประทานอาหารกลางวันเวลา 12.00 น. ถึง 13.00 น. รวมใน 1 วัน จะมีการประมูลประมาณ 10-12 รอบ
สำหรับผู้แทนผู้เข้าร่วมการประมูลเมื่อเข้าห้องประมูลแล้วจะไม่สามารถออกนอกพื้นที่ที่กำหนดได้จนกว่าจะสิ้นสุดการประมูล ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นและได้รับอนุญาตให้ผู้แทนผู้เข้าร่วมประมูลออกจากพื้นที่ที่กำหนดได้แต่ทั้งนี้ผู้ที่ออกมาไม่ว่ากรณีใดๆ จะไม่ได้รับอนุญาตให้กลับเข้าร่วมการประมูลอีก กรณีการเข้าห้องน้ำ หรือสูบบุหรี่ จะมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน กสทช. ไปด้วยทุกครั้ง เพื่อหลีกเลี่ยงการติดต่อสื่อสารกับบุคคลอื่น ในส่วนของอาหารกลางวัน เครื่องดื่ม ของว่าง และสิ่งอำนวยความสะดวกตามความเหมาะสมสำนักงาน กสทช. ได้จัดเตรียมให้ตามที่ผู้เข้าร่วมประมูลให้ข้อมูลไว้
รองประธาน กสทช. กล่าวว่า การประมูลแต่ละล็อต (หรือชุดคลื่นความถี่) จะสิ้นสุดลงในรอบการประมูลช่วงสุดท้าย เมื่อไม่มีผู้เข้าร่วมการประมูลรายใดเสนอราคาอีก และเมื่อการประมูลทุกล็อตสิ้นสุดลง จะเป็นการสิ้นสุดขั้นตอนการประมูลชุดคลื่นความถี่ จากนั้นจะเป็นขั้นตอนการกำหนดย่านความถี่ โดยผู้เข้าร่วมการประมูลที่เสนอราคาสูงสุดจะเป็นผู้มีสิทธิเลือกย่านความถี่ที่ตนเองต้องการก่อน ตามด้วยผู้เข้าร่วมการประมูลที่เสนอราคาสูงรองลงมา และย่านความถี่ที่เหลือจะเป็นของผู้เข้าร่วมการประมูลที่เสนอราคาต่ำสุด
หลังจากสิ้นสุดการประมูลจะประกาศผลการประมูลภายใน 3วัน และ กสทช. จะออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ IMT ย่าน 2.1 GHz และใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สามให้แก่ผู้เข้าร่วมการประมูลภายหลังจากผู้เข้าร่วมการประมูลได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการดำเนินการก่อนรับใบอนุญาตอย่างครบถ้วน ถูกต้องภายใน 90 วัน นับจากวันที่ได้รับหนังสือแจ้งผลการประมูล
พ.อ.เศรษฐพงค์ ยืนยัน กสทช. ดำเนินการทุกขั้นตอนด้วยความรอบคอบ ถูกต้องตามกฎหมาย ด้วยความตั้งใจที่จะนำเอาคลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz มาให้บริการประชาชน เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสใช้บริการที่มีประสิทธิภาพ ราคาถูกลง นำรายได้จากการประมูลเข้ารัฐ สร้างโอกาสแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เพื่อให้เกิดการแข่งขันเสรีและ เป็นธรรม







