
จัดพอร์ตหุ้นลงตัวด้วย Sector Futures ตอน 2
Sector Futures ทั้ง 5 สัญญา นอกจากจะเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงได้ตรงใจสำหรับผู้ลงทุนที่นิยมเลือกลงทุนหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมแล้ว ยังสามารถช่วยให้ผู้ลงทุนจัดพอร์ตในลักษณะของการกระจายการลงทุนได้โดยมีต้นทุนการลงทุนที่ต่ำอีกด้วย ในสัปดาห์นี้ คอลัมน์นัดพบอนุพันธ์ ขอนำกลยุทธ์การใช้งาน Sector Futures และต้นทุนที่ผู้ลงทุนต้องจัดหาหากสนใจที่จะใช้กลยุทธ์ดังกล่าวกันนะครับ
Sector Futures ทั้ง 5 สัญญา นอกจากจะเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงได้ตรงใจสำหรับผู้ลงทุนที่นิยมเลือกลงทุนหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมแล้ว ยังสามารถช่วยให้ผู้ลงทุนจัดพอร์ตในลักษณะของการกระจายการลงทุนได้โดยมีต้นทุนการลงทุนที่ต่ำอีกด้วย ในสัปดาห์นี้ คอลัมน์นัดพบอนุพันธ์ ขอนำกลยุทธ์การใช้งาน Sector Futures และต้นทุนที่ผู้ลงทุนต้องจัดหาหากสนใจที่จะใช้กลยุทธ์ดังกล่าวกันนะครับ
ก่อนหน้านี้ นัดพบฯ ได้นำเสนอการเคลื่อนไหวของระดับ Sector ทั้ง 5 ดัชนีที่เป็นสินค้าอ้างอิง โดยพบว่าในช่วง 9 เดือนของปีนี้ ทุกดัชนีมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยดัชนี BANK FOOD ICT และ COMM ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นในอัตราที่สูงกว่าดัชนี SET50 ยกเว้นก็เพียงดัชนี ENERG ที่อาจจะมีการแกว่งตัวอยู่ในกรอบเล็ก (รายละเอียดอ่านได้จากตอนที่แล้วนะครับ) ดังนั้น ผู้ลงทุนอาจเลือกใช้ Sector Futures ที่อ้างอิงดัชนีกลุ่มที่ต้องการ เพื่อทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของระดับดัชนีได้
การเลือกจะซื้อหรือขาย Sector Futures อย่างใดอย่างหนึ่ง เนื่องจากผู้ลงทุนมีการคาดการณ์การเคลื่อนไหวของดัชนี เช่น หากคาดว่าดัชนี BANK จะปรับเพิ่มก็เลือกซื้อ BANK Futures หรือเมื่อมีข่าวน้ำมันดิบราคาตกและคาดว่าจะส่งผลต่อดัชนี ENERG ให้ปรับลดลง ก็ขาย ENERG Futures นั้น เป็นแนวทางการใช้งาน Futures เช่นเดียวกับ SET50 Futures ซึ่งทั้งผู้ซื้อและผู้ขายต้องวางหลักประกันขั้นต้นก่อนส่งคำสั่ง โดยอัตราหลักประกันขั้นต้นสำหรับทั้ง 5 สัญญาข้างต้น คือ BANK Futures มีหลักประกันเท่ากับ 25,650 บาทต่อสัญญา ENERG Futures 9,500 บาท ต่อสัญญา FOOD Futures ที่ 4,750 บาทต่อสัญญา และ ICT Futures กับ COMM มีหลักประกันเท่ากันที่ 12,350 บาทต่อสัญญา
สำหรับผู้ลงทุนที่เคยซื้อขายแบบ Spread ซึ่งเป็นการซื้อและขายสัญญา Futures ที่อ้างอิง Sector เดียวกัน แต่มีอายุต่างกันในสัญญา Futures อื่นๆ ก็สามารถซื้อขายใน Sector Futures ได้เช่นกัน โดยหากคาดว่าส่วนต่างของราคาระหว่างเดือนมีการเปลี่ยนแปลงก็สามารถเข้าซื้อ Spread หรือขาย Spread ของ Sector นั้นๆ เนื่องจากการซื้อขายแบบ Spread มีความเสี่ยงน้อยกว่าการซื้อหรือขายเพียงด้านเดียว หลักประกันของการซื้อขายในลักษณะนี้จึงมีระดับอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 4 ของหลักประกันปกติ เช่น ซื้อ BANK Futures เดือน DEC12 พร้อมๆ กับขาย BANK Futures เดือน MAR13 จะต้องวางหลักประกันที่ 6,412.50 บาท (25,650/4)
นอกจากนี้ เนื่องจาก Sector Futures บางสัญญามีความสัมพันธ์ระหว่างกันข้าม Sector และยังอาจสัมพันธ์กับดัชนี SET50 ดังนั้นผู้ลงทุนสามารถซื้อขาย Sector Futures บางคู่ที่มีความสัมพันธ์กันเพื่อทำกำไรจากส่วนต่างของราคาที่เปลี่ยนแปลงขึ้นลง โดยสำนักหักบัญชีจะเป็นผู้กำหนดว่า Sector หรือดัชนีใดมีความสัมพันธ์กันบ้าง ในปัจจุบันได้มีการประกาศให้มีความสัมพันธ์ระหว่างดัชนีอยู่ 5 คู่ความสัมพันธ์ คือ คู่ที่ 1 SET50 Futures คู่กับ BANK Futures คู่ที่ 2 คือ SET50 Futures คู่กับ ENERG Futures คู่ที่ 3 Comm Futures คู่กับ FOOD Futures คู่ที่ 4 SET50 Futures คู่กับ ICT Futures และคู่สุดท้าย คือ COMM Futures จับคู่กับ ICT Futures
อย่างไรก็ตาม การจับคู่ของการซื้อขายในลักษณะข้ามดัชนีอ้างอิงนี้ต้องคำนึงถึงขนาดของสัญญา ร่วมทั้งระดับความสัมพันธ์ว่ามากหรือน้อยเพียงใด ซึ่งนัดพบอนุพันธ์จะนำรายละเอียดมาบอกเล่าให้ฟังในตอนต่อๆ ไปนะครับ
ตลาดอนุพันธ์ฯ ร่วมกับ Bloomberg เชิญทุกท่านร่วมงานสัมมนา “Who Wins, Who Loses, Why?” Futures Trading PsychologyCommon Pitfalls of an Investor ในวันอังคารที่ 25 ต.ค. 2555 เวลา 10.00-12.00 น. ณ หอประชุม ศ.สังเวียน อินทรวิชัย อาคารตลาดหลักทรัพย์ ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.TFEX. co.th หรือ SET Call Center 02-229-2222 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย







